Get Adobe Flash player

การใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

ได้รับจดหมายจากเพื่อนคนหนึ่ง กล่าวถึงเพื่อนอีกคนในเชิงติเตียนที่ชอบแสดงความคิดเห็นข่มผู้อื่น ซึ่งบางครั้งความคิดเห็นที่แสดงออกก็ไม่ค่อยถูกต้องนัก เพื่อนผู้นั้นจึงเตือนไปว่า “ถ้าไม่รู้อะไรจริง ก็ไม่ควรพูด” ในฐานะบุคคลที่สาม จึงไม่ควรใส่ใจหรือเห็นเป็นเรื่องสำคัญ แต่เมื่อนึกถึงคำว่า “เสน่ห์” ก็เห็นเป็นเรื่องพาดพิงกัน ทั้งอาจเป็นข้อคิดมาฝากผู้อ่านช่วยพิจารณา

 

 

                  ในทัศนะส่วนตัว เสน่ห์ หรือ “ลักษณะอันชวนให้รัก” เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเสน่ห์สามารถสร้างความพอใจให้คนใกล้ชิดพอใจที่จะสนทนาด้วย พอใจที่ใคร่เป็นมิตรมอบจิตโอบอ้อมอารีเกื้อกูลกันได้ทุกยามที่จำเป็น เสน่ห์ ไม่ใช่ความสวยงามทางสรีระ แต่เป็นความสวยงามในจิตที่สามารถผลิตถ้อยคำชโลมใจแก่ผู้ร่วมมิตรสัมพันธ์ แม้รูปลักษณ์จะไม่งดงาม แต่มีจิตคิดถึงความรู้สึกของผู้อื่น คำพูดที่ส่อถึงเมตตาจิต ไม่ข่มเหงความคิดลบหลู่ผู้อื่น ทุกคำเปี่ยมด้วยความปรารถนาดี คำพูดเหล่านี้เองที่สร้างความงามให้จิตใจ และสักษณะอันชวนให้ผู้ใกล้ชิดรักใคร่ ที่เป็นเด็กกว่าก็น่าเอ็นดูช่วยเหลือ ที่เป็นผู้ใหญ่กว่าก็น่าเคารพ  ในทางตรงกันข้าม หากคำพูดที่พร่างพรูมาล้วนส่อถึงการ “ยกตนข่มท่าน” หรือ “ติฉินนินทาว่าร้าย” ผู้ใกล้ชิดก็คงจะเหินห่างไปในที่สุด

                ก็เป็นเรื่องที่ทุกคนมีสิทธิ์เลือก เลือกที่จะสร้างเสน่ห์ให้เป็นลักษณะอันงามน่ารัก น่าเคารพยกย่อง หรือเลือกที่จะไม่เห็นความสำคัญของ “เสน่ห์” ที่ทุกคนมีโอกาสและความสามารถที่จะสร้างขึ้นเองได้

                ฉบับนี้ ไม่มีใครเขียนมาถาม ก็จะขอนำคำศัพท์ที่คล้ายกันจนหลายคนสับสนใช้ไม่ถูกต้องมาเสนอดังนี้

                ทุกวันที่อากาศแจ่มใสไม่หนาวเหน็บ ภรรยาและผม นิยมที่จะไปเดินตามชายทะเล แล้วแวะนั่งดื่มกาแฟ กับรับประทานอาหารว่างไปด้วย ร้านกาแฟมีหลายประเภท ดังนี้

Café, Coffee shop, Coffee house

                คนไทยมักคุ้นเคยกับ “ร้านกาแฟ” แต่ในสหรัฐอเมริกา วิวัฒนาการทางด้านกาแฟ และธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มผันไปตามกาลเวลาและการแข่งขัน มีผลต่อการเลือกใช้คำไปด้วย เช่นสองคำนี้ ต่างกันทางด้านลักษณะของธุรกิจ

                A café เป็นร้านอาหารเล็กๆสง่างาม มีอาหารและกาแฟชนิดต่างๆไว้บริการ บรรยากาศบางแห่งสลัว บางแห่งสว่าง ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย

                A coffee shop เป็นร้านกาแฟที่มีมานาน มีกาแฟ และโดนัทประเภทต่างๆบริการ มีโต๊ะเก้าอี้เล็กๆ ไม่มากนัก ส่วนใหญ่ลูกค้ามักมายืนรอรับกาแฟและเครื่องเคียงเป็นอาหารเช้าแบบเร่งรีบ

