Get Adobe Flash player

เนื่องจากคุณหมอสุวัฒน์ติดธุรกิจบางประการไม่สามารถส่งบทความได้ ทางเสรีชัยขอนำบทความพิเศษ ร้อยแก้ว โดย วัลลภา ดิเรกวัฒนะ มาแทน

Font Size:

พีรพงศ์ (พีท) เพิ่มแสงงาม -10-  ชาวไทยคนแรก ของหน่วยเก็บกู้ระเบิดสหรัฐฯ  ตำรวจไทยในกรมตำรวจ นครลอสแอนเจลิส  มีความสามารถรอบตัว นำความภาคภูมิใจ ให้แก่ชุมชนไทย ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี...

                          

 

ในที่สุด ความเพียรพยายามของคุณพีทก็ประสบความสำเร็จ การสอบครั้งที่ 5 เดือนตุลาคม 2012 มีผู้สมัคร 187 คน ปรากฏว่าได้ที่หนึ่ง มีการจัดงานฉลองตำแหน่งใหม่ ผู้ชำนาญพิเศษ หน่วยเก็บกู้ระเบิด K 9 Bomb Detection Unit เมื่อวันเสาร์ที่ 24 พ.ย. 2012 ที่เมืองอัลทาดีน่า คันทรี คลับ...

แขกผู้มีเกียรติร่วมงาน ประกอบด้วย อดีตผู้บังคับบัญชา จิม แมคโดนัลด์ อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ แอลเอพีดี ปัจจุบันเป็นอธิบดีกรมตำรวจ เมืองลองบีช อดีตผู้บังคับบัญชา ผู้กำกับ เกรค อัลเลน ปัจจุบันเกษียณแล้ว นายเจษฎา กตเวทิน กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส เพื่อนร่วมงาน สื่อมวลชนและประชาชนชาวไทย  

อดีตผู้บังคับบัญชากล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมโดยสรุปว่า  “พีท” เป็นชาวไทยคนแรกที่เข้าหน่วยกู้ระเบิดของสหรัฐฯ เป็นคนนอบน้อมถ่อมตน เชี่ยวชาญในการต่อสู้ป้องกันตัว 5-6 ประเภท เชี่ยวชาญในการใช้ปืน มีดและกระบอง เพราะเหตุนี้จึงได้ทำหน้าที่เป็นครูฝึกให้กับตำรวจอเมริกันและทุกชาติ โดยนำศิลปะมวยไทยเข้าไปประสานศิลปะการต่อสู้อื่นๆ จนเป็นที่ยอมรับ ทุ่มเทให้กับหน้าที่การงาน อีกทั้งยังหาเวลาไปช่วยชุมชนไทย ซึ่งเป็นชุมชนหนึ่งที่ทางราชการต้องดูแล และทำหน้าที่เป็น “ทูตของกรมตำรวจ” ได้เดินทางไปให้ความรู้ตำรวจไทยที่ประเทศไทยอีกด้วย

กงสุลใหญ่ฯ กล่าวว่า คุณพีทเป็นบุคคลสำคัญของชุมชนไทย ตอนแรกเมื่อทราบว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญหน่วยกู้ระเบิด ก็รู้สึกงงที่ทำงานในหน่วยเสี่ยงอันตราย ตอนหลังถึงเข้าใจว่าเป็นบุคคลที่เสียสละ

คุณพีทกล่าวขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมาในงาน...ท่านหนึ่งคือคุณแม่ที่ผมต้องการให้มาแต่มาไม่ได้ ผู้สำคัญที่สุดในชีวิตคือคุณแม่และคุณพ่อซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ถ้าเห็นว่าผมเป็นคนดี เป็นเพื่อนที่ดีและพ่อที่ดีก็เพราะคุณพ่อ และคนที่ตนจดจำอย่างไม่มีวันลืม ตอนที่ผมอายุ 9 เดือน แขนเป็นทีบีในกระดูก นพ.ทวี ตันติวงศ์ รักษาแขนจนหาย ถ้าไม่มีท่านคงไม่ได้เป็นตำรวจ และถ้าไม่มีพ่อแม่คอยดูแลอย่างดี แขนคงลีบเล็ก คงไม่มีวันที่ผมได้มายืนอยู่ตรงนี้

สาเหตุที่ผมมีความตั้งใจที่จะต้องเข้าหน่วยกู้ระเบิดให้ได้ เป็นสิ่งที่ผมปรารถนา และเป็นงานท้าทายที่สุดของอาชีพตำรวจ จากสถานการณ์ของโลก มีผู้ก่อการร้ายมาก ถ้าได้เป็นผู้เชี่ยวชาญก็จะได้รับการยอมรับว่า เป็นคนที่มีค่าคนหนึ่งของอเมริกา...

