Get Adobe Flash player

ใช้ภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง๘ โดย ดร. การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

(จากการสนทนาของชาวต่างชาติ)

            ในถิ่นที่อยู่มีหลายเขตที่ต่างกันไปด้วยชุมชนหลายชาติภาษาเราใช้เวลาส่วนใหญ่ไปเดินที่ Laguna Beach, Corona del Mar, Huntington Beach และ Balboa Island ซึ่งเป็นเขตของชุมชนผิวขาวฐานะเศรษฐี บ้านราคาไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านดอลล่าห์ ทุกบ้านจัดสวนหน้าบ้านงามด้วยดอกไม้หลายพันธ์หลากสี เจ้าของบ้านอัธยาศัยสุภาพเป็นมิตร บางครั้งเราหยุดคุยชื่นชมดอกไม้ของเขา คนสัญจรส่วนใหญ่สุภาพ บางคนพาลูกหลานมาเดินรับแดดและลมโชย เราก็พลอยเพลินไปกับเด็กเล็กหน้าตาหน้าเอ็นดูจ้องและยิ้มให้เราราวชวนให้พูดคุยด้วย ทำให้การเดินรอบเกาะที่ไม่มีคลื่นนอกจากระรอกน้ำเข้าซบทรายเพลินตาและใจ แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะทางเดินพอเดินสวนกันได้สองคู่  แต่บางครั้งคนต่างชาติที่ไม่คุ้นเคยกับมารยาทการเดินร่วมทาง เดินเป็นแถวกระดานทำให้เราลำบากที่จะหลีกทางให้ และก็ไม่ขอโทษด้วย ผิดกับคนที่ได้รับการอบรมมารยาทสังคมมาดี ที่เขาจะแบ่งทางให้คนสวนทางมา และถ้าขวางทางโดยไม่รู้ตัว เขาจะพูดว่า Excuse me. บางครั้งไปร้านอาหารจีน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวเวียตนาม จีน ฟิลิปิโน เม็กซิกัน และมีอเมริกันบ้าง ชนชาติอื่นๆหลายคนชอบตะโกนสนทนากันเป็นภาษาอังกฤษ จะเป็นเพราะภูมิใจที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาและสามารถพูดภาษาได้คล่อง โดยไม่รู้ว่าความคล่องนั้นเต็มไปด้วยการพูดผิดๆและในที่อื่นๆก็พอได้ยินคนต่างชาติพูดกันผิดๆ ก็ค่อยๆบันทึกไว้ เพื่อจะได้นำมาเขียนในบทความนี้ ให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านไปด้วย ดังนี้

พูดผิด   How can I do?

พูดถูก   What can I do?

เหตุผล หากแปลไทยเป็นอังกฤษ ก็จะพูดว่า “ฉันจะทำอย่างไร” แต่คนอเมริกันคิดและพูดคนละอย่าง แม้ว่าจะพูดในสถานการณ์เดียวกันก็ตาม อย่างที่เคยมีสำนวนไทยว่า “พูดคนละเรื่องเดียวกัน” คืออเมริกันจะพูดว่า “ฉันสามารถที่จะทำอะไรได้”

พูดผิด    “How long have you been in America?”

"Six months "

"How about Chinese food?"

พูดถูก   "How long have you been in the United States?"

"Six months"

"Do you likeChinese food?"

เหตุผล การถาม How about จะถามก็ต่อเมื่อมีความต่อเนื่องมาก่อนแล้ว จะจู่ๆถามขึ้นมาก็จะไม่เข้าใจ เช่น คนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “I like Japanese food.” เราก็จะถามต่อได้ว่า"How about Thai food?" หากไม่มีความนำก่อน ก็ต้องถามให้ตรงประเด็นว่า “คุณชอบอาหารไทยหรือไม่”"Do you like Thai food?"

 

พูดผิด   I visited her ill mother in the hospital.

พูดถูก   I visited her sick mother in the hospital.

เหตุผล  คำว่า ill เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้บอกสถานภาพของคน เช่นเดียวกับคำว่า sick ต่างกันแต่ว่า คำว่า ill จะไม่ใช้นำหน้าคน จะใช้กับคำกริยาเสมอ เช่น My mother is ill. ส่วนคำว่า sick จะใช้นำหน้าคนก็ได้ ตามหลังคำกริยาก็ได้

พูดผิด   There is a limit in my patience.

พูดถูก   There is a limit to my patience.

เหตุผล คำกริยาภาษาอังกฤษหลายคำ มีคำบุพบทประสมอยู่ โดยไม่เปลี่ยนแปลง และความหมายอาจผิดแผกไปจากเดิม เช่น limit ใช้กับ to ไม่ใช้กับ in

พูดผิด   Please wait inside the white line.

