Get Adobe Flash player

Theory of aging Brain (2)

Font Size:

แก่เจ็บ-ตาย ของมนุษย์ ( ตอน 2)

ไหน ๆ ท่านผู้อ่านก็ทนอ่านมาถึงแค่นี้แล้ว ก็นับว่าอดทนมาก เหนื่อยนะครับ ฟังผมร่ายรำอีกหน่อย เกี่ยวกับ Chromosomes ในมนุษย์ที่เรียกว่าอยู่ใน family Homo Sapiens จะมี Chromosomes อยู่ 23 คู่ ในนี้จะมีอยู่คู่หนึ่ง ที่คอยควบคุมเกี่ยวกับการเป็นเพศชายเพศหญิง เรียกว่า Sex Chromosomes ในผู้ชายจะพบว่าปาท่องโก๋ทั้งสองข้างจะยาวไม่เท่ากัน ข้างหนึ่งใหญ่ เรียกว่า Y ส่วนข้างเล็ก คือ X Chroทนmosome คือในตัวผู้ชาย จะมี Y+ X ส่วนผู้หญิงจะมี Sex Chromosome จะเป็น Y+Y คือว่าปาท่องโก๋ทั้งสองข้างจะยาวและเท่า ๆ กัน. เมื่อเวลาผู้ชายแบ่งตัวเซลล์ ให้เป็น Spermatozoa ปาท่องโก๋ chromosomes 23 คู่ ก็จะฉีกปาท่องโก๋ ออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละ 23 ตัว ไอ้ตัว X กับตัว Y จะอยู่คนละกลุ่มกัน

ส่วนของผู้หญิงนั้นจะแบ่ง อีท่าไหนก็ตาม ต้องเป็น กลุ่ม Y สองกลุ่มวันยังค่ำ

ถ้า Spermของผู้ชาย กลุ่มที่มีตัว X ของผู้ชายไปผสมกับกลุ่ม Y ของผู้หญิง ก็เป็น X+Y เด็กนั่นก็จะเป็น ผู้ชาย แต่ถ้า Sperm กลุ่มที่มี Y ของผู้ชายไปผสมกับกลุ่ม Y ของผู้หญิง ก็จะเป็น Y+Y เด็กก็เป็นผู้หญิง เห็นหรือยังครับ การที่ผู้หญิงจะให้เด็กเป็นผู้หญิงหรือชาย มันอยู่ที่คุณท่านผู้ชายนั่นแหละ จะไปโทษคุณผู้หญิงได้ยังไง ตัวเอ็งเป็นคนสร้างและปล่อยตัว X หรือ Y เอง.  

เผอิญคุณผู้ชายยิงผิดท่า อ้ายกลุ่มตัว Y ไปถึงตัวไข่ของผู้หญิงก่อน ก็เลยได้ลูกผู้หญิง พอไม่ได้ลูกผู้หญิง คูณผู้ชายเลยเอาเป็นข้ออ้างหาเมียน้อย หาว่าเมียหลวงทำลูกผู้ชายไม่ได้. ที่แท้มันเป็นความผิดของคุณผู้ชายเองหรอกครับ เที่ยวโยนความผิดไปให้ผู้หญิง

มันมีวิธีครับที่จะบังคับให้ตัว X หรือ Y ของผู้ชายให้มาผสมกับ Y ของผู้หญิงได้ อันนี้เป็นความลับครับ เหมือนกับของหมอเสน่ห์ ลง ณ ที่หน้าท้อง ผมบอกให้หมดไม่ได้ เดี๋ยวหมอออกลูกจะหาว่าไปทุบหม้อข้าวของเขาไปปรึกษากับเขาเถอะครับ ดีกว่าจะไปเสียผัวให้หมาอื่นมันคาบไป  คราวนี้ผมเข้าข้างเมียหลวงเต็มที่เลยครับ