...วันที่ 2 มกราคม 2013 ถึงวันที่ 15 มีนาคม 2013 คุณพีทได้เข้ารับการฝึกและผ่านขั้นตอนการปฏิบัติการพิเศษ ค้นหาเก็บกู้ระเบิด ที่ฐานทัพอากาศแล็คแลนด์ เมืองซาน แอนโทนิโอ รัฐเท็กซัส...ซึ่งมีสโลแกนว่า “WE FIND WHAT YOU FEAR”

มีครูฝึก 3 คน มีตำรวจเข้ารับการฝึก 24 คน จากรัฐอริโซน่า แอตแลนต้า นอร์ธ แคโรไลน่า วอชิงตัน ดีซี แคลิฟอร์เนีย คุณพีทเป็นชาวเอเชียเพียงคนเดียว แต่ก็ได้รับการยอมรับเพราะเป็นตำรวจแอลเอพีดี และจากการฝึกร่วมกันสองเดือนครึ่ง ทำให้ใกล้ชิดมีความผูกพันกันมาก ทุกคนรู้ว่าเป็นงานเสี่ยง ด้วยจุดหมายเดียวกันคือช่วยชีวิตคน

คุณพีทเล่าว่า พวกเราถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่มๆ ละ 12 คน ผมอยู่ในกลุ่มสุนัขค้นระเบิด สัปดาห์แรกของการฝึก สอบถามถึงประวัติส่วนตัว ถ้าไม่มีครอบครัวจะให้คู่กับสุนัขตัวใหญ่ พันธ์ดุ เพราะจะได้ไม่ทำร้ายคนในครอบครัว ผมจับคู่กับพาร์ทเนอร์ชื่อ ควินแลน เป็นสุนัขตัวเมียพันธุ์แลบราดอร์ ซึ่งได้รับการตั้งชื่อตามนายทหารซึ่งเสียชีวิตในแอฟกานิสถาน เมื่อปี 2011 สุนัขทุกตัวเป็นสุนัขทหาร ที่ได้รับการฝึกมาแล้ว เคยถูกส่งไปตรวจระเบิดกับทหารที่อิรัคและแอฟกานิสถาน

ผมเรียนรู้เกี่ยวกับระเบิดทุกชนิด วิธีการรักษาสมดุลในการค้นหา ในตึกที่เข้าไปฝึกการค้นระเบิด ถ้าไม่รอบคอบไม่สมดุล จะมีเสียงระเบิดปลอมและเสียงปืนดังขึ้น เพื่อเป็นการเตือน และให้สุนัขชินกับเสียงปืนกับเสียงระเบิดด้วย   

ผมไม่เคยเลี้ยงสุนัขมาก่อน เมื่อมีพาร์ทเนอร์แรกๆ ก็ลำบาก ระยะหลังก็เกิดความผูกพัน การใช้สุนัขในหน่วยกู้ระเบิด ถือว่าสำคัญอย่างมาก ระเบิดถูกซ่อนไว้ใต้ดิน มนุษย์ธรรมดาไม่มีทางมองเห็น แต่สุนัขจะได้กลิ่น ดมกลิ่นแล้วบอกให้เราระวัง เราจึงจะกู้ระเบิดได้ เท่ากับสุนัขช่วยชีวิตคน แต่สุนัขก็เสียชีวิตจำนวนมากเช่นกัน

ผมใช้ความพยายามจนถึงวันสำเร็จ เมื่อเข้าไปฝึกสิ่งที่ไม่ได้คาดมาก่อนก็คือ ต้องมีความรับผิดชอบอย่างยิ่งยวด มีความเสี่ยงสูงที่ต้องระมัดระวังทุกฝีก้าว ต้องทุ่มเทและตั้งใจทำหน้าที่นี้ซึ่งมีความสำคัญเกินร้อย

ผมภูมิใจตรงที่ชาวเอเซียทำงานในหน่วยนี้น้อย ผมถือว่าประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เพราะหน่วยเก็บกู้ระเบิดถือเป็นมาตรฐานในหน้าที่ของตำรวจ มีความสำคัญระดับประเทศ ผู้ก่อการร้ายจะใช้ระเบิดเป็นอาวุธเพราะสามารถทำให้คนเสียชีวิตจำนวนมาก ผมภูมิใจที่ได้เสียสละ หน้าที่นี้เป็นสิ่งท้าทาย ต้องมีสติสัมปชัญญะทุกวินาที เหมือนกับการเล่นหมากรุกที่ต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบตลอดเวลา ถ้าไม่รอบคอบเท่ากับเราต้องแลกด้วยชีวิต...

