Get Adobe Flash player

ประกวดนางงาม (ตอนจบ) โดย นพ.สุวัฒน์ สุวรรณวานิช

Font Size:

 

ความเดิมตอนที่แล้ว

หลังจากนางเทพวีนัสได้แต่งงานกับเวาคั่นแล้วก็ได้ลูกชายคนหนึ่ง ชื่อว่า Cupid คิวปิด เด็กที่มีปีกและชอบยิงธนูให้คนเขารักกัน หลังจากได้ลูกชายคนนี้แล้ว นางเทพก็เกิดโรคตัณหาจัดขึ้น เที่ยวไปเป็นชู้กับใครต่อใครไปหมด คนแรกก็เป็นเทพ Mercury เทพสื่อสารเที่ยวส่งข่าว Messenger มีปีกอยู่ที่ขาทั้งสองข้าง ที่เขาเอามาเป็นสัญญาลักษณ์ส่งดอกไม้ให้คนไข้ทั่วประเทศ คนนั้นนั่นแหละ นางก็มีลูกกับนายขาติดปีกคนหนึ่ง ชื่อว่า Hermaphrodite คนนี้มีทั้งสองเพศติดตัว อาจจะเรียกว่าเป็นโคตรของการเล่นสองเพศก็ว่าได้ แต่ไม่ใช่แปลว่าเป็น Gay หรือ Lesbian พวกนี้เรียกว่า Homosexual แปลว่าชอบอย่างเดียว ส่วนคนธรรมดาเขาเล่นแบบ Heterosexual แปลว่าสลับกันเล่น ผมแปลไปแปลมาแล้วตัวเองก็ยังงงอยู่เหมือนกันว่าคนพวกไหนที่ผิดปรกติกันแน่ อ้ายของพรรคนี้ให้คิดเอาเองก็แล้วกัน อย่าเอาผมเข้าไปยุ่งด้วยเลย

ชู้คนต่อมาก็คือ เทพ Bacchus ผู้ที่แนะนำให้มนุษย์ทำไวน์และการเพาะปลูก นอกนี้ก็สอนให้รู้จักการมีปาร์ตี้และออจี้ Orgy คงเจอกันในงานออจี้นี่เองก็เลยได้เป็นชู้กัน แล้วเลยได้ลูกมาคนหนึ่ง คนนี้หน้าตาน่าเกลียด ชื่อว่า Priapus แถมมีองคชาติใหญ่เท่าช้าง เรียกว่า Elephantine Phallus (ผมแปลตามตัวอักษร ไม่ได้สัปดนสักนิด) ผัวน้อยอีกคนเป็นมนุษย์แท้ ๆ แต่รูปหล่อเป็นบ้าเลย ชื่อว่า Adonis อ้ายนี่เป็นนักล่าสัตว์ นางเทพวีนัสก็หลงรักอยู่สักพัก จนนาย อะดอนนิสนี่ถูกหมูป่าฆ่าตาย ก็เลยต้องหาชู้คนใหม่

ชู้ตัวเอกและเป็นคนที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้คือเทพแห่งสงครามชื่อ Mars นายคนนี้เป็นเทพเจ้าที่บุ่มบั่ม คือเป็นนักรบที่รบเก่ง แต่วางแผนไม่เป็น คือบอกว่ารบก็รบอย่างเดียว คือชอบออกแต่แรง รูปร่างดูบึกบึน มีกำลังวางชาแบบสู้ขาดใจเลย ไม่มีการรำมวยให้เสียเวลากันละ แบบนี้ถึงเป็นที่ถูกใจของนางเทพวีนัสเป็นที่สุด เลยเป็นคู่ขาอยู่นาน และก็มีลูกด้วยกันอีก วีนัสจะเอาใครมาเป็นชู้ ไม่เคยเป็นที่ปิดบังของชาวบ้านหรือเทวดาด้วยกัน ส่วนนายเทพเวาคั่นผู้ผัวก็รู้ เพราะมีคนมาแจ้งข่าวบ่อย ๆ คือผู้น้องเทพอปอลโล Apollo นายเทพเวาคั่นก็วางแผนจะจับทั้งสองคนให้ได้คาหนังคาเขาให้ได้ จะได้แก้แค้นสมใจ อย่างหนังบู๊ลิ้มว่า มีหนี้ต้องชำระกันละ

