Get Adobe Flash player

โรคฉื่อได โดย ดร.สุเนตร โตกะหุต

Font Size:

ไม่มีหรอกครับอ้ายโรคบ้าๆ นี้ในสารานุกรมการแพทย์ของไทยเรา แต่เชื่อเถิดมันมีจริงๆ ตามผมมาดูคนไข้ของผมคนหนึ่ง ที่เป็นโรคฉื่อได ในห้องตรวจเล็กๆ ของผมก็ได้

 

ขอแนะนำ นางฉื่อได นามสกุล เกิดแต่ยัวเฮ้ย เขามาหาหมอเพราะเกิดปวดแขนข้างขวามานานแล้ว นานแล้วของเขาแปลว่าสองปี โดยปวดแต่ปลายนิ้วมาถึงไหล่ ชอบเป็นมากตอนกลางคืน ส่วนที่ปวดมากคือตั้งแต่ข้อมือจนถึงปลายนิ้ว อาการแต่แรกจะเป็นอาการเสียว ๆ ซ่าน ๆ ที่นิ้วหัวแม่มือจนถึงนิ้วกลาง คือครึ่งหนึ่งของมือ เป็นอยู่เกือบสองปี และระยะต่อมาก็เกิดปวดขึ้นเป็นบางครั้งบางคราวหลังจากทำงานแล้ว เขาทำงานโรงงานหน้าที่ไขสกลู จนระยะใกล้ ๆ นี่จะเกิดเป็นประจำตอนกลางคืน บางครั้งปวดจนต้องตื่น กินยาแก้ปวดก็ค่อยยังชั่วหน่อย แต่ไม่หาย แต่การสะบัดมือแรง ๆ จะรู้สึกดีขึ้น เคยไปหาหมอแทงเข็มมาแล้ว เสียเงินไปเกือบหลายร้อย เคยไปหาหมอดัดสันหลังไคโรแพรกติสไทยคนหนึ่ง เขาว่าเกิดจากกระดูกสันหลังมันเบี้ยว เลยจับเข้าเครื่องเอ๊กเรย์ถ่ายเสียทั้งตัว พบว่ากระดูกมันเบี้ยว โดยเฉพาะตรงที่มันตรง ๆ แต่ว่ามันตรงแบบเบี้ยว ๆ เขาสัญญาจะรักษาให้หายขาด แต่ให้เซ็นสัญญาการรักษาเป็นเดือนราคาพันเหรียญ ให้ไปรักษาอาทิตย์ละสองครั้ง ตอนหลังเขาพบว่าฝ่าเท้าผิดปรกติ เลยต้องให้ทำหุ่นของฝ่าเท้าอีก พบว่าฝ่าเท้าเหยียบพื้นไม่ปรกติ เลยต้องทำรองเท้าใหม่ เสียไปทั้งหมดอีกห้าร้อยเหรียญ นางฉื่อไดก็สงสัยว่าทำไมฝ่าเท้ามันเดินไม่ตรงแล้วถึงได้มาปวดแขน เอ้า! ก็เพราะว่าถ้าเดินไม่ตรง ข้อกระดูกสันหลังที่ตรงแต่ดูแล้วมันเบี้ยวจะเบี้ยวมากตอนเดิน ก็เลยไปกดประสาทสันหลัง ก็ต้องรักษาด้วยการดัดสันดาร เอ๊ย! ไม่ใช่ดันสันหลัง ไม่ต้องกินยาหรอกค่ะ ทนปวดไปสักพักจะดีเอง ตอนหลังพบว่าขาดวิตามิน ต้องซื้อยาวิตามินแบบพิเศษที่ไม่มีขายที่ไหนมากินอีก ขวดละห้าสิบเหรียญ

                เปตเอ๊ย! เวียฉื่อคลัง ลืมบอกไปครับว่าคนไข้ผมเขาเป็นคนเขมร  เขาทนถูกรีดเงินทุกอาทิตย์ไม่ไหว งานก็ไม่ได้ทำ เพราะนางเป็นช่างดัดผม จำต้องใช้มือทำงาน จนเพื่อนอีกคนหนึ่งเขาแนะให้ไปหาหมอไคโรแพรกติสChiropractice อีกคน คนนี้เป็นฝรั่งขาว หมอคนนี้เขาฟังอาการและตรวจที่มือแล้วเขาก็บอกว่าเขารักษาไม่ได้หรอก ไม่ได้เกี่ยวกับวิชาของเขา ต้องไปหาหมอแบบปัจจุบัน เพื่อนเขาเลยแนะนำเขามาหาหมอสูหวัด(ตัวผมเองไงละครับ)

