Get Adobe Flash player

เนื่องจากคุณหมอสุวัฒน์ติดธุรกิจบางประการไม่สามารถส่งบทความได้ ทางเสรีชัยขอนำบทความพิเศษ ร้อยแก้ว โดย วัลลภา ดิเรกวัฒนะ มาแทน

Font Size:

พีรพงศ์ (พีท) เพิ่มแสงงาม ชาวไทยคนแรกของหน่วยเก็บกู้ระเบิดสหรัฐฯ ตำรวจไทยในกรมตำรวจ นครลอสแอนเจลิส มีความสามารถรอบตัว นำความภาคภูมิใจให้แก่ชุมชนไทยตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี... ตอนที่ 4

 

รัฐบาลกลางนอกจากเอฟบีไอ ก็มี Secret service ทำหน้าที่อารักขาพวกคนใหญ่คนโต นักการเมือง และพวกเงินปลอม, CIA คือพวกสืบราชการลับ จากนั้นเป็นของรัฐ มี state trooper ตำรวจทางหลวง ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย คือ Highway Patrol ซึ่งคล้ายกับเอฟบีไอ มีสิทธิไปทั่วรัฐนั้นๆ...

เมื่อก่อนผมอยากเข้าเอฟบีไอ แต่เอฟบีไอมีข้อเสียเหมือนทหารอากาศ ทุกสองปี จะถูกย้ายไปรัฐต่างๆ ทั่วประเทศ ชีวิตครอบครัวคงไม่สะดวกนัก แต่ข้อดีตรงที่เป็นของรัฐบาลกลาง

ทุกตำแหน่งจะเทียบกับประเทศไทยไม่ได้ เพราะเมืองไทยมีพลตำรวจกับนายตำรวจ นายตำรวจเรียน 4 ปี พลตำรวจเรียน 6 เดือน ที่อเมริกาไม่ว่าจะจบตรี โท เอก ไม่สำคัญ ต้องเป็น Police Officer แล้วเป็นจ่า “ซาเจนท์” ทั้งนั้น  ต้องเริ่มต้นใหม่แล้วไต่ขึ้นไป จากระดับ 1-2-3 ที่เมืองไทย ผู้กำกับคุมสถานี ยศพันตำรวจโทขึ้นไป ที่นี่ซาเจนท์คุมทั้งกะ ซาเจนท์มีอำนาจมาก สามารถตรวจสอบสำนวนที่ตำรวจเขียนทุกอย่าง

ระดับ 1-2-3 ขึ้นไป คือ ซาเจนท์ 1-2-3, ดีเท็คทีฟ (เจ้าพนักงานสอบสวน) ก็มี 1-2-3, ลูเทนเนนท์ (ร้อยตำรวจโท รองผู้กำกับ) กัปตัน (ยศร้อยตำรวจโท เป็นผู้กำกับคุมโรงพัก) คอมแมนเดอร์ (รองผู้การ คุม 2-3 สถานี) เหนือขึ้นไป deputy chief (ผู้การ ที่แอลเอมี 5-6 คน คุมเขต 7 สถานี) ตำแหน่งสูงขึ้นไปคือ assistant chief (รองอธิบดี) สูงสุดคือ chief(อธิบดี)  

  แอลเอพีดีมี 22 สถานี แบ่งเป็น 4 เขต เขตหนึ่งมี 5-7 สถานี (ผู้การคุม) ความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งระหว่างตำรวจที่นี่กับตำรวจไทย ผมทราบมาว่า ตำรวจไทยชั้นต้นออกไปจับผู้ร้าย พอเข้าโรงพัก คนที่เขียนสำนวนคือนายร้อย แต่ที่นี่เรียนจบมาแล้วต้องจับได้เขียนได้ ซาเจนท์คุมกะตรวจสอบอีกครั้ง  ตำรวจที่นี่มีประสิทธิภาพมาก เพราะมาตรฐานการเรียนสูง ต้องสัมภาษณ์คนได้ จับผู้ร้ายได้ เขียนสำนวน เอาผู้ร้ายเข้าห้องขังได้ ไม่ใช่ยื่นให้นายร้อยเขียน 