พูดถูก   Please wait behind the white line.

เหตุผล  เคยได้ยินคนไทยพูดว่า “ยืนอยู่ในเส้น” ถ้าแปลเป็นภาษาอังกฤษ ก็จะเป็นคำว่า inside แต่ความหมายของคำต้องมีผนังห้องอยู่โดยรอบ คนอเมริกันจะมองเห็นว่า “ยืนอยู่หลังเส้น” จึงใช้คำว่า behind

พูดผิด   Is your house insured for fire?

พูดถูก   Is your house insured against fire?

เหตุผล  คำบุพบทที่ใช้ประกอบคำกริยา เป็นปัญหาของคนไทย และคนต่างชาติทั่วไปที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษมาแต่เด็ก การแก้ไขคือการตั้งใจฟังคนอเมริกันพูดและจดจำไว้ เช่น กริยา insureต้องใช้กับคำบุพบท against

พูดผิด   I introduce Mr. Smith to you.

พูดถูก   May I introduce Mr. Smith to you?

เหตุผล คำขอร้องที่สุภาพคือ May I ซึ่งหลายคนมักจะไม่ใช้ หรือใช้คำว่า Can I แทนซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะเป็นการแสดงถึงความสามารถ มากกว่าเป็นการขออนุญาติ

พูดผิด   She was first prize.

พูดถูก   She took first prize.

เหตุผล  คำตอบง่ายๆคือ “เธอได้รับ” ไม่ใช่ “เธอเป็น”

พูดผิด   Do you have a digital camera? Yes I have it.

พูดถูก   Do you have a digital camera? Yes, I have one.

เหตุผล  ใช้คำว่า it เมื่อเอ่ยถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาก่อนแล้ว เช่น “I had Thai food last night.” “Did you like it?” ใช้สรรพนาม it แทน Thai food ส่วน one นั้น ใช้หมายถึง “สิ่งหนึ่ง”“คนหนึ่ง” ที่ไม่เจาะจง เช่น “I have two sandwiches. Do you want one?

พูดผิด   That was a traffic accident on my way here. It is why I was late.

พูดถูก   That was a traffic accident on my way here. That is why I was late.

เหตุผล ใช้คำสรรพนาม It กับสิ่งของหรือสัตว์ที่เอ่ยถึงมาก่อน นอกเหนือจากนี้ ยังใช้ It กับการบอกเวลา เช่นIt’s 10:30.  บอกว่าเป็นใครที่มองไม่เห็น เช่น“Who’s there?” “It’s me (ที่ถูกต้อง ต้องพูดว่า Iแต่คนส่วนใหญ่จะใช้ meซึ่งไม่ถูกต้อง).” บอกราคาค่าสินค้า เช่น “How much is this shirt?” “It’s twenty dollars.” หรือสภาวะอากาศ เช่น It’s going to rain this weekend.

พูดผิด   She is wearing blue jeans pants.

พูดถูก   She is wearing blue jeans.

เหตุผล  jeans  เป็นกางเกงประเภทหนึ่ง จึงเป็นคำเดียวกับ pants ไม่ต้องพูดซ้ำกัน

พูดผิด   Keep the right.

พูดถูก   Keep to the right.

เหตุผล  ถ้าใช้ Keep เฉพาะคำโดด จะหมายถึง “เก็บรักษา” เช่นI keep my money in the bank. แต่ถ้าใช้หมายถึงให้คงเส้นทางไว้ เช่นอยู่เฉพาะทางนี้ จะใช้ Keep to

               อันที่จริงก็น่าสรรเสริญที่ชาวต่างชาติภาษาที่มีการศึกษาน้อย ย้ายถิ่นฐานกันมาอยู่ในสหรัฐอเมริกา และหมั่นศึกษาภาษาอังกฤษจนสามารถสื่อสารได้พอเพียง แต่ก็ควรหมั่นพัฒนา ถ้าไม่คิดว่ารู้มากแล้ว เหมือนปิดหู ปิดตา ปิดใจ ก็รู้อยู่แค่นั้นถ้าจะอ้างว่าแก่เกินเรียน ก็จงดูครูสมพจน์ สิงห์สุวรรณ ผู้มีพรสวรรค์และจินตนาการสร้างสรรค์เพลงไทยไพเราะไว้กว่า ๔๐๐ เพลงเช่น “สายันต์รัญจวน” ยังสนใจเรียนภาษาอังกฤษจากบทความนี้