Get Adobe Flash player

สนทนากับ ดร. การุณ

Font Size:

จะมีคนไทยในแคลิฟอร์เนียสักกี่คนเป็นชาวเรือ อาศัยกินนอนในเรือส่วนตัวที่จอดนิ่งอยู่กับที่ โดยเสียค่าจอดเรือประมาณ ๔๐๐ ดอลล่าห์ และค่าใช้เรือเป็นรังนอน หรือ liveaboard อีกประมาณ ๒๐๐ ดอลล่าห์ ถูกกว่าไปเช่า Apartment ในเรือลำเล็ก มีที่นอนตรงหัวเรือ (prow) เต็มไปด้วยผ้านวม (comforter) ที่ “น้อง” ให้มาและลูกน้ำหาซื้อเอง ดูน่าอุ่นสบาย และกระชับตัวหนุ่มโสดร่างใหญ่ ให้นอนพักเมื่อเวลาทำงานแต่เช้าจรดเย็นสิ้นสุดลง ปลายที่นอนมีห้องน้ำเล็กๆที่ ลูกน้ำ ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์ เพราะไม่มีเวลาพอที่จะดูแลถ่ายเทของเสีย จึงไปใช้ห้องน้ำส่วนรวมบนฝั่ง ที่มีไว้บริการเจ้าของเรือนับพัน ที่มี dock ส่วนตัว ห้องน้ำอยู่ห่างไปไม่ถึง ๓๐ ก้าว แต่ลูกน้ำพอใจไปใช้ gym อาบน้ำ และใช้บริการต่างๆ ถัดจากห้องนอนมาตรงส่วนกลางของท้องเรือเป็นที่นั่งทานอาหาร มีโต๊ะเล็กที่พับลงเป็นที่นอนได้อีกที่ ตรงข้ามทางเดินแคบพอเดินได้ทีละคน มีอ่างล้างชามเล็กๆ ตู้เย็นเล็กๆพอให้ไว้เครื่องดื่มและอาหารสดเล็กน้อยแต่พอทานทีละมื้อ และไมโครเวฟขนาดเล็กทัดเทียมกัน มีกระไดสี่ขั้นให้เดินขึ้นไปหัวเรือเพื่อนั่งตากแดดและชมเรือหลายขนาดและรูปแบบที่จอดรอให้เจ้าของมานำเรือออกไปล่องทะเลไม่ห่างฝั่ง บนฝั่งเป็นทางคนเดินเคียงข้างทางรถจักรยานตร์สองล้อ และสี่ล้อให้นักท่องเที่ยวสัญจรไปมาน่าสนุกสนานฟังจากเสียงหัวร่อกันทุกราย

 

ที่โต๊ะอาหารท้องเรือ “น้อง” จัดสำรับไว้พร้อมสรรพ น่ารับประทาน ลูกน้ำบริการจัดอาหารให้เราได้เพลินกันการสนทนาบนหัวเรือ ขนมจีนน้ำพริก พร้อมเครื่องเคียงต่างๆอันมีหัวปลีซอย ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว ไข่ต้ม อร่อยมากจนไม่อยากอิ่ม แต่ก็ย่อมถึงเวลาอิ่มเพื่อมีเวลาไปสำราญต่อด้วยการเดินชม Queen Mary และสุดที่ Shoreline Village ที่น่าเพลินเดินชมร้านค้าสีต่างๆ เช่น ชมพู เขียวอ่อน ฟ้า เหลืองอ่อน มีน้ำทะเลสีน้ำเงินเป็นฉาก ที่นี่เรามานั่งทานไอสครีมพร้อมรับแสงแดดกับลมโชย และคุยกันสารพัดเรื่อง เดินต่อจนใกล้เวลาอาหารเย็น ลูกน้ำ แนะนำก๋วยเตี๋ยวเป็ด ที่ร้าน Pandanus Leaf (ใบเตย) อร่อยมากสมคำชม ทานจนเกือบหมดชาม คุณชัญญรัช เจ้าของร้านมาสนทนาด้วย และขอถ่ายภาพไว้ก่อนจากกัน ผู้อ่านสนใจติดต่อสอบถามทิศทางได้ที่ 562-591-1970

