Get Adobe Flash player

พีรพงศ์ (พีท) เพิ่มแสงงาม ชาวไทยคนแรกของหน่วยเก็บกู้ระเบิดสหรัฐฯ -9- โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ

Font Size:

ตำรวจไทยในกรมตำรวจ นครลอสแอนเจลิส มีความสามารถรอบตัว นำความภาคภูมิใจให้แก่ชุมชนไทยตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี...นาคตของเมืองไทย ผมให้ความเห็นที่โรงเรียนผู้การ แถวถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งก็ได้รับความสนใจทีเดียวว่า ตำรวจไทยทั่วประเทศขึ้นกับอธิบดีคนเดียว ดูแลไม่ทั่วถึง ถ้าแอลเอพีดีมีกรมเดียวแล้วกระจายไปทั่วรัฐ คงดูแลไม่หมด คลุมไม่ทั่ว เมืองไทยควรมีอธิบดีทุกจังหวัด ทุกภาค น่าจะเป็นแบบนั้น...  

นอกจากหน้าที่ในตำแหน่งที่รับผิดชอบ ผมได้รับมอบหมายจากแอลเอพีดี ให้ไปดูแลคดีที่เกี่ยวข้องกับคนไทยในอเมริกาด้วยหลายครั้ง...

 คดีที่ผมสลดใจที่สุด คือน้องจ้า อายุ 9 ขวบ มีแก๊งสองแก๊งยิงกันข้างๆ บ้าน  พอน้องจ้าซึ่งกำลังช่วยแม่อยู่ในครัว ได้ยินเสียงปืนก็ชะโงกไปดู ปรากฏว่ากระสุนปืนทะลุฝาผนังเข้าไปโดนศีรษะน้องจ้า ล้มฟุบไป แม่ไม่นึกว่าโดนกระสุนปืนรีบอุ้มส่งโรงพยาบาล พอรู้ว่าลูกถูกกระสุนปืนก็แจ้งตำรวจ

ผมถูกเรียกตัวว่ามีคดีคนไทยให้ไปสืบสวนและช่วยแปล น้องจ้ามีอาการโคม่า อยู่ได้ 6 วัน ก็เสียชีวิต ความภูมิใจของผมคือช่วยน้าสาวที่เคยเลี้ยงน้องจ้าที่เมืองไทย วีซ่าไม่ผ่าน ผมเข้าไปหารองอธิบดีกรมตำรวจที่รู้จักกัน ได้ติดต่อนายกเทศมนตรีและกระทรวงการต่างประเทศ ช่วงนั้นเทศกาลคริสมาสต์ ตั๋วไม่มี ผมก็ช่วยจนเดินทางมาได้ ทั้งพ่อน้องจ้า ตาและยาย ส่วนน้าสาวมาไม่ทันเห็นใจ แต่ได้ร่วมงานศพ

งานนี้ผมทุ่มเทเต็มที่เพราะเป็นคนไทยและเป็นเด็ก ผมช่วยป้องกันน้องจ้าจากกระสุนผู้ร้ายไม่ได้ แต่อย่างน้อยผมก็ได้ช่วยให้ญาติพี่น้องเดินทางมาร่วมงานศพของน้องจ้าได้ ในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่สามารถทำได้ในทางอ้อม

                ...หลังจากที่ผมไปบรรยายที่โรงเรียนผู้การ วิภาวดีรังสิต ได้มีนายตำรวจจากเมืองไทย หน่วยรักษาความมั่นคงภายใน และหน่วยรบพิเศษ 3 ท่าน พ.ต.อ.ปัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ รองผู้บังคับการภูธร จังหวัดกาญจนบุรี พ.ต.อ.กฤษณะ สินธุเดชะ รองผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 1 พ.ต.ท.ดร.ชนะเทพ สวนแก้ว สารวัตรฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการปราบปราม เดินทางมาดูงานด้านบริหารของแอลเอพีดี

พอหนังสือส่งตัวนายตำรวจมาถึง เทอร์รี่ ฮารา ผู้ช่วยอธิบดี กำหนดตาราง 5 วัน มอบหมายตำรวจไทย 3 คน มีผม พี่วรวุฒิ อิทธิภักดีพงศ์, ยูเซฟ ไทยมาส และตำรวจอเมริกันอีก 2 คน คอยดูแล มีรถตำรวจติดตามเป็นขบวน