เพราะความเป็นช่างที่ยอดเยี่ยมเลยคิดทำร่างแหที่ทอด้วยด้ายทองอย่างละเอียดและแข็งแรงที่สุด แถมมองไม่เห็นด้วยสายตาธรรมดาเสียด้วย แล้วผูกไว้กับเสาเตียงทั้งสี่เสาเป็นกับดัก โดยมีกลไกติดอยู่นี้ ซึ่งจะถูกกระตุกด้วยน้ำหนักของคนบนเตียงเพิ่มขึ้น และมีการสั่นสะเทือนบนเตียงอย่างแรงด้วย  เมื่อวางกับดักเรียบร้อยแล้วก็บอกเมียว่าจะไปทำธุระต่างเมืองชั่วระยะนานหน่อย แต่ที่แท้ไม่ได้ไปไหนหรอก เพียงแต่หลบซ่อนตัวคอยดูละครของชู้และเมียเท่านั้น

นางเทพวีนัสเห็นผัวออกจากบ้านปั๊บก็ให้สัญญาณเทพเจ้ามาร์สมาหา จะได้สำเริงสำราญโลกีย์กันทันที ตามฉบับไม่ต้องรำมวยไหว้ครูก่อนให้เสียเวลา ระหว่างที่ถึงด้ายถึงเข็มอยู่ โดยแรงสะเทือนบนเตียงอย่างแรง กลไกก็ถูกระตุก ทำด้ายที่มัดตาข่ายหลุด ตาข่ายเลยตกลงมาคลุมทั้งเตียง ถึงอย่างนั้นทั้งชู้และนางก็ยังไม่รู้ตัว  เทพเวาคั่นก็รีบแจ้งบอกเทพทั้งหลายให้มาดูฉากเริงรัก บอกแค่นี้ต่างก็เหาะหรือมุดดินมาอย่างรวดเร็ว พอเห็นหมู่เทพมากันเต็มห้องนอนทั้งวีนัสและมาร์สก็ตกใจ ต่างก็หาทางหนี แต่หนีไม่หลุดเสียแล้วเพราะตาข่ายทองคลุมไว้จนทั่วหมด นับว่าเป็นมหกรรมที่ยิ่งใหญ่ในหมู่เทพครั้งนี้ ต่างก็ได้ชื่นชมถึงความสวยงามทุกขุมขนของนางเทพวีนัส ส่วนเทพหญิงก็คงดูของเทพมาร์สว่ามันมีอะไรดีนักหนาวีนัสถึงหลงติดใจหนักหนา

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้แล้ว เทพวีนัสก็หายหน้าไประยะหนึ่ง กว่าจะได้มีโอกาสไปทำเรื่องฉาวโฉ่กันใหม่

เรื่องเซกส์แบบนางเทพวีนัสนี้ทำให้เกิดโรคติดเชื้อทางเพศได้หลายอย่าง สมัยหนึ่งเขาเลยตั้งชื่อรวม ๆ  กันว่า Venereal Diseases หรือโรคของวีนัส เพื่อให้เกียรติแก่เธอ (แต่เดี๋ยวนี้เขาเรียกว่า STD Sexual transmitted Diseases)

การมีชู้สู่ชายแบบวีนัสอย่างไม่อายผีสางเทวดานั้นทำให้นึกถึงเพลงของสุนทราภรณ์เพลงหนึ่ง ร้องโดยนายวินัย จุลบุษปะ มีเนื้อร้องแต่งโดย แก้ว อัจฉริยะกุล มีข้อความว่า

"อันนางบุญใจบาปหลายหลากมากมาย ผัวมีเคียงกาย ใจง่ายมิได้อดสู ใจเบาเบือนพอผัวลงเรือนไม่อยู่ คบชายเชิงชู้ ทำไปไม่รู้เกรงกลัว"