Get Adobe Flash player

ทฤษฎี ของ แก่ เจ็บ ตาย ตอน 4 โดย นพ.สุวัฒน์ สุวรรณวานิช

Font Size:

ขนาดของสมองในสัตว์ต่าง ๆ ไม่ได้เป็นเครื่องวัดความฉลาด อย่างในช้าง หรือ ปลาวาฬ ย่อมใหญ่กว่าของคนเราแน่นอน แต่มันอยู่ที่ตัวเซลล์ประสาท Neurons ในคนเรานี่มีอยู่ 100-200 billions คือ หนึ่งถึงสองแสนล้านตัว.

อยู่ในสมองขนาด 1.5 กิโล  ส่วนของช้างนั้น หนัก ถึง 6 กิโล สมองเราก็เหมือนร่มที่พับไว้ ดูนิดเดียว แต่พอกางออก จะแผ่กว้างออกไปมาก โดยมีพื้นที่ผิวนอก Surface กว้างกว่าสมองที่เห็น ๆ อยู่ถึง 30 เท่า ความฉลาดมันอยู่ที่มีพื้นผิว Surface นิวรอนติดอยู่ที่พื้นผิว หน้าตาของสมองเราถึงมีร่องลึก ๆ อยู่มากมาย นั่นคือ มีพื้นผิวกว้างมากสำหรับเป็นที่อยู่ของ นิวรอน ตัวสองที่ทำงานนั่นเอง

นอกจากตัวนิรอนนี่แล้ว ที่ให้เราฉลาดได้ก็เพราะในสมองของเรา ยังมีศูนย์ประสานงาน Co-ordinator Centers มากด้วย ทำให้สามารถรวมการกระทำหลาย ๆ อย่างที่มีประโยชน์ให้มีความหมายยิ่งขึ้น ตัวอย่างที่เห็นชัดในการใช้ศูนย์ประสานงานนี่ คือการพูด มันมีศูนย์อยู่ที่สมองส่วนหน้า เรียกว่า Broca's  Area . การพูดได้นี่มันก็ยุ่งยากน่าดู จะต้องรู้จักหายใจโดยการใช้กล้ามเนื้อหายใจ คือกล้ามเนื้อซี่โครง กระบังลม กล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นต้น ทำให้ลมหายใจผ่านที่กล่องเสียง Vocal Cord ให้พอดี พอลมผ่านมาที่นี่ กล้ามเนื้อที่กล่องเสียงก็จะตึงตัวหรือหย่อนตัว อยู่ที่จะให้เสียงสูงหรือต่ำ  โดยการสั่นตัว -Vibration ของ เยื่อกล่องเสียงตอนลมผ่าน Vocal Cord ของคนเราสั่นได้แค่ 100 - 1000 ครั้งต่อหนึ่งวินาที คือเสียง C ของนักร้องโซปราโน่ สั่นได้แค่ 1000 ครั้งต่อ วินาทีเท่านั้น (โซปราโน ต้องเป็นของผู้หญิงเท่านั้น ของผู้ชาย เสียงสูงเป็น แค่ Tenor ) 

พอได้เสียงสูง-ต่ำแล้วเราจะทำให้มันก้องอย่างไรบ้าง Resonance โดยให้เสียงไปอยู่ช่องต่าง ๆ ที่ต้องการ เช่นด้านหน้าของปาก หลังปาก ในเพดาน ในช่องจมูก โดยการบังคับของเพดานปากและลิ้นไก่ ภาษาที่พูด อย่างพวกเรา เอเซีย จะให้เสียงมาอยู่ด้านหน้า หรือกลางปาก ส่วนของฝรั่งชอบพูดเสียงออกทางด้านหลังของปาก เพดานกับช่องจมูกเป็นต้น พวกนี่เขาถึงออกเสียงคำที่ใช้ M, N, R ได้ชัดมากกว่าพวกเรา.

พอเสียงที่ปากและช่องต่าง ๆ เราจะต้องดัดเสียงต่าง ๆ โดยใช้ลิ้น                     ฟัน แก้ม ริมฝีปาก  ให้ออกเป็นคำพูด ที่เราพอจะรู้หรือจำได้ว่าแปลว่าอะไร  เอาละเรามารวม ๆ ดูซิว่า คำว่า  "เรา" นั่นนะเราจะใช้กล้ามเนื้อกี่มัด กว่าจะได้คำนี้ออกมา ผมคงไม่นับละครับเหนื่อยเปล่า. นี่เพียงแค่ คำ ๆ เดียว ก็ยุ่งยากขนาดนี้ ถ้าเกิดอยากจะพูดเป็นประโยค ให้มีความหมายมากขึ้น จะยิ่งยุ่งขนาดไหน ในสมองมีจุดศูนย์ประสานงานอีกแห่ง ที่อยู่ใกล้ ๆ กับศูนย์อันแรก เรียกว่า Wernicke' area  อันนี้ทำให้คำต่าง ๆ รวมตัวกันแล้วให้มีความหมายยิ่งขึ้น เช่น จะร้องว่า “ พวก เรา มา ร่วม กัน” คงจะยุ่งยากไม่น้อย ศูนย์พวกนี้ มันประสานงานทั้งจากความจำของการเห็น การได้ยิน และความรู้สึกทั้งหลาย ขนบธรรมเนียม หลักไวยากรณ์  รวมทั้งสามารถฟังเสียงพูดของตัวเอ็ง แล้วแยกแยะว่าถูกต้องหรือ เปล่า