เพื่อนผมเรียนรุ่นเดียวกันจบกฎหมาย ถ้าเป็นที่เมืองไทยได้เทียบชั้นสูง แต่ที่นี่อยู่ระดับ Police Officer  3 เหมือนผม ตอนนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของกรมตำรวจ ถ้าอยากเลื่อนขั้นก็ได้ แต่หลายคนไม่อยากเลื่อน ผมอยากให้เข้าใจว่า การเลื่อนขั้นเป็นพวกบริหาร จะต้องสอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ ไม่ได้บู๊อีกแล้ว ถึงได้เงินมากก็จริง แต่เป็นสิ่งที่เราชอบและมีความสุขหรือเปล่า ผมกับเพื่อนๆ ยังคงระดับ Police Officer 3 เพราะชอบในสิ่งที่ทำ

ข้อกำหนดในการเข้าเป็นตำรวจ มี 4 ขั้น ขั้นแรก สอบข้อเขียน 2-3 หน้า จบไฮสกูลต้องเก่งจริง เป็นอาสาสมัครช่วยองค์กรมาก่อน ต้องรู้วิธีการเขียน เก่งไวยากรณ์ บรรยายความเก่ง ถ้าจบคอลเลจ เขาจะพิจารณาก่อน ตอนที่ผมสอบ ไม่ได้ถามเรื่องตำรวจเลย ถามว่า...ใครคือแบบอย่างในชีวิตของคุณ...ดูวิธีการเขียนว่าผิดหรือเปล่า

เมื่อผ่านข้อเขียน ขั้นที่สอง สัมภาษณ์ มีคณะกรรมการ 3 คน เป็นตำรวจ 2 คน อีกคนเป็นจิตแพทย์ ผลัดกันโยนคำถาม...ทำไมอยากเป็นตำรวจ มีความสามารถอะไรพิเศษ เขาดูบุคลิกว่าต้องมีอำนาจสั่งคนได้ เวลาตอบถ้าไม่มองหน้า ไม่สบตาก็ตก และยกตัวอย่างสถานการณ์ให้เราแก้ปัญหาได้ถูกต้อง เขาดูที่ปฏิภาณไหวพริบ ผมมีประสบการณ์บ้างแล้วจากเรดแลนด์ ผมได้คะแนนสูงจากคำถามที่ว่า..ทำไมถึงอยากเป็นตำรวจ...ฝรั่งที่สมัคร 100 คน ต้องพูดเหมือนกันหมดว่า อยากช่วยสังคม อยากช่วยประชาชน ในเมื่อผมเป็นคนไทย ถ้าตอบเหมือนกันก็เทียบไม่ได้ ต้องให้เหนือเขาสักหน่อย     

เหตุผลที่ผมอยากเป็นตำรวจมีหลายประการ แต่วันนี้ถ้าจะต้องให้คำตอบ ผมขอย้อนกลับไปถึงสมัยเด็ก โตที่เมืองไทย  เห็นตำรวจอเมริกันในหนังทีวี ประทับใจในภาพพจน์ นอกจากบู๊ต่อสู้แล้ว ผมชอบความซื่อสัตย์ บุคลิกและการแต่งกายของตำรวจแอลเอพีดี

ผมบอกว่า “ผมไม่เคยคิดว่าจะมาอยู่อเมริกา ตอนนี้มาอยู่แล้ว ผมอาจเดินทางผิดนิดหน่อย ไปเรียนทางธุรกิจ แต่ตำรวจมันฝังจิตฝังใจผม...” ผมมองหน้ากรรมการทั้ง 3 คน แล้วพูดต่อว่า

