Get Adobe Flash player

ใช้ภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง ๑๑ โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

(การพูดที่ถูก)

คนไทยอีกหลายคนที่ใช้ชีวิตในสหรัฐมานาน แต่ไม่มีโอกาสได้ใช้ภาษาอังกฤษกับคนอเมริกัน อาจจะพูดภาษาอังกฤษได้คล่อง แต่กระนั้นก็ ยังใช้คำไม่ถูกต้อง  ดังตัวอย่างที่บันทึกมา

พูดผิด                It's seven twenty o'clock. “เป็นเวลา ๗ โมง ๒๐ นาที”

ควรพูดว่า              It's seven twenty.

อธิบาย                   ไม่จำเป็นต้องบอก o'clock นอกจากจะเป็นชั่วโมงโดยไม่มีเศษนาที เช่น It's seven o'clock.

พูดผิด                Your coat is broken. “เสื้อโค๊ตของคุณขาด”

ควรพูดว่า              Your coat is torn.

อธิบาย                   คำ broken (โบร็คเค่น) จะใช้กับสิ่งของแข็ง เช่นไม้ กระเบื้อง แก้ว แต่ถ้าเป็นของนุ่ม เช่นผ้า กระดาษ จะใช้ torn(ทอร์น) ทั้งสองคำแปรรูปมาจากคำกริยาว่า break (เบร็ค) tear (แทร์) ใช้กับกริยา is, am, are, was, were ใช้กับสิ่งของ ไม่ใช้กับคน คงได้ยินคนพูดว่า He is broke. นั่นเป็นสำนวนคล้ายสำนวนไทยว่า “ถังแตก” หรือ “หมดเงิน”

พูดผิด              Susan didn't make a fault . “ซูแซนไม่ได้ทำผิดพลาด”

ควรพูดว่า           Susan didn't make a mistake .

อธิบาย                 ภาษาไทยมักใช้คำว่า “ผิด” ในความหมายของ “ผิดพลาด” เช่น “ทำเลขผิด” ซึ่งเป็นการผิดพลาด ไม่เหมือนการกระทำผิด ที่ผิดกฏหมายบ้าง ผิดศิลธรรมประเพณีบ้าง

“ผิดพลาด” คือ mistake เช่น “He made a few mistakes in grammar.” ความผิดพลาดเช่นนี้ ไม่มีใครลงโทษ เพียงแต่มีผลถึงตัวเอง

“ผิด”เพราะทำไม่ดี ไม่ถูก คือ fault จะมีผลคือ “ถูกตำหนิ” หรือ “ลงโทษ” เช่น “It is my fault for not telling you that the test is tomorrow.” มักใช้ร่วมกับคำว่า At fault เช่น “Both of you are at fault.”

พูดผิด              Would you mind posting this letter for me ? Yes, certainly.

ควรพูดว่า           Would you mind mailing this letter for me ? Of course not. OR ( Not at all )

อธิบาย  คนอเมริกันใช้คำว่า mail หมายถึง “ส่งจดหมาย” เมื่อเป็นกริยา  “จดหมาย” เมื่อเป็นคำนาม ประกอบคำนาม box (mail box) หมายถึง “ตุ้จดหมาย” คนอังกฤษใช้  post box หรือ postbox

คำถามนี้หมายถึง “คุณจะขัดข้องหรือไม่ที่จะส่งจดหมายนี้ให้ฉัน” พูดแบบไทยๆคือ “คุณส่งจดหมายนี้ให้ได้ไหม” ซึ่งแบบไทยนี้ก็จะตอบว่า “ได้” หรือ “Yes” แต่ถ้าแปลแบบภาษาอังกฤษ ก็ต้องตอบว่า “ไม่ขัดข้อง” หรือ “No” ซึ่งเป็นการตอบที่ถูกต้อง ฉะนั้นต้องตอบด้วย Of course not.  หรือ Not at all. เพราะการตอบทั้งสองเป็นการบอกปฏิเสธว่า “ไม่ขัดข้องแต่ประการใด” คือ “ยินดีทำให้” ตามแบบภาษาไทย ฉะนั้นถ้ามีคนถามว่า

พูดผิด             What’s a deal.

พูดให้ถูก         What a deal!

เหตุผล           What a เป็นสำนวนที่แสดงความพอใจ เช่น เมื่อทราบว่าสินค้าที่ซื้อนั้นลดราคาไป ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าเป็นการต่อลองที่วิเศษ ไม่ใช่คำถามที่จะต้องใช้กริยา to be (is, am, are, etc.) คิดว่าผู้พูดคงเรียนไวยากรณ์อังกฤษมาว่า เมื่อใช้คำถาม What, Where, Why, etc. ก็จะต้องใช้กับกริยา to be, to do, etc. แต่ What a ไม่ใช่คำถาม เป็นคำอุทาน จึงไม่ต้องมีคำกริยา ซึ่งในประเทศอื่นๆอาจไม่ได้สอนการใช้สำนวนอังกฤษ

พูดผิด           The doctor recommended my mother to take a long vacation.

