Get Adobe Flash player

ใช้ภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง ๓ โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

               เทอมนี้นักศึกษาอเมริกันผิวขาว ปริญญาโทสาขาวิศวกรรมได้สมัครมาเป็นลูกศิษย์ ด้วยหน้าที่การงานที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง เพื่อที่จะพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษให้อยู่ในระดับผู้บริหาร เขียนคำสั่งคำแนะนำได้ถูกต้องรัดกุมร้อยเรียงเป็นระเบียบและกระจ่างทุกคำทุกประโยค การเขียนของเขาแต่แรกมีหลายอย่างที่ต้องแก้ไขให้เข้าใจ ไม่นานก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ผิดจากชาวอเมริกันสีผิวอื่นๆหลายคนที่มีประสิทธิภาพในการเรียนต่างกัน เช่นที่เป็นหนุ่มสาววัย ๒๐ กว่าปี สนใจพูดคุยกัน พอเขียนบนกระดาน ก็จะรีบจดไม่ฟังคำอธิบาย เพียงแต่พอได้ยินก็คิดว่าเพียงพอ ซึ่งขณะที่ลอก หูจะไม่สามารถรับข้อมูลได้ครบ สมองก็จะไม่อาจรับความไปกลั่นกรองหรือวิจัยได้ จึงบอกทุกคนว่า ให้ตั้งใจฟังจนครบ แล้วค่อยลอก ขณะที่อธิบายให้ตั้งใจฟัง และใช้วิจารณญาณวิเคราะห์ข้อมูล แล้วนำไปประสานกับความรู้เดิม เพิ่มความเข้าใจในเรื่องใหม่ได้กว้างขึ้น เหมือนเป็นการสานต่อข้อมูลเก่ากับข้อมูลใหม่ให้เชื่อมโยงสัมพันธ์กัน วิธีนี้เรียกว่า Synthesis และการฟังเช่นนี้เรียกว่า Active Listening ที่จะทำให้เข้าใจข้อมูลได้สมบูรณ์ แต่การเข้าใจ ก็ไม่อาจส่งผลให้พัฒนาการใช้ภาษาได้หากไม่มี ๓ สิ่งที่จำเป็นคือ

๑.      ต้องมี awareness หรือให้รู้ตัวว่าเรามีปัญหา การใช้ภาษาอย่างไร เคยเขียนผิดมาอย่างไร เมื่อใส่ใจได้ สิ่งจำเป็น

๒.     อันที่ ๒ คือ application หรือนำกฏที่เรียน และเข้าใจมาใช้ก่อนที่จะใช้ภาษาผิด และ

๓.     สิ่งสุดท้าย คือ consistency หรือทำเช่นนี้สม่ำเสมอ เมื่อใช้ภาษาได้ถูกต้องอยู่บ่อยๆ ก็จะเป็นนิสัยที่ใช้ภาษาได้ถูกต้อง เช่นเดียวกับนิสัยที่ใช้ภาษาไม่ถูกต้องมานานเช่นกัน

การสอนนั้นไม่ยาก แต่การเรียนสิจะได้ผลเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับปัญญา อุตสาหะ และความตั้งใจของผู้เรียน สำหรับนักศึกษาอเมริกันผิวขาวผู้นี้ แม้เริ่มต้นจะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่เขาเข้าใจวิธีการเรียน ทำให้เขาพัฒนาได้เร็วกว่าใครๆ ก็จะได้นำผลงานเขียนของเขามาอธิบายในฉบับนี้

ตัวอย่างประโยคที่ ๑

               Now that I have retired after 25 years as an engineer at a local company.

ที่ผิดและแก้พร้อมอธิบาย

๑.      Now that หมายถึง “ด้วยเหตุว่า” เป็นคำเชื่อมประโยคเรียกว่า conjunction ใช้สร้างอนุประโยครองหรือ Subordinating Clause ไม่ได้เป็นประโยคสมบูรณ์ ใช้แสดงเหตุให้ประโยคที่แสดงผลตามมา แต่เมื่อไม่มีผลตามมา ก็เรียกว่าเป็น Fragment

๒.     ความในประโยคไม่กระจ่างนัก เป็นเพราะการเรียบเรียงไม่ถูกต้อง คือ ควรบอกว่า I have retired from a local company แล้วต่อด้วยความ after working for 25 years as an engineer โดยเติมกริยา ในรูป gerund (working) หลังคำบุพบท after เพราะเกี่ยวเนื่องกับหน้าที่การงาน an engineer คือ “ทำงานในหน้าที่ของวิศวกร” แต่ 25 years as an engineer ไม่ใช่จำนวนปีเป็นหน้าที่ของงาน หรือจะเขียนว่า after 25 years of working as an engineer ก็ได้ความชัดเจน

ตัวอย่างประโยคที่ ๒

               I feel privileged to have been able to contribute in part to both being recognized nationally as among        the top 100.