อนาคตของผมในแอลเอพีดีอยู่ในมือของคุณทุกคน ถ้ารับผมเป็นตำรวจแอลเอพีดี ผมจะเป็นตำรวจที่เก่งที่สุด ที่คุณจะต้องภูมิใจผมในอนาคต...” กรรมการฟังแล้วผงกหัว รู้เลยว่าผมได้แล้ว ปรากฏว่าผมได้คะแนน 98เต็ม 100 มาคิดดูในปัจจุบันนี้ก็เป็นจริงอย่างที่พูดไว้ เพราะได้สอนรุ่นน้อง กลับไปสอนตำรวจไทย และได้กลายเป็นพรีเซ็นเตอร์ ลงโปสเตอร์ชักชวนชาวเอเชียให้เข้าสมัครเป็นตำรวจ เมื่อ 5-6 ปีก่อน     

การสัมภาษณ์จะดูว่าคะแนนไปตกที่ตรงไหน 95-100 คะแนน ภายใน 4-5 เดือน มีสิทธิได้บรรจุ 90-95 คะแนน รอ 6-8 เดือน ถ้าได้ 85-90 คะแนน อาจรอเป็นปี 80-85 คะแนน อาจต้องสอบใหม่ หรือรอหลายปี ต่ำกว่านั้นคือตก

เมื่อสัมภาษณ์ผ่าน ขั้นที่สาม ตรวจประวัติ ดูภูมิหลังว่าเคยโดนตั๋วขับรถเร็ว ติดเหล้าเมายา เคยถูกจับหรือไม่ ผมเคยช่วยคนไทยคนหนึ่ง ตอนเด็กไปกับเพื่อนไปหยิบของในห้าง แม้ตัวเองไม่ใช่คนหยิบ แต่ถูกจับไปทั้งกลุ่ม เขาดูที่เหตุผล ถ้าตอนโตทำเองโดยเจตนาก็มีปัญหา จะเป็นตำรวจได้อย่างไร ถ้าจับผู้ร้ายคดีใหญ่ ตรวจพบประวัติเบื้องหลังก็เสียชื่อ

นอกจากนี้ยังตรวจประวัติพ่อแม่และคนในครอบครัวว่าเป็นโรคจิตหรือเปล่า ที่นี่ซูกันมาก จึงต้องละเอียด เมื่อได้โล่พกปืนเป็นตำรวจแล้ว เกิดบ้าขึ้นมาไปยิงคน กรมตำรวจต้องจ่ายหลายล้าน เขาไปสัมภาษณ์อาจารย์ที่สอนผมสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัย และก่อนย้ายมาบ้านใหม่ 7 ปี สัมภาษณ์เพื่อนบ้านว่าผมเป็นคนอย่างไร เพราะบางคนกินเหล้าในบ้าน เปิดเพลงดัง เกเร  ถ้าข้างบ้านบอกว่าไม่ดีก็จบกัน...

มีการตรวจประวัติเครดิต ตอนสัมภาษณ์ใครๆ ก็พูดได้ว่าเป็นคนดี ถ้าไม่รับผิดชอบเรื่องเงิน แล้วจะรับผิดชอบชีวิตประชาชนได้อย่างไร หากมีหนี้เยอะมาเป็นตำรวจ เวลาไปพบเงินก็จะเกิดความโลภได้  ผมขอให้ทำเครดิตให้ดีไว้ หนี้นิดหน่อยไม่เป็นไรแต่ต้องจ่าย ผมเข้าตำรวจใหม่ๆ สมัครพร้อมกับเพื่อนที่เรียนคอลเลจมาด้วยกัน เขาทำได้ดีทั้งหมด มาติดเรื่องเครดิต ซื้อรถแล้วไม่รับผิดชอบ

ขั้นที่สี่ ตรวจร่างกาย สุขภาพแข็งแรงไหม ถ้าอ้วนมากก็ลำบาก ตอนสมัครต้องไม่อ้วน จบแล้วก็เป็นอีกเรื่อง กรมตำรวจก็เหมือนกับธุรกิจ เป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง นักเรียนตำรวจจบภายในปีครึ่ง ซิตี้จ่ายคนละหนึ่งแสนสองหมื่นห้าพันเหรียญ ค่าเครื่องแบบ ปืน กระสุน ค่าสอน ค่าจิปาถะ