B. Oxydants หรือ free radicals คือตัวสารจำพวก อ็อกซีเย่น แบบ superoxide O-  หรือ OH- hydroxyl สารพวกนี้ได้จากการใช้พลังงานในเซลล์ โดยทั่วไปเราจะเรียกว่า oxidants พวกนี้จะจับและเกิดปฏิกิริยากับสาร อื่น ทำให้สารอื่นหมดคุณภาพ ของมัน โดยเฉเพาะแหล่งสร้างกับเก็บพลังงานของเซลล์ ที่เรียกว่า mitochondria จะถูกทำลายได้ เมื่อร่างกายเราหมดพลังงานเราก็ค่อย ๆ อ่อนตัวลง แก่ลง แล้วก็ตาย ตัว Antioxidant ก็มี beta-carotene, vitamin C & E  บางหมอบอกว่ามี Q-10 ด้วย ซึ่งมีอยู่ในพืชและผลไม้มากมาย เขาถือว่าเป็นตัว anti-oxidants จะคอยป้องกันการทำลายของผนังเซลล์จาก พวกสาร oxidants. เขายังค้นคว้าพบว่าคนกินอาหารผักที่มี Anti-oxidant พอจะมีสุขภาพแข็งแรง แต่จะป้องกันไม่ให้เราแก่ได้หรือเปล่า ผมไม่รับรอง ถ้าจะกินก็กินแค่วันละ 800 units ก็พอ ผมว่าทางที่ดีกินแต่น้ำส้ม วันละถ้วยสองถ้วยก็คงพอบ้าง สำหรับ vitamin C ถ้าจะกินเพิ่มเติมก็ไม่ควรมากกว่า 1000 mg. และ beta- carotene ก็ราว ๆ 15 mg ต่อวัน. ตอนนี้คนอเมริกัน กำลังบ้ากิน Vitamin E  และ Q-10 กัน เอาไปขายที่เมืองไทย ก็ดีเหมือนกัน กำไรดี ถ้ารวยแล้วเจอกัน อย่าลืมเลี้ยงผมกินสักมื้อนะครับ คิดเสียว่าเป็นค่าตำราให้ผมก็แล้วกัน

C. Immune Senescence  แปลว่าระบบภูมิป้องกันแก่ตัวลง ในร่างกายเราถ้ามีเชื้อโรคหรือ สิ่งของแปลกปลอมเข้าไป ร่างกายเราจะต้องกำจัดออกไป ด่านแรกก็มีเม็ดเลือดขาว มีลักษณะต่าง ๆ กัน เรียกว่า PMNs ( poly-morpho Nuclear granular leucocytes ) หรือเม็ดเลือดขาว เข้ามาห้อมล้อมหรือกลืนกินทำลายไป  ตัวที่บุกรุกร่างกายเราไม่ว่าเป็นเชื้อโรคหรือ เนื้อเยื่อที่เราฝังเข้าร่างกาย เช่น tissue transplant เช่นเนื้อเยื่อจากการเปลี่ยนหัวใจหรือเปลี่ยนไต เชื้อพวกนี้เรียกว่า ตัว antigen  นอกจากทหารพวก PMNs แล้ว ร่างกายยังส่งสายลับ คือตัว Monocyte, macrophages, และพวกสืบข่าวสาร เข้าไปปะปน แล้วเอาข่าวสาร หรือเชื้อของสัตรู ส่งไปให้ FBI หรือ CIA ตรวจสอบ องค์การอันนี้คือ Lymphocytes ก็จะสร้างภูมิต้านทาน Immunity ขึ้นมา เรียกว่า Antibody.

ตัว Antibody นี้อาจจะส่งไปใช้ได้ภายในวัน สองวัน หรือจะเก็บไว้ใช้คราวหน้าก็ได้ ถ้าอ้ายตัวบุกรุกตัวเดิมมาใหม่อีก.  ภูมิต้านทานนี้มาในรูปแบบสองอย่าง คือ Hum oral Immunity คือตัวต้านทานละลายปนมากับเลือด เรียกว่า Immunoglobulin มีตัวสำคัญที่สุดคือ Gamma globulin or IgG, นอกนี้ก็มี IgA, IgM เป็นตัน. กลุ่มนี้สร้างโดย Lymphocytes B-Cell. อีกแบบเรียกว่า Cell Mediated Immunity เหมือนตัวตำรวจติดดาว มาเองเลยแถมพา Antibody ติดตัวมาด้วย มันคือ T-Cell Lymphocytes   ตัวนี้ร้ายกาจมาก ฝึกมากับ CIA โดยตรง โรงฝึกของมันก็คือ Thymus Gland ตัวโรงฝึก หรือ Thymus Gland นี้ อยู่แถวทรวงอกของเรานี้