...ก่อนจบ คงต้องสรุปลงที่เรื่องของความรัก นับจากไฮสกูล ผมลองผิดลองถูกเรื่อยมา ไม่ถูกใจก็ไม่ลงเอย แรกๆ เลือกตรงหน้าตาสะสวย แต่ดูนิสัยแล้วไม่ใช่ รวมทั้งแฟนอเมริกันที่มีลูกชายด้วยกัน ผมตั้งชื่อตามพ่อผม ทวี (Dhavi) อาจเป็นเพราะสัญชาติญาณของผมคือไทยแท้ๆ นึกว่าจะรับวัฒนธรรมที่ต่างกันได้ แต่แล้วก็รับไม่ได้จริงๆ...

ในที่สุดผมก็พบรักกับภรรยา สตพร ที่อยู่เคียงข้างและให้กำลังใจผมมาตลอด เรามีความเชื่อถือและไว้ใจกัน ที่ซึ้งที่สุดคือรู้จักผมทั้งที่ดีและไม่ดี ยอมรับทุกอย่าง นั่นคือรักแท้ ไม่ใช่รักเพราะผมเป็นตำรวจ

 เรามีลูกสาวน่ารักมากๆ 2 คน พีราพร อายุ 14 ปี พีรัตน์ อายุ 12 ปี เรียนภาษาไทยที่วัดป่าธรรมชาติ คนโตชอบเล่นขิม คนเล็กชอบรำไทย ส่วนลูกชายเห็นผมชอกช้ำจากหน้าที่ตำรวจ ก็ไม่อยากเป็น จะเรียนด้านคอมพิวเตอร์ ลูกสาวคนโตอยากเป็นสัตวแพทย์ คนเล็กอยากเป็นหมอศัลยกรรม

ความคิดส่วนตัวของผม ความรักที่จะอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า มี 3 ประการ หนึ่ง สำคัญที่สุด เป็นเจ้ากรรมนายเวรกันจากชาติก่อน บุญหรือบาปที่ทำมา ถ้าทำบุญมาดีก็มีความสุข เพราะครอบครัวคือหัวใจของชีวิต ทำงานไม่มีความสุขหาใหม่ได้ ครอบครัวหาใหม่ได้ก็จริง แต่ตอนเลิกมีปัญหามาก เมื่ออยู่กันไม่ได้ ควรเลิกตอนที่ลูกยังเล็กดีกว่าโตแล้ว               

ประการที่ 2 รักแท้ต้องเสียสละ เหมือนกับที่พ่อแม่รักลูก ยอมเสียสละชีวิตให้ลูกได้ เราต้องให้เกียรติ เกรงใจกัน ช่วยทำงานบ้านนิดๆ หน่อยๆ ผมทำด้วยความรักและเต็มใจ ไม่ใช่ถูกขอร้องถึงจะทำ       

ประการที่ 3 ภรรยาของผมเป็นแม่ที่ดีของลูก เป็นคนดีสำหรับผม คอยดูแล เหมือนธรรมะของพระพุทธเจ้า ไม่ได้สอนแค่ขึ้นสวรรค์ สอนว่า ผู้หญิงที่เป็นคู่ชีวิตจะต้องเป็นแบบไหน ผู้ชายก็เหมือนกัน อย่าตกอยู่ในอบายมุข 4 ดื่มสังสรรค์ได้ แต่ต้องมีสติ มีความสมดุลในชีวิต ไม่มากหรือน้อยเกินไป

...การเลี้ยงลูก ใช้แบบไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ อยู่ที่นี่ต้องยืดหยุ่น ลูกสาวกลัวผม แต่รู้ว่าพ่อรัก พอแม่เอาไม่อยู่ก็ต้องพ่อ ผมให้ความอบอุ่นและปกป้องเขาได้ เป็นตัวอย่างที่ดี ลูกเห็นพ่อแม่รักกัน จะได้จดจำเอาไว้ ถ้าพ่อแม่ทะเลาะ ทุบตีกัน อีกหน่อยอาจเป็นอย่างนั้น เหมือนลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น และอยู่ที่การสอนเขาบวกการกระทำของเรา ก็คงต้องกลับมาที่พ่อผมทำให้แม่ ไปไหนก็ซื้อของมาฝาก คิดถึงกันตลอด

เมื่อ 4-5 ปีก่อน ผมทำงานหนักมาก 3-4 แห่ง อาทิตย์ละเกือบ 70 ชั่วโมง เป็นบอดี้การ์ด เป็นตำรวจโรงเรียน บางครั้งไม่ได้พบหน้าลูก แต่ผมทำเพื่อครอบครัว ชีวิตผมประสบความสำเร็จ ราบรื่นก็จริง แต่อุปสรรคคือหน้าที่ตำรวจทำงานหนัก ครอบครัวจึงต้องเข้าใจ ตอนนี้เกือบ 60 ชั่วโมง วันพุธ-พฤหัส ตื่นตีสี่ เข้างานตีห้าครึ่งถึงสี่โมงเย็น ไปต่ออีกที่ถึงสี่ทุ่ม รวม 16 ชั่วโมง ถ้าจับผู้ร้ายได้ ก็ต่อไปจนถึงตีหนึ่งตีสอง         

