Get Adobe Flash player

เนื่องจากคุณหมอสุวัฒน์ติดธุรกิจบางประการไม่สามารถส่งบทความได้ ทางเสรีชัยขอนำบทความพิเศษ ร้อยแก้ว โดย วัลลภา ดิเรกวัฒนะ มาแทน

Font Size:

พีรพงศ์ (พีท) เพิ่มแสงงาม ชาวไทยคนแรกของหน่วยเก็บกู้ระเบิดสหรัฐฯ ตำรวจไทยในกรมตำรวจ นครลอสแอนเจลิส มีความสามารถรอบตัว นำความภาคภูมิใจให้แก่ชุมชนไทยตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี... -7- หลังจากเป็นตำรวจได้ 10 ปี คิดว่าประสบการณ์มากพอแล้ว เป็นคาราเต้สายดำ อคิโด้, เจเคดี และการใช้มีดใช้ไม้ ได้เรียนมาจากเกจิอาจารย์ ลูกศิษย์บรูซลี ชื่อ แดน อินนาแซนโต้ สำหรับมวยไทย ผมเรียนกับครูสุรชัย แล้วผมก็เปลี่ยนสายงานไปสมัครเป็นครูสอนศิลปะป้องกันตัวสำหรับพวกตำรวจที่กลับมาทบทวนวิชาและฝึกเพิ่มเติม ตอนนั้นมีคนสมัคร 325 คน เขาต้องการแค่ 2 คน

 

ตอนเป็นตำรวจใหม่ๆ คนเอเชียถูกดูถูก ผมคิดว่าถ้าเป็นครู แล้วไปยืนต่อหน้าพวกผมทองที่เคยดูถูกเรา ทำให้เขายอมรับเรา นั่นคือความสำเร็จอย่างหนึ่งในชีวิตผม แม้ผมไม่ใช่ตำรวจไทยคนแรก แต่เป็นครูคนแรกในแอลเอพีดีที่ได้สอนฝรั่ง

พอสอบได้ ผมก็ยิ่งศึกษาให้แตกฉานมากขึ้นไปอีก “ยิวยิดสู” เรียนกับ ครูเกรซี่ ซึ่งเป็นคนเริ่มกีฬา UFC การต่อสู้ลงไปกับพื้น ฝึกวิธีปลดปืนกับคอมมานโดของอิสราเอล ฝึกกับหน่วย S.W.A.T ทุกปีจะต้องออกไปเป็นสายตรวจ เพราะสถานการณ์และเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงทุกปี ฝรั่งไม่เคารพยศ เคารพที่ความสามารถและประสบการณ์

ผมเสนอทางคณะครูฝึกว่า ให้เปลี่ยนวิธีการเตะจากคาราเต้เป็นเตะแบบมวยไทย ผมพูดได้เต็มปากเลยว่าใช้มาแล้วหลายครั้งและได้ผล เอาคดีที่ผมภูมิใจเป็นตัวอย่าง

ปกติผมใช้มวยไทยเป็นส่วนมาก แต่ไม่เคยเตะจนผู้ร้ายขาหักมาก่อน ความที่กลัวว่าถูกสามคนรุมกระทืบ ผมจะพลาดไม่ได้ ก็เลยซัดเสียเต็มที่ ใช้วิชามวยไทยบวกความโมโหที่ถูกทำร้ายก่อน

เวลาสอนนักเรียน ผมพูดอะไรเขาก็ฟัง แต่พวกสายตรวจที่กลับมาทบทวน ถ้าบอกเขาว่าเคยจับผู้ร้ายเมื่อ 5-6 ปีก่อน เขาลุกหนีออกจากห้องเลย บอกว่าเพิ่งไปชกต่อยกับผู้ร้ายมาเมื่อสองวันก่อน แล้วจะมาฟังอะไรกับครู ทุกปีสองปีผมจึงต้องออกไปปฏิบัติการ จับจริง สอนจริง ทำจริง ฝรั่งจะนับถือมาก