 เพราะบางคน สมองส่วนที่จะแยกแยะว่าตัวเอ็งพูดอะไรนี่ไม่ค่อยจะดี ก็จะกลายเป็นการพูดพร่ำ พูดพร่อย เอาแต่มีเสียงออกมา แต่ไม่รู้ว่าพูดอะไรก็มี เช่นพวกโรคสุราเรื้อรังจนสมองเสื่อมหมด จุดศูนย์ประสานงาน     จะอยู่ทั้งสองข้างของสมอง แต่ที่เกี่ยวกับภาษาพูดจะเจริญมากแต่ข้างเดียว โดยตรงข้ามกับมือที่เราใช้ถนัด ถ้าเราเป็นคนถนัดมือขวา  Right handed ศูนย์พวกนี้จะอยู่ด้านซ้าย.

ส่วนของลิงนั้นมัน มันจะออกเสียงเป็นอย่าง ๆ และมันจะออกเสียงเมื่อแสดงอารมณ์เท่านั้น  เพราะศูนย์ที่ออกเสียงมันไปอยู่ที่ สมองส่วนแสดงอารมณ์ เรียกว่า Limbic System

                คนเรานี่ไม่ใช่ว่าแค่พูดได้ก็นับว่าเก่ง สมองเรายังสามารถยับยั้ง การกระทำบางอย่างได้ ทั้ง ๆ ที่อยากจะทำหรือพูด  รู้จักใช้สัญลักษณ์ ต่าง ๆ แทนความคิดเห็นได้  Abstract Thinking รู้จักวางแผนล่วงหน้า กะผลที่จะเกิดขึ้นได้.

                พูดถึงรูปร่างของสมอง ก็ต้องให้ดูจากรูปที่ติดมาให้ดู ขนาดก็เล็กกว่าหัวเราหน่อย เพราะมีหนังหัว กะโหลกที่เป็นกระดูกหุ้ม แล้วยังมีเยื่อบาง ๆ หุ้มถึงสามชั้น  ชื่อต่าง ๆ  ผมคงไม่พูดถึงระครับ มันยาวและยาก จำไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่มี่อันเดียว ที่ควรให้รู้คือ โรคเยื่อสมองอับเสพ  Meningitis โดยมากเกิดในเด็ก ๆ มีอาการไข้ขึ้นสูง อาเจียนมาก คอแข็ง ชักตัวแอ่นเลย เจออย่างนี้ ต้องรีบส่ง โรงพยาบาล  อันตรายมาก 

น้ำหนักของสมองก็ราว ๆ 1.5 กิโล หน้าตาของสมองก็มีเป็นร่อง ๆ เรียกว่า Sulcus  หลาย ๆ ร่องก็เป็นพหูพจน์ Sulci ส่วนที่เป็นเนินสูง เรียกว่า  gyrus  หลายอันก็  gyri  ภาษาแพทย์ ผมก็เก่งแต่แค่นี้เอ็ง เอาไว้คุยเฟื่องกับคนไม่รู้ เท่ดี

สมองของคนหรือลิงนี่ มันไม่เหมือนของปลาหรือกบ ของคนหรือลิง เจริญกว่ามาก (สมองของคนใกล้เคียงมากกับ ลิง ชิมแพนซี Chimpanzee ก็ตัวที่เล่นในหนัง ทาซาน นั่นแหละ) พวกนี่จะมีสมองอยู่สามตอน คือ fore, mid, & hind brian ส่วนหน้า,กลาง และด้านหลัง ( ถ้าอยากรู้ชื่อ ที่พิลึกของมันก็ได้ คือ Pros encephalon, Mesencephalon & Rhomb encephalon โอ้ย เหนื่อย ) สมองของคนเรานี่ก็มีแบบนี้เหมือนกันตอน ตอนเริ่มเป็นตัวลูกอ๊อด ตอนอยู่ในท้องแม่ แล้วอยู่ ๆ สมองก็แยกตัวจากส่วนต้นของอวัยวะดมกลิ่น Olfactory Bulb ในสมองส่วน Fore Brain ส่วนหน้า ที่เรียกว่า Prosemcephalon เป็นก้อนเนื้อ ที่ใหญ่มหาสาร ลักษณะเหมือนเนื้องอก โตจนไปหุ้มเอาส่วนอื่น ๆ ของสมองเข้าไว้ที่ข้างในและข้างล่างของเนื้องอกก้อนใหม่นี้  คือมันกินที่ของสมองส่วนอื่นเขาหมด  จะให้ผมวาดเป็นรูปหรือถ่ายหนังว่ามันเจริญ ยังไง คงไม่ได้ แต่อาจจะรอดูจากหนังสารคดีของ  You tubeในคอมพิวเตอร์ ยังไง ๆ ก็เชื่อผมไว้ก่อนก็แล้วกัน ผมไม่กล้าหลอกท่านผู้อ่านหรอก เสียความรู้สึกเปล่า ๆ