พูดให้ถูก         The doctor recommended that my mother take a long vacation.

เหตุผล         ประโยคที่มีกริยาหลักว่า recommend, suggest, advise, prefer, และกริยาอื่นๆที่มีความหมายในทำนองแนะนำ และตามด้วยอนุประโยคที่ขึ้นด้วย that คำกริยาในอนุประโยคนั้นจะต้องเป็นรูป bare infinitive ไม่มี to นำ และตัวกริยาในอนุประโยคนี้มีอยู่รูปเดียวคือไม่มีอะไรต่อท้ายไม่ว่าประธานของอนุประโยคจะเป็นเอกพจน์ บุรุษที่สาม เช่น my mother กริยารูปนี้เรียกว่า subjunctive mood

พูดผิด             It’s about ten now.

พูดให้ถูก         It’s nearly (almost) ten now.

เหตุผล             ใช้ about เมื่อเราไม่แน่ใจ หมายถึง “ประมาณ” เช่น He called about ten AM. แต่ถ้ามีคนถามเวลา และเราดูนาฬิกาเพื่อตอบ เราก็จะรู้เวลาแน่นอน ถ้าไม่ต้องการตอบให้แน่ชัด ก็จะประมาณได้ด้วยการใช้คำว่า nearly หรือ almost ซึ่งหมายถึง “เกือบจะ”

พูดผิด             Don’t step on the grass.

พูดให้ถูก         Keep off the grass.

เหตุผล             step เป็นคำกริยาที่นำมาใช้กับคำบุพบทต่างๆ เป็นวลีที่มีความหมายไปต่างๆ เช่น

ดังตัวอย่างว่า

Miss Malee just stepped out. (คุณมาลีเพิ่งเดินออกไป)

That clumsy man stepped on my toes. (คนซุ่มซ่ามคนนั้นเหยียบเท้าฉัน)

 หรือใช้อย่างคำนามบอกขั้นตอนการกระทำบางประการเช่น Your first step is to preheat the oven at 350 degrees.

ถ้าต้องการจะบอกว่า “อย่าเหยียบสนามหญ้า” ใช้คำว่า Keep off the grass.

พูดผิด             I know his face.

พูดให้ถูก         I know him by sight.

เหตุผล                   ภาษาไทยเรามีคำพูดว่า “รู้จักหน้าค่าตา” เป็นสำนวนที่คนไทยเข้าใจกัน แต่คนอเมริกัน จะไม่ “รู้จักหน้า” รู้จักแต่บุคคล เช่น I know him. และถ้าจะพูดทำนองว่า ถ้าได้เห็นหน้าก็จะจำได้ ก็ต้องพูดว่า I know him by sight.

พูดผิด             I forget my book in the house.

พูดให้ถูก         I left my book in the house.

เหตุผล             คำพูดแรก ตรงกับการพูดแบบไทยเลย คือ “ผมลืมหนังสือไว้ในบ้าน” ซึ่งไม่ตรงกับแนวการพูดของคนอเมริกันที่ใช้คำว่า leave (left) หรือ “ทิ้งไว้” แทนคำว่า “ลืม” แต่ไม่ใช่ว่าคนอเมริกันไม่มีคำว่า “ลืม” หรือ forget แต่จะใช้หมายถึง “ความทรงจำที่คลาดเคลื่อนไป” เช่น I’m sorry I forget your name. (ผมขอโทษ ผมลืมชื่อคุณ)

พูดผิด             Lend me some money, for instance 500 dollars, Lin

พูดให้ถูก         Lend me some money, say 500 dollars, Lin

เหตุผล             วลี for instance หมายถึง “ตัวอย่างเช่น” จะตามด้วยประโยคเต็มเช่น

There are many things you can do to help your mother. For instance, you can help her wash the dishes. (มีหลายอย่างที่คุณสามารถช่วยแม่ของคุณได้ เป็นต้นว่า คุณสามารถช่วยเธอล้างจาน)

ในกรณีที่จะขอยืมเงินสักจำนวนหนึ่ง คนอเมริกันจะไม่ใช้ for instanceแต่จะใช้คำว่า  say ซึ่งเป็นภาษาพูด ไม่ใช่ภาษาที่จะใช้เขียนอย่างเป็นทางการ คล้ายคำไทยว่า “เอาเป็นว่า สัก ๕๐๐”

           จบเพียงนี้