ตัว Thymus gland นี้มันจะงอกงามตอนเราเกิดใหม่ แล้วก็ค่อย ๆ หดตัว จนเหลือนิดเดียวตอนอายุ ราว ๆ 40 ปี นั่นหมายความว่า พออายุมาก แล้วThymus Gland หดตัวไป หลังจาก gland ตัวนี้หดตัวลงจนเหลือแต่ติ่ง คือองค์การที่ฝึกปรือ T-cell พังไป อาจเพราะงบประมาณหมด เพราะรัฐมนตรีขอแบ่งไปทำ โปรเจคต์เสียหมด เมื่อโรงฝึกถูกยุบไป หรือซือเป๋แก่ตายไป  ตัว T-Cell นี้จะค่อยหมดความสามารถลง  อาจทำงานผิด ๆ ถูก ๆ ก็ได้ เพราะ ซือเป๋ ( ซือ แปลว่าอาจารย์ เป๋ แปลว่าพ่อ ไม่ใช่ขาเป๋ คนจีนถือว่าอาจารย์มีความสำคัญมาก ดุจพ่อคนที่สอง ในหนังคองฟูของจีน ถ้าซือเป๋ถูกค่า ลูกศิษย์ต้องถือว่าเป็นหน้าที่ ต้องล้างแค้น สิบปีก็ยังไม่สาย )

ถ้าอาจารย์ มันตายไปเสียก่อน นอกจากอาจทำงานไม่ดี บางครั้งยังอาจทำลาย เนื้อเยื่อของตัวเอ็งก็ได้ คือ เหมือนตำรวจเลว ๆ ทำร้ายคนดี แต่เป็นมิตรกับคนร้ายหรือนักเลง ว่างั้นเถิด แยกมิตรและศัตรูไม่ออกละ  เรียกว่า Auto-antibody ทำให้เกิดโรคใหม่ขึ้นมา เรียกว่า Auto-Immune Diseases คือระบบตำรวจในร่างกายเราคอยหาเรื่องชาวบ้าน คือตัวของเราเองนั่นเอง โรคที่สำคัญ คือ โรค SLE -Systemic lupus Erythematosus อาจจะจำนักร้องลูกทุ่ง คุณพุ่มพวง ดวงจันตร์   ที่เสียไปไม่นานนี้  ก็ด้วยโรคนี้แหละ นอกนี้ก็มี โรคไขข้อ Rheumatoid นิ้วมือนิ้วเท้าหงิกงอไปหมด Scleroderma หนังหุ้มร่างกายจะแข็งตัว รวมทั้งท่อกินอาหารก็แข็งตัวไปด้วย และโรคเนื้อเยื่อ connective tissue อีกหลายอย่าง นอกจากการที่ T-Cell ละเลยไม่ทำงานถูกต้องแล้ว บางทีแม้ผู้ร้ายจะยืนอยู่ข้างหน้ามัน มันก็ดูไม่ออกอีก เช่นพวก Cancer มะเร็ง มันคือเนื้อเยื่อของเรานี่เอ็ง แต่ผ่าเหล่าแบ่งตัวเอ็งอย่างรวดเร็ว และเกเรแถมหากินเข้าไปในพื้นที่ของคนอื่น ปล่อยลูกหลานที่เป็น cancer เข้าไปในวงจรของโลหิต หรือน้ำเหลือกระจายไปไกลได้ นี่แหละคือสาเหตุว่า คนอายุมากจะเป็นมะเร็งได้ง่ายและมากด้วย เพราะว่า T-cell ไม่สามารถกำจัดมะเร็งได้แล้ว

เขียนมาถึงแค่นี้ผมยังไม่แน่ใจว่า ผมจะอธิบายได้เข้าท่าขนาดไหน เพราะมันยุ่งครับ  (ผมยุ่ง ภาษาอังกฤษ น่าจะอ่านว่า Busy Hair) ยังไงอ่านต่อฉบับหน้าก็แล้วกันนะครับ ยังมีให้ยุ่งกว่านี้อีกมาก