Get Adobe Flash player

เนื่องจากคุณหมอสุวัฒน์ติดธุรกิจบางประการไม่สามารถส่งบทความได้ ทางเสรีชัยขอนำบทความพิเศษ ร้อยแก้ว โดย วัลลภา ดิเรกวัฒนะ มาแทน

Font Size:

พีรพงศ์ (พีท) เพิ่มแสงงาม ชาวไทยคนแรกของหน่วยเก็บกู้ระเบิดสหรัฐฯ ตำรวจไทยในกรมตำรวจ นครลอสแอนเจลิส มีความสามารถรอบตัว นำความภาคภูมิใจให้แก่ชุมชนไทยตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี... -8- เมื่อปี 2004 พลตำรวจตรีอุดม ชัยมงคลรัตน์ กับ พ.ต.อ.สมชาย รัตนอาภา และนายตำรวจระดับสูงไปฝึกกับเอฟบีไอ ก่อนกลับมาดูงานที่แอลเอพีดี เพราะเป็นกรมตำรวจที่ได้รับการยอมรับระดับโลก ผมเป็นคนดูแล พาไปดูหน่วยวิทยาศาสตร์ การฝึกยิงปืน หน่วยสวาท ขึ้นเฮลิคอปเตอร์

 

พ.ต.อ.สมชาย รัตนอาภา พูดว่าผมเชี่ยวชาญทางนี้ น่าจะไปบรรยายที่เมืองไทย สิ่งหนึ่งสะกิดใจผมว่าทางภาคใต้มีปัญหามาก ตำรวจตายกันทุกวัน ผมตกใจ ถามว่าจะช่วยอย่างไรได้ เขาบอกว่าจะเอาตำรวจทางภาคใต้มาฝึกกับผมที่ค่ายนเรศวร  ผมก็รับปากตกลง 

ปี 2007 ผมถูกขอตัวไปฝึกยุทธวิธีให้กับตำรวจไทย 3 อาทิตย์ เป็นครั้งแรกที่ทางกรมตำรวจอนุญาตให้ทำหน้าที่เต็มตัว พกปืนขึ้นเครื่องบินได้ มีทีมไปด้วย 3คน อาทิตย์แรกที่ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ฝึกหน่วยพิเศษ จากทุกภาค 50 คน ฝึกทุกวัน หนักมาก ยิงปืน คลุกฝุ่น คลาน เหมือนพวกเดนตาย

อาทิตย์ที่ 2 ไปที่โรงเรียนนายร้อย ฝึกยุทธวิธีกับศิลปะป้องกันตัวให้กับคณะครู ฝึกมาตรฐาน 5 วัน อาทิตย์ที่ 3 ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ฝึกแค่ 2-3วัน ไม่เหนื่อยเท่าสองอาทิตย์แรก เพราะอยู่ในเมือง ฝึกบ้าง กินข้าว กินน้ำชาบ้าง สองอาทิตย์หลัง ผมเสียงแหบแห้ง เพราะทีมที่ไปด้วยกันพูดไทยไม่ได้ ผมทั้งพูดทั้งแปลไม่มีหยุด แต่ผมถือว่าเป็นการเสียสละด้วยความเต็มใจที่จะเป็นผู้ให้ความรู้ และผมเพิ่งมารู้ทีหลังด้วยความภาคภูมิใจว่า ค่ายนเรศวรเป็นหัวใจของตำรวจ

ที่จริงเมืองไทยมีครูฝึกยุทธวิธีเก่งๆ แต่แตกต่างกันตรงที่ แอลเอพีดีมีการพัฒนาปรับเปลี่ยนวิชาฝึกตลอดเวลา จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตำราที่ใช้มา 10-20 ไม่มีการเปลี่ยน แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร ผมนำเอาวิชาความรู้ไปถ่ายทอด โดยเฉพาะตำรวจที่ปฏิบัติงานทางภาคใต้ 2 วิชา คือยุทธวิธีกับศิลปะการป้องกันตัว สถิติที่นี่ 80 เปอร์เซ็นต์ เวลาจับผู้ร้ายต้องลงไปกับพื้น จับกดแล้วใส่กุญแจมือ ผมสาธิตวิชานี้ให้กับตำรวจไทย ซึ่งเป็นมวยไทยอยู่แล้ว 

วิชายุทธวิธี ตอนนี้ตำรวจทางใต้เสียชีวิตกันมากเพราะผู้ก่อการร้าย ถูกซุ่มยิง วางระเบิด ผมก็สอนเรื่องการค้นรถ ว่าพาร์ทเนอร์จะต้องคอยคุ้มกันและดูแลเราอย่างไร หลักสำคัญที่สุดจากที่ศึกษามาก่อนเข้าไปค้นตัวผู้ร้ายหรือยืนคุมคน ถ้าจะยิงกันมันมีสิ่งบอกเหตุ แต่เรามองไม่เห็น เราเน้นให้ตำรวจมองให้เห็น ถ้าเห็นภัยมาก่อนจะช่วยเราได้

คดีนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 1970 ตำรวจอเมริกัน 2 นาย ถูกวิทยุเรียกให้ไปจดรายงานขโมยเข้าบ้าน  พอไปถึงก็จอดหน้าบ้านที่เกิดเหตุแล้วลงจากรถ ข้างบ้านมีพุ่มไม้ ผู้ร้ายซุ่มยิงจากพุ่มไม้ เสียชีวิตทั้งคู่ ตำรวจคนหนึ่งมือยังถือรายงานที่เตรียมมาอยู่เลย

กรมตำรวจเอามาวินิจฉัยเพื่อจะได้ช่วยชีวิตคนอื่น ถ้าขโมยเข้าบ้าน หลังจากขโมยหนีไปแล้ว บ้านนั้นต้องเปิดไฟ แต่บ้านนี้ดับไฟ เขามองไม่เห็นสิ่งบอกเหตุ ไปจอดรถหน้าบ้าน ยุทธวิธีของเราตอนนี้เปลี่ยน ไม่จอดรถหน้าบ้าน วิชาจึงไม่ค่อยสำคัญเท่าหลักการ ต้องจดจำไว้ตลอด 

ฉะนั้นตำรวจภาคใต้ก่อนจะค้นรถหรือก่อนจะไปที่ไหน ถ้าพิรุธจะมีสิ่งบอกเหตุ มันจะผิดปกติ การพิจารณาและการสังเกตสำคัญเท่ากับทักษะ ตำรวจอเมริกาเน้นเรื่องนี้ แต่ถ้าเรามองสิ่งบอกเหตุไม่เห็น  เข้าไปในสถานการณ์แล้ว ก็สายเกินไปที่จะแก้ได้ทัน

ผมเอาหลักการไปแลกเปลี่ยนให้ตำรวจไทยฟัง เขาสนใจกันมาก เราไม่ได้เก่งอะไรแต่เอามาจากความจริง  หวังว่าการฝึกครั้งนี้จะช่วยชีวิตตำรวจที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงอันตรายได้มากขึ้น

มีตำรวจมาจากหลายภาค  ผมอิ่มใจตอนที่ฝึกกับเขา ผมไม่มีวันลืม เหมือนเป็นพี่น้องกัน ถึงเราทำงานไม่เหมือนกัน แต่จุดมุ่งหมายคือผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ปกป้องคุ้มครองคน ถ้าวิชาที่ผมถ่ายทอดไป สามารถช่วยชีวิตครูและตำรวจ ผมถือว่าเป็นบุญของผม ผมยินดีให้ความช่วยเหลือในทุกกรณีที่เกี่ยวข้องกับคนไทย ไม่ว่าในหรือนอกสหรัฐฯ

ผมเห็นใจตำรวจไทยที่ไปฝึก แตกต่างกับที่นี่มาก อุปกรณ์การใช้ไม่ครบครัน ความตั้งใจหาความรู้มี แต่ขาดประสบการณ์การใช้ อีกประการคือ การบริหาร อย่างหน่วยจเร คือตำรวจจับตำรวจ  คนที่เข้าไปเป็นจเรที่นี่ได้ มีอำนาจสูงว่าตำรวจธรรมดา มีหมายเลขโทรศัพท์สายตรงถึงอธิบดีกรมตำรวจ ถ้าตำรวจทำผิด สามารถปิดโรงพัก กักคนไว้เพื่อสัมภาษณ์ก็ทำได้เลย

เมื่อปี 2008 พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 มาดูงาน ผมพาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ท่านได้ความคิดจากที่นี่ ไปสร้างหน่วยพิเศษ เหมือนกับหน่วยสวาท เรียกว่าเป็นหน่วยจู่โจม ชื่อ “ปะฉะดะ” ใช้มอเตอร์ไซค์ขี่ซิกแซ็กเข้าไปจับกุมคนร้าย 

กลางปี 2009 ผมกลับเมืองไทยไปพักร้อนกับครอบครัวที่กระบี่และเขมร พอ พล.ต.ต.วิชัย ได้ข่าว บอกผมว่า...พี่มีหน่วยพิเศษเพิ่งสร้างขึ้นมา เป็นหน่วยที่เข้าจับกุมถึงตัว เสี่ยงอันตรายมาก ขอให้น้องพีทช่วยฝึกสักวันสองวัน...ผมตอบรับ ท่านก็มารับผมที่สนามบินในอาทิตย์สุดท้ายของการพักร้อน  

ผมอยากทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ไปบรรยายที่โรงเรียนนายร้อยหนึ่งวัน อีกหนึ่งวันไปบรรยายที่โรงเรียนผู้การ ที่รังสิต ตำรวจพวกที่เข้าไปจับกุมนั้นสำคัญมาก เพราะเสี่ยงอันตรายที่สุด พวกนี้มีครอบครัวที่เขารักและเป็นห่วง ถ้าผมเข้าไปช่วยทำให้เขาปลอดภัย เรียนรู้การจับกุมอย่างถูกวิธีจนเชี่ยวชาญ ก็เหมือนกับผมไปทำบุญที่วัด แต่ทำบุญแบบนี้ดีกว่าตรงที่ได้ช่วยชีวิตคน

ตอนแรกตั้งใจไปแค่หนึ่งวัน กลายเป็นสามวัน แต่ก็ยังน้อยไป ผมทุ่มเทเต็มที่ ได้ผลมาก ตอนไปฝึกมีนักข่าวไปถ่ายรูป มีคนหนึ่งบอกว่า รายการสุริวิภาสนใจ ผมได้รับเชิญไปออกรายการ ทำให้คนรู้จักผมมาก กลับมาแล้ว ไปกินก๋วยเตี๋ยวพบคนไทยจากเมืองไทย  เข้ามาขอถ่ายรูปกับผมว่าเห็นในรายการสุริวิภา

“หน่วยปะฉะดะ” ตั้งใจฝึกอย่างจริงจัง ยุทธวิธีที่สำคัญ ตำรวจไทยยังมีไม่ครบ คดีเกิดที่เมืองไทยเมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้ตำรวจเสียชีวิต คือร้านทองถูกปล้น ตำรวจกำลังดื่มกาแฟกับเจ้าของอยู่หลังร้าน โจรไม่รู้ พอเสียงตะโกนว่าร้านทองถูกปล้น ตำรวจออกมาดวลปืนกับโจร 2 คน ตำรวจยิงก่อน โดนคนแรกลงไปนอน ตำรวจไทยฝึกแต่ยิงปืนอย่างเดียว พอยิงคนแรกลงไปนอนก็วิ่งไล่คนที่สอง คนแรกที่ลงไปนอนกำลังจะตายอยู่แล้ว พอตำรวจวิ่งผ่านก็ลุกขึ้น ยิงเข้าที่หลังตำรวจเสียชีวิต

ที่แอลเอพีดี พอตำรวจยิงผู้ร้าย เราสอนว่า ก่อนจะวิ่งผ่านคนร้าย ต้องเตะปืนออกจากมือผู้ร้ายก่อน เพราะเขาเอาวิทยาศาสตร์มาเทียบว่า เวลาคนก่อนจะตาย ถึงถูกยิงที่หัวใจ แต่เลือดจะปั๊มสามสิบวินาทีก่อนหัวใจหยุดเต้น เพราะฉะนั้นช่วงวินาทีสุดท้าย คนร้ายยังสามารถยิงได้อีก ที่เมืองไทยไม่รู้

ถ้าสถานการณ์เกิดที่นี่ ออฟชั่นที่หนึ่ง วิ่งผ่านแล้วเตะปืนออกไป ออฟชั่นที่สอง หลบที่กำบังแล้วเดินผ่าน ที่นี่มีทักษะ สิ่งนี้ทำให้ผมดีใจที่ได้ไปสอนตำรวจไทย ปืนหรือมีดฆ่าเราไม่ได้ แต่มือแตะปืนแตะมีดเมื่อไรก็มีปัญหาเมื่อนั้น

ผมเห็นใจตำรวจไทยที่ไปฝึกมา แตกต่างกับที่นี่มาก อุปกรณ์ไม่ครบครัน ความตั้งใจหาความรู้มี แต่ขาดประสบการณ์การใช้ ตำรวจเมืองนี้ เราเห็นแล้วเกรง พื้นฐานของเขาแข็งมาก ต้องผ่านมาตรฐานไม่ใช่แค่กรม ผ่านรัฐบาลแคลิฟอร์เนีย กระทรวงยุติธรรมต้องรับรองเหมือนเป็นดีกรี จบตำรวจไม่ได้จากกรมเท่านั้น ทำหน้าที่หนึ่งปีจะได้จากรัฐ เหมือนได้ปริญญา มีสามขั้น

ตอนนี้ผมได้แบบครบวงจร ตำรวจไทยต้องเพิ่มมาตรฐานให้แข็งก็จะดีขึ้น แต่ทุกอย่างกลับมาที่งบประมาณ บ้านเรามีไม่มากนัก

 (อ่านต่อสัปดาห์หน้า)