อนาคตของลูกทุกคน เป็นอะไรไม่สำคัญ แต่ขอให้เป็นคนดี ลูกชายบอกผมว่า เพื่อนบางคนลองยา สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เขาไม่แตะเพราะสัญญากับผมไว้ ผมสอนตั้งแต่เล็กๆ ไม่ใช่สอนตอนอายุ 13 ว่า เรียนไม่เก่งไม่เป็นไร ขออย่ายุ่งกับยาเสพย์ติด ด้านวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า เด็กอายุ 14-21 ปี ถ้าทดลองจะมีสิทธิติด 60 เปอร์เซ็นต์สูงกว่าวัยอื่น ผมไม่เคยบังคับว่าจะต้องเป็นใหญ่เป็นโต ให้รู้ว่าอีกหน่อยพ่อไม่อยู่แล้ว ความรู้ทำให้ลูกอยู่ได้ แต่สิ่งที่เหนือกว่าคือความดี ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ แม้ลำบากก็จะมีคนช่วย มีคนเมตตา ผมให้อดทน ต้องต่อสู้ โตขึ้นจะได้ปกป้องตัวเองได้

เมื่อลูกเรียนจบ มีงานทำ ผมหมดห่วง รีไทร์แล้วอยากกลับไปอยู่เมืองไทย มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ดึงดูด แม้เมืองนี้มีความสะดวกสบายจากเทคโนโลยี แต่วัฒนธรรมของเราดีกว่ามาก เก่าแก่กว่าเขา ที่บ้านเราผมมีความสุข ทุกคนเป็นคนไทยทั้งหมด ที่แคลิฟอร์เนียมีหลายเชื้อชาติ ตำรวจไทยมาดูงานยังงง ที่หน่วยสื่อสารมีธนาคารภาษา คนที่โทรเข้ามาพูดไม่รู้เรื่องก็มีให้เลือก 

ผมขอแนะนำคนไทยที่มีลูกเกิดที่นี่ นอกจากให้รู้ภาษาไทยเอาไว้แล้ว ความสัมพันธ์โดยการแสดงออกว่าเรารักเขา แคร์เขา เป็นห่วง สำคัญที่สุด ให้รู้ว่าเราเป็นทั้งเพื่อน ทั้งพ่อแม่ หลังจากนั้นค่อยพูดคุยกันถึงปัญหา ไม่ใช่สั่ง ดุ หรือว่าลูกอย่างเดียว

ผมไม่เห็นด้วยที่ตั้งคอมพิวเตอร์ไว้ในห้องของลูก อินเตอร์เน็ทมีทั้งส่วนดีและโทษมหันต์ พวกก่อการร้ายสมัยก่อน คนกู้ระเบิดต้องไปซื้อหนังสือมาอ่าน แต่เดี๋ยวนี้เข้าไปในอินเตอร์เน็ทก็หาได้ ยิ่งเป็นพวกคนชั่ว เวลาเลวยิ่งเลวร้อยเท่า ยิ่งอันตรายมากขึ้น ผมตั้งคอมพิวเตอร์ไว้ที่ห้องกลาง พอลูกใช้ เราเห็นทุกระยะ ลูกกำลังโตอย่าเอาเข้าไปไว้ในห้องส่วนตัวแล้วปิดประตู ควรตั้งไว้ข้างนอกให้ทุกคนเห็น ถ้าให้ความส่วนตัว อันตรายจริงๆ ทั้งที่ความรักลูกอยากตามใจเขา ก็ต้องแข็งใจกันหน่อย...

ช่วงชีวิตคนเราไม่นาน อีกหน่อยก็แก่ตัว โกงเขาอาจมีความสุขตรงที่เอาเงินของคนอื่นมาใช้ได้แค่ช่วงหนึ่ง ความสุขจริงๆ ไม่มี มีเงินทองมากมายก็แค่นั้น คุณค่าของชีวิตคือให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถือเป็นบุญที่จะช่วยเสริมครอบครัวให้มีความสุขเพิ่มขึ้นไปอีก

ผมเชื่อว่า แข่งเรือแข่งพายแข่งกันได้ บุญวาสนาแข่งกันไม่ได้ เพราะฉะนั้น ผมไม่แข่งกับใคร ทำประโยชน์ให้กับตัวเอง ครอบครัวและช่วยสังคม ก็มีความสุขมากพอแล้ว