Get Adobe Flash player

สนทนากับ ดร. การุณ dr.garoon@gmail.com

Font Size:

คนไทยในประเทศไทยดูจะนิยมระบบประชาธิปไตยมากขึ้น นับแต่รัฐบาลมาจนถึงครอบครัว ดังเช่นหญิงไทยผู้หนึ่งกล่าวกับคุณนภา ในวันที่ครอบครัวเธอจัดงานเลี้ยงต้อนรับมีญาติมิตรมาร่วมมากหน้า ขณะที่เธอช่วยงานในครัว เด็กสาวลูกของเพื่อนมายืนมองแล้วถามว่า “ทำอะไร” ด้วยเสียงค่อนข้างห้วน และพูดต่อไปว่า “ไม่เห็นจะต้องทำมากมายไปทำไม” แต่เธอก็ไม่ตอบ ได้แต่มองเด็กเหมือนอยากตำหนิในความไม่สุภาพ แม่ของเด็กสังเกตุเห็นเหมือนเข้าใจ จึงกล่าวปกป้องลูกสาวตนว่า “ป้อมเขาเป็นเด็กฉลาดกล้าคิดกล้าพูด เราเลี้ยงเขาอย่างประชาธิปไตยค่ะ” คุณนภาไม่ได้ต่อกลอน เมื่อกลับมาแคลิฟอร์เนียจึงมาเล่าให้เราฟังว่า “อาจารย์ขา ดิฉันก็มีหลานที่เกิดที่อเมริกา เขาก็รู้จักคิดรู้จักพูดไปตามวัฒนธรรมอเมริกันว่า Auntie, do you need help? แต่นี่เด็กไทยทำไมแม่เขาไม่สอนเรื่องมารยาทกันแล้ว ทั้งๆที่วัฒนธรรมไทยเราแสนจะอ่อนโยนสุภาพน่าถ่ายทอดกันไปนะคะ นี่กลับไปคิดว่าเป็นระบบประชาธิปไตยอะไร ดิฉันไม่เข้าใจเลยค่ะ”

 

 

                                ผมเองก็ไม่เข้าใจนัก แต่เมื่อศึกษาเรื่องประเทศที่ใช้ระบบประชาธิปไตยก็เห็นว่าประเทศในโลกที่ใช้ระบบประชาธิปไตย ๗๘ ประเทศ มีเพียง ๒๕ ประเทศเช่นสหรัฐอเมริกาที่ใช้ระบบ Full Democracy และมีถึง ๕๓ ประเทศที่ใช้ระบบ Flawed Democracy หรือประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์ และในกลุ่มนี้มีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย

                เมื่อศึกษาประวัติความเป็นมาของระบบประชาธิปไตยของสหรัฐอเมริกา ทำให้เข้าใจว่าเหตุใดประเทศไทยจึงไม่เป็นระบบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์เช่นสหรัฐอเมริกา ประการหนึ่งคือ ในปีค.ศ. ๑๘๗๘ กลุ่มชาวนาอเมริกันไม่พอใจในการคดโกง (corruption) ของฝ่ายปกครองการเงิน ทำให้เขาก่อตัวเรียกร้องให้มีการไตร่สวนควบคุมการทำงานของรัฐ อันเป็นจุดเริ่มต้นที่ประชาชนมีอิสระภาพที่จะร่วมรับผิดชอบประเทศที่พัฒนาเรื่อยมาตั้งแต่ปี ๑๘๙๘ ถึง ๑๙๑๘  ที่ขยายตัวไปกว่าหลายสิบล้านคนใน ๒๖ รัฐ อันเป็นการพัฒนาระบบการปกครองเป็น democracy ในขณะที่ประเทศไทยเพิ่งเริ่มเดินตามรอยเท้าของประเทศตะวันตกในปีค.ศ. ๑๙๓๓ หลังการปฏิวัติการปกครอง ด้วยการหันมาใช้ระบบประชาธิปไตย โดยมีผู้รู้เพียงไม่กี่คนเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งประเทศ ดังข้อความตอนหนึ่งใน Wikipedia ว่า  

Despite the efforts of previous kings, western, democratic style of the government was alien to the kingdom. Thailand had insufficient time to educate its population in preparation for western political, industrial and economic changes, albeit female vote was granted since the first general election.

                เมื่อประชนส่วนใหญ่ เช่นชาวไร่ชาวนา ชนชั้นกรรมกร ไร้การศึกษาพอเพียงที่จะรับผิดชอบเศรษฐกิจ การเมืองของประเทศได้ ปล่อยให้รัฐบาลรับหน้าที่ไว้อย่างสมบูรณ์กระทำการตามอำเภอใจ สร้างอิทธิพลให้กับตนเอง “ประชาธิปไตย” จึงเป็นคำที่ฟังน่าเลื่อมใส แต่ไร้แก่นสารที่จะปลดปล่อยอิสระภาพให้ประชาชนได้

                การเลี้ยงดูลูกหลานแบบประชาธิปไตยก็เช่นกัน ฟังดูน่าเลื่อมใส แต่ผู้สอนเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยเพียงใด เมื่อไม่เข้าใจ แล้วเอาอะไรไปสอน กลายเป็นสอนให้เด็กกล้าพูดโดยไม่ใช้ปัญญาหรือความรู้สึกรับผิดชอบต่อความรู้สึกของผู้ฟัง เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ไม่ควรอ้างใช้ระบบประชาธิปไตย ควรหันมาใส่ใจในวัฒนธรรมประเพณีไทยที่อ่อนโยน มีสัมมาคารวะต่อผู้อื่น มีวาจาสุภาพไพเราะ เอื้ออารีเกื้อกูลกัน สร้างเสน่ห์ให้น่านิยมเอ็นดู จะไม่ดีกว่าหรือ

                เกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่เล่า ที่กล่าวถึงความที่คนไทยหลายคนไม่เข้าใจ “ประชาธิปไตย” ของสหรัฐอเมริกาที่เริ่มมาจากการแก้ไขความไม่ถูกต้องของการปฏิบัติงานของรัฐบาล และต้องการให้อิสระภาพแก่ตนเองด้วยการมีส่วนเข้ารับผิดชอบประเทศ กับเรื่องการไม่มีสัมมาคารวะของเด็กไทยบางคนต่อผู้สูงวัย เรื่องในฉบับนี้ก็จะนำความแตกต่างระหว่างคำว่า Elder, Older, Elderly และคำ Freedom กับ Liberty มาเสนอดังนี้

Elder vs. Older     vs. Elderly                                                                                                                             Elder เป็นคำคุณศัพท์ได้ หมายถึง “แก่กว่า” ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบขั้น Comparative Degree และมีรูปการเปรียบเทียบขั้นสูงสุดหรือ Superlative Degree ว่า eldest หรือ “แก่ที่สุด” ทั้งสองคำใช้กับคนในครอบครัวเท่านั้น ดังตัวอย่างว่า                                                                                                                       He has anelder brother.                                                                                                                                       My elder sister is three years older than I.

                                The eldest brother of all is fifty years old.                                                            

แต่บางครั้ง elder ไม่ได้หมายถึงอายุที่แก่กว่าแต่หมายถึงประสบการณ์หรืออายุการทำงานของ บุคคลที่มีมากกว่า เช่น an elder statesman                ที่ไม่ได้หมายถึงอายุ แต่หมายถึงความสามารถและปัญญาที่สูง            

                แม้ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบ แต่ก็ไม่เหมือนคำคุณศัพท์อื่นๆที่ใช้ than ร่วมแสดงการเปรียบเทียบระหว่างสองบุคคล คือจะไม่พูดหรือเขียนว่า                                                                                                            (ไม่ถูก)  He is elder than his brother.                                                                                    ที่ต่างไปจากคำคุณศัพท์อื่นๆอีกประการคือ elder ไม่มีรูปปกติว่า eld ไม่เหมือนกับคำว่า old ที่ใช้แสดงความ “แก่” กับคน และ“เก่า” กับสิ่งของ อาคาร หรือสิ่งใดที่ไม่ใช่คน มีรูปเปรียบเทียบ ทั้ง Comparative Degree และ Superlative Degree ว่า older และ oldest ทั้งนี้เป็นเพราะ Elder เป็นคำนามที่หมายถึง “ผู้มีอายุสูงกว่า” ใช้กับ Article: the เช่น                                        He is the elder of the two.                                                                                                    ในทางกลับกัน จะไม่เขียนหรือพูดว่า “He is the older of the two.” คือไม่ใช้ older อย่างคำนาม เช่นเดียวกับคำว่า elder แต่จะเขียนหรือพูดว่า “He is older than John.” เช่นเดียวกับคำคุณศัพท์ทั่วไป

                Elderly เป็นคำคุณศัพท์ ที่แสดงความสุภาพเมื่อกล่าวถึง “คนแก่” ซึ่งคงคล้ายกับภาษาไทยที่มีคำที่สุภาพกว่าคำว่า “แก่” คือคำว่า “สูงวัย” เช่นประโยคว่า

                An elderly lady needs help with grocery shopping.

เมื่อใช้อย่างคำนาม จะมี Article: the นำ ซึ่งหมายถึง “ผู้สูงวัย” เช่น

                The city provides special services for the elderly.

ยังมีอีกสองคำที่ใช้แทน the elderly คือ senior citizens หรือ seniors

Freedom vs. Liberty

                Freedom และ Liberty เป็นคำที่มักใช้กันสับสนเกี่ยวกับความหมาย (meanings) และความนัย (connotations) แต่ทั้งสองก็มีความแตกต่างกันบ้างดังนี้

  • Freedom สื่อถึงความเป็น “อิสระ”
  • Liberty ใช้ในความรู้สึกใน “สิทธิ”
  • Freedom ใช้กับประเทศ กับคนทั้งประเทศ
  • Liberty ใช้กับบุคคลแต่ละคน เช่น

                An individual fights for liberty.

  • Freedom ใช้หมายถึง “อิสระภาพ” จากการปกครองของชาติอื่น เช่น

                India got freedom from the rule of the British on the 15th of August 1947.

  • Liberty ใช้กับบุคคลหนึ่งที่ต่อสู้เพื่อ “อิสระภาพ” บางครั้งก็หมายถึง “กลุ่มบุคคล” ด้วย    
  • Freedom ใช้ในความหมายของการช่วยให้พ้นบาป (salvation) เพื่อวิญญาณที่เป็นอิสระจะได้กลับไปหาพระเจ้า
  • Liberty ถือว่าเป็นเหตุของ Freedom กล่าวคือ เมื่อประชาชนต้องการ liberty เขาได้กระทำการที่จะเป็นต่างๆที่นำพาให้เขาได้รับ freedom

หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์พอควร