ผมกล้ายืนหน้าห้องต่อหน้าตำรวจที่มาเรียนว่าทำทุกอย่างมาแล้ว เป็นความสามารถจริงๆ ผมเป็นครูสอนศิลปะป้องกันตัวได้ 5 ปี ก็ย้ายไปอยู่หน่วยยุทธวิธี เพราะอยากเข้าใจให้แตกฉานในการค้นอาคาร การจู่โจม ตำรวจมีสืบสวน ต่อสู้ ยุทธวิธี ถ้าครบ 3 อย่างนี้ ก็เป็นตำรวจที่แข็งแกร่ง 

กรณีผู้ร้ายจับตัวประกัน กฎหมายของไทยคือเจรจา แม้ผู้ร้ายมีมีดจะเฉือนเด็กตำรวจก็ยิงไม่ได้ ที่อเมริกายิงได้ถ้าเจรจาไม่ได้ผล คนที่มีอำนาจที่สุดคือผู้ร้าย ถ้าเจรจา 5-6 ชั่วโมง มันขอน้ำให้กินน้ำ แล้วมันตัดสินใจตัดคอหรือยิงตัวประกัน เราพยายามควบคุมสถานการณ์ ถ้าแน่ใจว่าเจรจาไม่ได้ผลก็ยิงได้เลย

เพื่อความปลอดภัยของตัวประกัน สอนให้ยิงที่ศีรษะเพื่อหยุดสมองให้ลงนอน แต่ถ้าพลาดไปโดนตัวประกัน ตำรวจไม่ผิด ถือว่าเราพยายามช่วยชีวิต ตำรวจจึงต้องฝึกไม่ให้พลาด ความแตกต่างของการฝึกอยู่ที่ ทนายผู้ร้ายจะมาดูประวัติตำรวจว่ายิงปืนครั้งก่อนเมื่อไร ถ้าเป็นปี ตำรวจผิด แต่ถ้าเพิ่งมาฝึกเดือนสองเดือน ตำรวจไม่ผิดเพราะไม่ได้ตั้งใจ เขาถึงให้ความสำคัญกับการฝึกมาก เพราะมีการฟ้องร้องกันมาก  ถ้าตำรวจคนที่พลาด ยิงปืนครั้งสุดท้ายเมื่อ 6-8เดือน หรือไม่เคยฝึก ต้องขายบ้านจ่ายค่าเสียหายเอง  ถ้าเพิ่งฝึกมาไม่ได้เจตนา กรมยอมจ่ายค่าเสียหายให้ 

ผมอยากให้เห็นว่าเขาให้ความสำคัญกับการฝึกมาก ทุกเดือนเว้นเดือน ต้องเข้าสนามยิงปืน 50 นัด ถ้าเข้าสนามยิงปืนแล้วยิงไม่แม่น ออกเป็นสายตรวจไม่ได้ ต้องนั่งโต๊ะ ส่วนยุทธวิธี ต้องกลับมาฝึกทุก 2 ปี ถ้ายิงกับผู้ร้าย จะวินิจฉัยที่ยุทธวิธีก่อน บางคนยิงถูกแต่ยุทธวิธีผิด ก็ต้องกลับมาฝึกให้เป็นปัจจุบันตลอด

เวลามีการจับกุมคนร้ายตำรวจแอลเอพีดีจะต้องกรอกแบบฟอร์มว่ามีการใช้กระบองตีผู้ร้าย หรือชกต่อยบาดเจ็บ รายงานนี้จะเข้าไปสถานีตำรวจ อีกก๊อปปี้จะส่งไปที่หน่วยฝึกที่ผมทำงาน ถ้ามียาเสพย์ติดเกี่ยวข้อง ก๊อปปี้หนึ่งก็ส่งไปที่หน่วยยาเสพย์ติด ถ้าเป็นแก๊งก็ส่งสำเนาไปที่หน่วย GED สรุปคือเราไม่ได้ทำงานแบบตัวใครตัวมัน ร่วมมือกับหน่วยอื่นๆ ด้วย ทำให้ปัญหาได้รับการแก้ไขตรงจุดและทันท่วงที