วันแรกไปที่สำนักงานใหญ่แอลเอพีดีในดาวน์ทาวน์ เลขที่ 100 ถนนหนึ่ง ตัดกับถนนเมน ดูการทำงานของศูนย์บัญชาการ ซึ่งไม่มีแค่ตำรวจเท่านั้น รวมสถานีดับเพลิง สำนักงานเชอรีฟ มีสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง เวลามีข่าวด่วน แผ่นดินไหว ผู้ก่อการร้าย ไม่ว่าในเมือง นอกเมือง ในรัฐหรือในประเทศ ศูนย์บัญชาการจะรู้ก่อน และรายงานให้อธิบดีรับทราบ ถ้าต้องการระดมคน จะส่งไปที่ศูนย์วิทยุ ให้กระจายข่าวออกไป อีกตึกหนึ่งเป็นศูนย์วิทยุสื่อสาร รับสัญญาณทั้งวิทยุและโทรทัศน์ มีเสมียน 90 เปอร์เซ็นต์ ตำรวจ 10 เปอร์เซ็นต์ เฝ้าดูตลอดเวลา

วันที่สอง ไปที่หน่วยยิงปืน อยู่ใกล้กับ ดอจเจอร์ สเตเดียม แอลเอพีดีมีที่ฝึก 3 แห่ง แห่งนี้เก่าแก่ที่สุด ดูยุทธวิธีการยิงปืน วันที่สาม ดูวิธีการทำงานของสถานีตำรวจ โอลิมปิค ฮอลลีวูด ถึงความแตกต่างของตำรวจที่นี่กับตำรวจไทย ตำรวจต้องทำรายงานได้ทั้งหมด การแบ่งงาน และไปที่หน่วยฝึกศิลปะป้องกันตัว ที่ผมสอน แถวสนามบินลอสแอนเจลิส เรียนหนังสือและการต่อสู้อยู่ในตึกเดียวกัน

ศูนย์ฝึกจำลองสถานการณ์จริง ตรงฟรีเวย์สาย 14 กับสาย 5 ยุทธวิธีจู่โจม ต่อสู้ ขับรถ ยิงปืน มีการขับรถไล่ผู้ร้าย ทำเป็นถนน สร้างเป็นเมืองเล็กๆ ฝึกตำรวจให้แก้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง จำลองตลาด การปล้นเซเว่น-อีเลเว่น วิธีเข้าไป หลบตรงไหน ใช้ปืนยิงกันด้วย ยิงเป็นสี แต่โดนก็เจ็บ จะบอกเลยว่าพลาด แต่อยากให้พลาดในที่ฝึก ดีกว่าไปพลาดที่เกิดเหตุจริง สถานที่แห่งนี้ นายตำรวจไทยทึ่งมาก             

วันที่สี่ไปดูตำรวจม้า และไปที่ตึกแยกจากหน่วยวิทยุสื่อสาร มีโอปเรเตอร์รับแจ้ง 911 เกี่ยวกับวิทยุตำรวจโดยเฉพาะ เป็นคอมพิวเตอร์เหมือนในหนัง มีแผนที่และเป็นจุดๆ จุดนั้นคือรถตำรวจ จะรู้ว่าตำรวจต้องการความช่วยเหลืออยู่ตรงไหนบ้าง

ผมแปลกใจที่พาไปดูอุปกรณ์การใช้วิทยุที่ทันสมัย ราคาเป็นล้านเหรียญ ทั้ง 3 ท่านไม่สนใจ  ไปสนใจภาคปฏิบัติที่เมืองไทยไม่มีและจะนำไปใช้ คือให้ตำรวจเป็นวิทยากรเข้าไปสอนในโรงเรียน ตั้งแต่อนุบาล กด 911 ให้เป็น รู้วิธีใช้วิทยุ มีโทรศัพท์จำลองให้ลองพูด เรื่องฉุกเฉิน อย่างบ้านไฟไหม้ ต้องบอกว่าที่ไหน ในบ้านมีกี่คน พ่อแม่ล้ม พ่อแม่พูดไม่ได้กำลังโดนปล้น โดนจี้ บาดเจ็บ

ลูกต้องโทรแจ้งได้  โครงการนี้มีประโยชน์คือ ให้เด็กดูแลครอบครัว และเด็กมีสัมพันธมิตรกับตำรวจว่าเป็นเพื่อน เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่เข้ามาช่วยเหลือ