ถ้าไม่ตรวจร่างกายให้ดีๆ อีก 5 ปี เป็นโรคหัวใจ ก็จะสูญเงินจำนวนนี้ไป ขนาดตรวจละเอียดก็ยังมี ตายด้วยโรคหัวใจเพราะมีความเครียดสูง ต่อสู้กับผู้ร้ายหรือช่วงรอเวลาที่จะเข้าไปยิงคนร้าย

เมื่อ 24 ปีก่อน นักเรียนตำรวจรุ่นผมสมัครเข้ามาเรียน 103 คน แต่จบจริงๆ 81 คน เพราะฝึกหนัก บางคนตกยิงปืน ตกวิ่ง ตกต่อสู้ ผมมีความภูมิใจสมัยเรียน ได้เป็นผู้นำหมู่ คะแนนตอนเรียนจบ ติดท็อปหนึ่งในสิบของรุ่น  ได้คะแนนที่หนึ่งในการต่อสู้ป้องกันตัว

ด้วยเหตุนี้ต่อมาผมจึงได้เป็นผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้ของแอลเอพีดี เป็นครูสอนทั้งนักเรียนและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องกลับมาฝึกเพิ่มเติมและกรมอื่นๆ ส่งมา บางครั้งเดินทางไปฝึกการต่อสู้ให้ตำรวจที่ซานฟรานซิสโก ซานดิเอโก มีตำรวจจากอาลาสก้า นิวยอร์ค มาเรียนกับผม

พี่วรวุฒิ อิทธิภักดีพงศ์  ตำรวจไทยคนแรก ผมเคารพเพราะเป็นคนเปิดทางให้รุ่นน้องเข้ามา พี่เขาผ่านมามาก เมื่อก่อนไม่ง่ายเหมือนเดี๋ยวนี้ ฝรั่งรังเกียจเรา ปัจจุบันมีตำรวจไทยแอลเอพีดี 16 คน ผู้หญิง มี 2-3 คน มากกว่าครึ่งโตที่นี่ พูดไทยได้นิดหน่อย

ผมอยากให้ลูกหลานคนไทยรุ่นหลังที่อยากเป็นตำรวจ ประเด็นแรกคือต้องไม่เห็นแก่ตัว เป็นคนดี รักเพื่อน รักคนใกล้ชิด มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยประชาชน สังคม เป็นจุดที่สำคัญ และฝึกภาษาไทยเอาไว้ อย่างผมพูดอ่านออกเขียนภาษาไทยได้ เวลาคนไทยมีคดีต้องไปช่วย ตอนผมเข้าใหม่ๆ ก่อนจะจ่ายเงินค่าล่ามให้ผม จะต้องไปสอบที่ยูเอสซี โปรเฟสเซอร์อเมริกันชื่อ เดวิด ทูล ให้หนังสือการเมืองมาอ่าน อ่านจบให้พูดกับเขาแล้วเขียน ความรู้ภาษาไทยของผมแค่ป . 4 แต่สอบผ่าน ผมได้คะแนนข้อเขียนมาก

ผมจำได้แม่น เขาถามเป็นภาษาอังกฤษว่า...ทุกประเทศมีวันหยุดเหมือนกัน ให้คุณเลือกมาวันหนึ่งและเพราะอะไร ผมเขียนบรรยายเป็นภาษาไทยว่า...ผมเลือกวันแม่เป็นวันหยุดของผม เพราะการกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ นับจากน้ำนม พลังงาน ความรักเอ็นดู ทำให้เราเป็นคนดีได้เพราะบารมีแม่...

ผมรู้ดีว่าการเขียนของผมจับหัวใจคนตรวจแน่นอน

 

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)