ที่ผิดและแก้พร้อมอธิบาย

๑.      ประโยคนี้แสดงผลของอนุประโยคแรก ควรจะนำมารวมกัน แต่ประโยคหลักนี้ความไม่กระจ่าง เพราะตั้งใจใส่ข้อความไปมากโดยไม่คำนึงถึงเหตุผลและกฏไวยากรณ์

๒.     ความแรกคือ contribute อะไร ซึ่งอาจเป็น เงิน, ความช่วยเหลือ, เวลา, ความรู้, ความสามารถ จะบอกว่า being recognized nationally ก็ไม่ใช่การ “สนับสนุนสงเคราะห์” หรือ contribute แต่กลายเป็นการยกย่องตัวเอง ควรบอกถึงสิ่งที่ได้อุทิศให้บริษัท เช่น my devotion หรือ my expertise and experience in the field เป็นต้น

๓.     เมื่อจะใช้คำว่า both ก็ตามด้วย and เช่น I have been able to contribute both my knowledge and expertise to the company.

๔.     เมื่อรวมเข้ากับอนุประโยครองแรก ก็จะได้ประโยคสมบูรณ์ที่ประกอบด้วย “เหตุ” และ “ผล” ดังนี้

Now that I have retired from a local company after working for 25 years as an engineer, I feel privileged to have been able to contribute both my knowledge and expertise to the company.

ตัวอย่างประโยคที่ ๓

               Her [my wife’s] company has transferred Janet, our eldest daughter from San Diego to Denver Colorado.

ที่ผิดและแก้พร้อมอธิบาย

๑.      Company ในที่นี้หมายถึง “การเป็นเพื่อนร่วมทาง” ซึ่งไม่ถูกเหตุผลว่าจะไปทำให้การโยกย้าย (transfer) เกิดขึ้น เพราะการโยกย้ายต้องอาศัยคนช่วยเหลือ ไม่ใช่เพื่อนร่วมเดินทาง ควรใช้คำกริยา accompany หมายถึง “เดินทางไปเป็นเพื่อน” แทนคำนาม แล้วเปลี่ยนรูปกริยา transfer เป็น Infinitive: to transfer แสดงจุดประสงค์ของการเดินทาง

๒.     Our eldest daughter เป็น Appositive หรือนามวลีที่ใช้เรียกหรือเสริมความให้กับคำนามที่อยู่หน้าว่าเป็นผู้เดียวกันเพียงแต่ให้ความขยายเพิ่ม จำเป็นต้องมี commas อยู่หน้าและหลัง เพื่อไม่ให้สับสนกับความที่ต่อเนื่องกัน (…to transfer Janet…from San Diego to Denver)

๓.     เมื่อสอบถามลูกศิษย์เรื่องลูกสาว ปรากฏว่ามีเพียงสองคน เมื่อมีเพียงสองก็ไม่ควรใช้ eldest ควรใช้ older จะใช้ elder ก็ได้ความหมายเหมือนกัน เพียงแต่ว่า คำหลังฟังเป็นทางการมากกว่า

๔.      จึงควรเขียนว่า

My wife accompanied me to transfer Janet, our older daughter, from San Diego to Denver Colorado to be close to her sister.

               เรื่องนี้ควรจะเป็นประโยชน์แก่นักศึกษาไทย และถ้าผู้ใดมีคำถามการใช้ภาษาอังกฤษ และประสงค์ให้นำมาชี้แจงแก้ไขในบทความนี้ เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านหลายคน ก็ยินดีรับคำถาม

               วันนี้เป็นวัน Christmas Eve ที่เคยเห็นเป็นวันสำคัญ มาในวัยนี้ ทุกวันที่เรามีลมหายใจอยู่ เป็นวันสำคัญที่เราควรพัฒนาตนเองทั้งสติปัญญาสุขภาพ และความผูกพันต่อผู้ที่เรามีสัมพันธ์ต่อกัน โดยเฉพาะคู่ชีวิต เช่นคืนนี้ ดร.ชวนชื่น อยากทาน lobster อาหารจีน จึงพาเธอไปร้าน Pacific Cove บนถนน Bolsa เมือง Westminster ที่ทำกุ้งก้ามกรามผัดผงกะหรี่ได้อร่อยมากทั้งราคาก็ไม่แพง ถูกกว่าที่กรุงเทพสองเท่า Ed กับ Iris สองพี่น้องเจ้าของร้านน่ารักมาต้อนรับสนิทสนม แล้วเปิดขวดไวน์ Merlot ให้ดื่มฉลอง Christmas วันที่สำคัญอยู่แล้ว จึงดูสำคัญมากขึ้น ไม่ใช่เพราะ wine ราคาดี แต่เป็นเพราะความคิดที่ดีต่อกัน ส่วนกับภรรยา คือความรัก ความเข้าใจ ความห่วงใย ที่ทำให้จิตเบิกบาน Christmas ปีนี้ขอให้ผู้อ่านประสบความรักและความผูกพันจากคู่ชีวิตและญาติมิตร