จากที่ได้ดูแลตำรวจไทย ผมว่าครั้งเดียวไม่ได้ผลนัก เหมือนกับความสัมพันธ์ของคน หลายครั้งจึงจะรู้นิสัย ต้องมาฝึกกันจริงๆ เป็นคณะ ตอนที่ผมไปบรรยายที่โรงเรียนนายร้อย รุ่น 1-2 เกิดไอเดียแล้วเก็บไว้ อีก 15 ปีข้างหน้า พวกเขาได้เป็นใหญ่เป็นโตก็จะนำมาใช้ได้

เมล็ดพืชของตำรวจไทย คือนักเรียนนายร้อยซึ่งเป็นขั้นพื้นฐาน ทำอย่างไรให้เป็นตำรวจที่ดีเพื่อประชาชน ควรจะได้มาดูงาน แต่ถึงอย่างไรครั้งนี้ นายตำรวจทั้ง 3 ท่าน ก็ได้ประโยชน์และได้ความคิดใหม่ๆ ไปหลายอย่าง...

...งานตำรวจแยกเป็น 2 ทาง บู๊กับบริหาร ผมชอบบู๊ ถ้าให้ผมเลือกเป็นอธิบดีกับเรื่องบู๊ ผมขอทำงานที่เสี่ยงมากกว่า แต่สิ่งที่ผมปรารถนาคือทำงานหน่วยกู้ระเบิด เป็นงานท้าทายที่สุดของตำรวจ เพราะสถานการณ์ของโลก มีผู้ก่อการร้ายมาก ถ้าผมได้เป็นผู้เชี่ยวชาญก็จะได้รับการยอมรับ เป็นคนที่มีค่าคนหนึ่งของอเมริกา

อีกประการ น้องเขยของผมเป็นทหารระดับนายพัน เสียชีวิตในเพนตากอน ตอนเครื่องบินผู้ร้ายพุ่งชน พบแต่เครื่องแบบเพราะร่างกายถูกระเบิด

ผมว่ายิ่งเสี่ยงอันตรายก็ยิ่งรู้ค่าของชีวิต ผมอยากกระโดดร่มจากหน้าผา แต่ถ้าบาดเจ็บขึ้นมารัฐไม่เลี้ยง ถ้าตัวคนเดียว ผมทำแน่นอน พูดเรื่องกู้ระเบิดทีไรคุณแม่คัดค้าน เวลาผมไปสอบ คุณแม่ก็บนไม่ให้เข้าได้ ผมอธิบายว่าเหมือนหมากรุก ถ้าใช้หัวเดินก็ชนะ ต้องวางแผนก่อนไปกู้ ถ้าเดินถูกก็ช่วยชีวิตคนได้เป็นร้อยเป็นพัน ถ้าเดินผิดผมเสียชีวิตก็ถือว่าผมทำดีที่สุดแล้ว อย่างเป็นหมอผ่าตัดหัวใจหรือสมองคือสุดยอด ตำรวจหน่วยกู้ระเบิดก็ถือว่าสุดยอด ต้องใจแข็ง มีสมาธิ และมีความรู้มาก

ผมสมัคร 3 ครั้ง มีตำรวจสมัคร 100 คน เขารับ 2 คน ผมติดหนึ่งในห้าทั้งสามครั้ง ถ้าเข้าได้  ถือเป็นการเสียสละสูงสุด ท้าทายชีวิตและเป็นเรื่องแปลก พอมีระเบิดคนหนีไปอีกทางหนึ่ง แต่เราวิ่งเข้าไปหา คนเราเกิดมาครั้งเดียว ใจแน่หรือไม่แน่ เทียบกันตรงนี้ ถ้าผมเกิดเมื่อ 4-500 ปีก่อน เป็นทหารของกองทัพพระนเรศวร ออกไปก็ตายแน่  เพราะดาบ มีด หอก แต่ทำไมพวกเขาถึงไป เขาเชื่อในชาติ ศาสนา และการเป็นลูกผู้ชายที่มีจิตวิญญาณของนักรบ 

ผมไม่ทราบว่าเมื่อไรจะได้โอกาสนั้น ผู้เชี่ยวชาญมีมากมาย คนหนึ่งจากทหารมาเป็นตำรวจ เคยกู้ระเบิดที่อิรัค อีกสองปีข้างหน้ามีตำแหน่งเปิด ผมก็สู้คนนี้ไม่ได้ เราต้องยอมรับ พยายามแล้วทำอย่างไรก็ไม่ได้ แสดงว่าไม่ใช่ดวงของเรา แต่ผมก็จะพยายามต่อไป...       

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)