ถ้าตำรวจบาดเจ็บ สำเนาจะส่งมาถึงเรา ผู้กำกับของผมจะอ่าน แล้วส่งไปให้รองอธิบดี จะเรียกผมกับหน่วยของผมไปถามว่ามีตำรวจบาดเจ็บ 3 ราย อยู่ที่การฝึกหรือประมาท ถ้าเพราะฝึกให้เวลาสองอาทิตย์ หนึ่งเดือน เอาผู้เชี่ยวชาญมาฝึกแล้วเปลี่ยนวิชา จะแก้ปัญหาเดี๋ยวนั้นเลย ชีวิตตำรวจมีค่ามาก ผมภูมิใจที่ได้มาทำงานในตำแหน่งที่รับผิดชอบ ถ้าทำไม่ได้เขาก็จะเอาคนอื่นเข้ามา หน่วยผมจึงต้องเปลี่ยนวิธีฝึก นี่คือความแตกต่างระหว่างตำรวจไทยกับแอลเอพีดี

จากสถิติปีหนึ่งตำรวจตายกี่คน ยิงกี่ราย ใช้กระบองกี่ราย ใช้เตะกี่ราย ระบบการสอนของเราจึงเปลี่ยนแปลงทุกปีหรือสองปี ให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน กรมตำรวจให้ความสำคัญกับหน่วยฝึกที่ผมทำเป็นอันดับแรก สถิติละเอียดรู้ว่าตำรวจตาย 100 คนประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ตายเพราะปืนของตัวเอง สาเหตุจากการต่อสู้ล้มลงไปที่พื้น ผู้ร้ายแย่งปืนไปได้แล้วยิงตำรวจ เพราะฉะนั้นเราจึงฝึกวิธีรักษาปืน ที่เอามาใช้ได้ผลเห็นทันตา ได้ช่วยชีวิตตำรวจมาแล้ว 

ตำรวจสายตรวจคนหนึ่งชื่อ แกรนท์ มาฝึกทบทวน เขาฝึกแบบไม่ตั้งใจนัก ให้มาฝึกก็มา แต่ที่เคารพเราเพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญ หลังจากฝึกได้ 3 เดือน ตีห้าครึ่งของวันเกิดเหตุ เขาโทรฯ มาหาพวกเราที่หน่วย  บอกว่าเขาเกือบเสียชีวิตเมื่อคืน เพราะถูกคนร้ายแย่งปืน เขาใช้เทคนิคที่เราสอนจึงรอดมาได้

เขาเล่าไปร้องไห้ไปว่า ภรรยาเสียชีวิตเมื่อ 7 ปี ก่อน ด้วยโรคมะเร็ง เขามีลูก 3 คน ตอนต่อสู้กับคนร้าย เขาคิดว่าลูกต้องกำพร้าพ่ออีกคนแล้ว อีกสองเดือนต่อมา เขาจะมาเลี้ยงข้าวที่หน่วยฝึกด้วยความซาบซึ้งและขอบคุณ แต่พวกเราก็ปฏิเสธเพราะเขามีภาระ

ตอนที่โทรฯ มาเล่า พวกเราตื้นตันกันมาก เป็นกำลังใจทำให้หน่วยฝึกอยู่ได้ ผมฟังแล้วน้ำตาไหล ไม่ได้ช่วยแค่ชีวิตเขาเท่านั้น ยังช่วยลูกๆ ของเขาด้วย

...ในงานแจกรางวัลออสก้า ผมมีโอกาสได้เป็นบอดี้การ์ดให้กับดาราฮอลลีวูด   สการ์เล็ต โยฮันสัน, จอห์นนี่ เดปป์, โอปราห์ วินฟรีย์ สตีเวน สปีลเบิร์ก ฯลฯ แต่ไม่ได้เดินตาม เพราะเป็นงานที่หรูหรา ผมไม่ได้แต่งเครื่องแบบ แต่งชุดทักซิโด้ เป็นเจ้าหน้าที่คุมพรมแดง...

ถ้ามีใครดูท่าไม่ชอบมาพากลเข้ามาใกล้ ก็จัดการเลย แต่ไม่ให้น่าเกลียด จับคอ พลิกตัว ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แล้วเชิญเขาออกไป

 (อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

 

บรรยายภาพ  กับครูสุรชัยและครูแดน อินนาแซนโต้