                ผมฟังไปมือก็จดไป เป็นภาษาอังกฤษซี่ครับ มันเท่ดี ที่ต้องจดละเอียดเพราะว่าเผื่อวันหลังกลับมาดูใหม่จะได้รู้ว่าเขาเล่าอะไร และผมตรวจพบเจออะไรบ้างแต่ไม่ได้เกี่ยวกับว่าไปเก็บเงินเขาเท่าไหร่ ไอ้อันนี้เลขาเขาจดราคาได้เอง เพราะต้องเสียภาษีเป็นไงครับ ท่าทางผมทำเต๊ะเป็นหมอ เหมือนไหมครับ ผมพยายามจำมาจากหนังไทย ว่าหมอเขาต้องทำท่ายังไงบ้าง เผื่อเขาจะได้รับเชิญไปเล่นหนังช่องห้า

                หลังจากถามอะไรอย่างอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับสุขภาพเขาแล้ว ผมก็ตรวจสุขภาพส่วนอื่นของเขา แล้วผมก็มาตรวจที่แขนและมือของเขา ผมจัดแจงวางเครื่องมือมีเครื่องเคราะหัวยางเล็ก ๆ มีเข็มทื่อ ๆ พู่กันเล็ก ๆ อันหนึ่ง และมือของผมอีกสองข้าง มันเป็นมือของผมจริง ๆ ไม่ใช่แบบมือเดินได้ในหนัง Adam Family อย่างนั้น

                เป็นอันว่าผมตรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว พบแล้วครับ คดีนี้ต้องมีมูล อุ๊บ! พบว่ามือเขาเป็นโรคแน่เลย โดยการที่ผมมองซึ้ง ๆ ตรง ๆ ทีฝ่ามือข้างขวา และข้างซ้าย ส่ายหน้าไปซ้าย แล้วก็ไปขวาอย่างช้า ๆ  ต้องส่ายหน้าอย่างนี้ถึงจะเท่ แล้วหลักฐานก็ออกมา คือมือเขาลีบ แถวเนินศุกร์ข้างขวา เอ้า! ไม่รู้เนินศุกร์อีก ก็เนื้อนูน ๆ ส่วนใต้ของหัวแม่มือไง แล้วผมก็จ้องมองนาน ๆ แบบตาไม่กระพริบ แน่นอนโดยก่อนหน้านั้นผมได้เช็ดเลนส์แว่นตาจนสะอาด ไม่ให้มีผักตั้งไฉ่มาติดแว่น แล้วก็พบอะไร รู้ไหมครับ เห็น ๆ เลยครับ เนื้อตรงเนินพระจันทร์นั่นมันเต้นเอง อย่างที่ฝรั่งเขาเรียกว่า Fibrillation เหมือนหนอนเคลื่อนตัวอยู่ใต้ผิวหนัง

                คือว่านิ้วมือด้านฝ่ามือเขาชาแต่นิ้วหัวแม่มือจนถึงนิ้วที่สี่ คือนิ้วที่ใส่แหวนเพชร เพราะคนไข้ไม่ได้ถอดออก และชาในฝ่ามือด้านเดียวกันกับของนิ้วหัวแม่มือ เวลาให้เขากำมือแน่น ๆ แล้วหงายมือขณะกำมือนั้นสักพักจะรู้สึกเจ็บและชา  แถมผมเอาค้อนยางเคาะที่ตรงกลางข้อมือ ตรงเส้นวาสนาเลยละ คนไข้ก็รู้สึกเหมือนถูกไฟช๊อตเอาตามนิ้วมือ

                ผมรู้แล้วแต่เพื่อไม่ให้กล่าวหาจำเลยโดยไม่มีหลักฐานตายตัว ผมต้องทำอะไรสักอย่าง ไอ้นี่ต้องอาศัยเครื่องมือตรวจแบบไฟฟ้า เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างนั้นแหละ เขาเรียกว่า Nerve Conduction Velocity Study เครื่องนี่มีสายไฟต่อจากเครื่อง แล้วมาต่อที่แผ่นเหล็กเล็ก หรือขวดลวดสปริงมารัดที่ตามนิ้ว จากนั้นผมก็เอาขั้วไฟฟ้าอ่อน ๆ จี้ที่เส้นประสาท เส้นที่เรียกว่า Median Nerve มันจะวิ่งทอดจากตรงกลางด้านในของข้อศอกมาที่ข้อมือ แล้ววัดความเร็วจากข้อศอกไปที่ข้อมือ  จากนั้นผมก็มาเปรียบเทียบกับฝ่ามืออีกข้างที่เป็นปรกติ ผมก็พบว่า ข้างที่เจ็บนั้น เส้นประสาทมันวิ่งช้ากว่ามาก โดยเฉพาะช่วงแต่ข้อมือจนถึงนิ้วมือที่รัดด้วยขดลวดไว้