                A coffee house เป็นร้านกาแฟที่มีกาแฟ และเครื่องเคียงต่างๆ เช่น สโกน (scones) เค็ก (cake) ผลไม้ และอาจมีแซนด์วิช (sandwich) เล็กๆที่สั่งมาบริการ เช่นร้าน Starbucks ในสหรัฐอเมริกา coffee house บางร้านมีดนตรีเล็กๆแสดง มี WiFi บริการฟรี ส่วนใหญ่เป็นที่นิยมในหมู่นักศึกษา หรือผู้ชอบงานด้านศิลป์ ที่มักมานั่งพบปะสังสรรค์กันนานๆ

 

                ที่เกี่ยวข้องกับร้านกาแฟก็คือ “ถ้วยการแฟ” ซึ่งมีคำว่า

Cup vs. Mug

A cup เป็นถ้วยที่มีจานรองเรียกว่า a saucer มีขนาดเล็กและบอบบางน่ารัก (dainty) ทำจาก bone china นิยมใช้ดื่มชา

A mug ไม่มีจานรอง มีด้าม (handle) ให้ถือ มีขนาดใหญ่กว่า A cup ทำจาก ceramic มักใช้ดื่มของร้อนเช่น กาแฟ หรือโกโก้ (cocoa)

 

มีอยู่วันหนึ่งได้ยินคนไทยพูดว่า He dead. ก็เป็นโอกาสที่จะนำมาเขียนให้กระจ่างดังนี้

Die vs. Dead

                Die เป็นคำกริยา หมายถึง “ตาย” ใช้โดยไม่ต้องมีกริยาช่วย มีรูปในกาลต่างๆดังที่แสดงไว้ เช่น                                      Present Tense:                                    People die every day.                                                                                                       Present Progressive Tense:                The patient is dying of cancer. (เปลี่ยนการสะกดจาก ie เป็น y)                           Past Tense:                                           My grandfather died when I was 12 years old.                                                Future Tense:                                      He will die if he doesn’t have a new heart in a week.                                      Dead เป็นคำคุณศัพท์ที่ไม่แปรรูป หมายถึง “ตาย” เช่นกัน ใช้กับกริยา To Be ที่มีรูปในกาลต่างๆดังที่แสดงไว้ เช่น                                                                                                                                                                                    Present Tense:                                    Do you think the battery is dead?                                                                                 Future Tense:                                      Ton’s illness is critical. He will be dead in two years.                                           Past Tense:                                           My grandfather was dead when I was 12 years old.                                     Present Perfect Tense:                      My grandfather has been dead for thirty years.                                                       ทั้งสองคำมีสำนวนของตัวเอง ดังต่อไปนี้                                                                                                                      Die away หมายถึง “ลดลง” หรือ decrease ใช้กับเสียง เช่น                                                                                                                     The noise of the mob died away in the distance.                                                                                                    Die down หมายถึง “ลดลง” หรือ decrease เช่น                                                                                                                                             We can leave now, for the wind has died down.                                                                                                          Die from ใช้หมายถึง “ตาย” จากสาเหตุต่างๆที่ไม่ใช่โรค เช่น                                                                                                     The soldier died from his wounds.                                                                                                                             Die of  ใช้หมายถึง “ตาย” ด้วยโรค เช่น                                                                                                                                                       Mr. Yamamoto died of cancer last year.                                                                                                                     Die out ใช้หมายถึง “ค่อยๆสลายตัว หรือลดหายไป” เช่น                                                                                                                        The customer is dying out.    

                A dead language เป็นภาษาที่ไม่มีใครใช้พูดอีกแล้ว อาจมีเหลือไว้เฉพาะภาษาเขียน เช่น                                                               Latin is a dead language.

                Dead center หมายถึง “ตรงจุดกลาง” เช่น                                                                                                                                                   If you hit the nail dead center, it will go straight into the wood.

                Over my dead body หมายถึง “ผ่านศพฉันไปก่อน” หรือ ไม่ต้องการให้สิ่งใดเกิดขึ้น เช่น

                                Over my dead body, you can marry her.

                Dead and buried หมายถึง “จบเรื่องกันไป” ไม่คิดจะทำต่อไป เช่น

                                His plan of moving to Hawaii was dead and buried.

                Dead end คือ “สุดถนน” หรือ “สถานภาพที่ไม่มีทางดำเนินได้ต่อไป” เช่น

                                Working at a sweatshop is like a dead end.

                Deadwood หมายถึง “คนหรือสิ่งของที่ไร้ประโยชน์แล้ว” เช่น

                                The manager got rid of deadwood.

                                                               

                หวังว่าผู้อ่านคงนำไปใช้เป็นประโยชน์ได้บ้าง