                ฮ่า! เมื่อได้หลักฐานครบหมด ก็สรุปว่าคนไข้นาง ฉื่อไดนี่เป็นโรค เส้นประสาทถูกทับ ใครทับย่อมบอกไม่ได้ มีภาษาของฝรั่งอ่านว่า Carpal Tunnel Syndrome ดีใจจังเลย นับว่า ผมเก่งสมตามที่เขาเยินยอกัน คนที่ชอบยอผมก็คนที่ผมไม่คิดค่ารักษานั่นแหละ

                ผมทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ส่ายหัวไปมา สังเหตุว่าคนไข้ชักหน้าไม่ค่อยดี ในท่าทางวางมาดของผม แล้วผมก็ค่อย อธิบายให้เขาฟังด้วยภาษาเขมรชนิดที่ดีที่สุด พร้อมกับทำมือชี้โบ๊ชี้เบ๊ จนคนไข้เข้าใจทุกอย่าง แล้วหน้าตาเขาก็ค่อย ๆ ดีขึ้น ยิ้มออกมาได้ ผมชักแปลกใจว่าเขายิ้มทำไม เอางี้ดีกว่า เรียกคนที่พามาที่เขาพูดภาษาลาวได้ด้วย เขาซักถามเสร็จถึงได้รู้ว่าคนไข้สบายใจขึ้นมาก เพราะหมอบอกว่าเอาสโลนปาสต์ติดเจ็ดวันก็หาย เฮ้ย! ใครบอก ผมหมายถึงต้องไปผ่า เมื่อผ่าเสร็จเขาจะเอาปลาสเตอทำเป็นเฝือกหุ้มไว้ที่ข้อมือเป็นเวลาเจ็ดวันต่างหาก โถ่กูเอ๊ย!

                 อ้ายโรคชื่อบ้า ๆ นี่ มันเกิดที่ฝ่ามือ โดยเส้นประสาทที่มารับความรู้สึกและบังคับให้กล้ามเนื้อทำงาน คือทำสองอย่างสำหรับฝ่ามือด้านนอกตอนหงายฝ่ามือ มันวิ่งจุ๊ดจากคอลงที่ใต้รักแร้ มาตามด้านใต้ของข้อศอก โผล่มาที่ข้อมือ แล้วก็เข้าฝ่ามือ ตอนเข้าฝ่ามือ มันจะรอดใต้เอ็นแข็ง ๆ สองแถบ เรียกว่า Transverse Superficial Carpal Ligament ฝรั่งเขาว่าคล้ายกับรอดใต้อุโมงค์ที่ประกอบด้วยเอ็นสองเส้นนี่แหละ เลยเรียก โรคอุโมงค์ที่ข้อมือ (ดูตามรูป)

                โรคนี่มักจะเป็นกับผู้หญิง เพราะผู้หญิงมักจะมีอะไรที่มันบวม ๆ ง่ายกว่าผู้ชาย อย่างตอนมีประจำเดือนมาก็บวม มีท้องก็บวม กินมากก็บวม คงอ้วนมากก็เป็นได้ ตอนนี้โรคนี้เป็นยอดนิยมของพนักงานพิมพ์คอมพิวเตอร์ เพราะต้องทำข้อมือขื้น ๆ ลงตลอดเวลา เลยทำให้เส้นเอ็นแข็ง ๆ นั่นบวมแล้วไปรัดเอาเส้นประสาท Median Nerve  นี้เข้า อย่างนี้ต้องซู! นอกนี้โรคไขข้อ โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ต่ำ ท้องโต--มีครรภ์ในผู้หญิง คนงานที่ต้องทำงานเกี่ยวกับการบิด เช่นบิดผ้า หรือหมุนสกรูอย่างต้องใช้แรงมาก ๆ

                การตรวจก็ตามที่ผมทำมาข้างต้นนั่นแหละ แต่ไม่ต้องเลียนแบบท่าทางของผม เดี๋ยวญาติเขาจะเขม่นเอา การเจาะเลือด เอ๊กซเรย์อาจเจอเรื่องอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุเบื้องต้นก็ได้ แต่จะเห็นเส้นประสาทวิ่งรอดอุโมงคงไม่เจอ ต้องใช้จิตนาการเอาเอง