                แล้ววันสนุกก็สิ้นสุดลง ต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน ส่วนลูกน้ำก็กลับไปเรือเพียงลำพัง บางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่าลูกน้ำคงเงียบเหงาเพราะความเดียวดาย แท้จริงแล้ว คงไม่เหงาดังเราจินตนาการไปเอง แต่สงบนิ่งไปกับน้ำ ที่รองรับความอ่อนเพลียจากภาระทั้งวันไว้หมด ทั้งยังมีดวงดาวประกายแสงบนฟ้ามืดกว้างกระพริบอยู่ในจิตให้คิดแต่สิ่งสุกใสสว่างไว้เป็นพลังรับภาระในวันรุ่ง

                ระหว่างทางกลับบ้าน ความคิดที่จะนำเรื่อง boat กับ ship ว่าใช้ต่างกันอย่างไรมาเสนอดังนี้

BOAT vs. SHIP

                คำทั้งสองมีคำไทยแปลได้เพียงคำเดียวคือ “เรือ” ความแตกต่างมิได้อยู่ที่ขนาดเท่านั้น

                  Boat โดยทั่วไปเป็นเรือที่ใช้แล่นในแม่น้ำหรือทะเลสาป หรือใกล้ฝั่งทะเล รวมทั้งมหาสมุทร แต่จะไม่แล่นข้ามมหาสมุทร และมักใช้เฉพาะธุรกิจเช่น เรือจับปลา (fishing boat) เรือสำราญ (yachting boat) เรือชูชีพ (life boat) แต่เรือดำน้ำ หรือ submarine (เรียกย่อว่า sub) ถือว่าเป็น boat เพราะมีวิธีการสร้างทำนองเดียวกันคือสร้างให้ทนต่อความดันทุกด้านเมื่อดำลงน้ำ ต่างจากเรือที่สร้างให้มีแรงดันจากท้องเรือเท่ากับความยาวของเรือ   

                Ship เป็นเรือใหญ่ที่มีทางเดินยาว เรียกว่า deck สามารถบรรทุกเรือชูชีพ หรือ life boats ได้มาก ใช้แล่นในมหาสมุทรและข้ามมหาสมุทร เช่นเรือ Santa Maria มีขนาดยาว 70 feet

                นอกจากความแตกต่างระหว่างสองคำนี้ ยังมีเรือประเภทต่างอีกเช่น

เรือกลไฟ                               steamship, steamer                              เรือคุ้มกัน                              convoy

เรือจ้าง                                   sampan, taxi boat                                เรือดำน้ำ                                submarine

เรือบด                                    canoe                                                     เรือบรรทุกเครื่องบิน           aircraft carrier

เรือใบ                                    sailboat                                                  เรือรบ                                    warship, battleship

เรือประมง                             fishing boat                                           เรือพ่วง                                  tugboat

เรือพาย                                  paddle boat                                           เรือยนต์                                 motorboat

เรือลาดตระเวน                    cruiser                                                    เรือสำปั้น                              sampan                 

เรือสินค้า                               cargo boat, freighter

                และการที่ คุณอาเทตยา และผมนำอาหารมาร่วมรับประทานกันนั้น ทำให้นึกถึงคุณสุนิศา เมาเจรี ผู้จัดการทั่วไป หนังสือพิมพ์ เอเชี่ยน อเมริกัน เพรส ลาส เวกัส (Asian American Press, Las Vegas)โทรมาบอกว่ามีผู้อ่านอยากทราบความหมายและประวัติของคำว่า potluck มาเสนอไปพร้อมกัน ดังนี้

                Potluck เขียนเป็นคำเดียว เป็นการชุมนุมสังสรรค์ที่ต่างคนนำอาหารกันมาร่วมรับประทานกัน มีชื่อเรียกอื่นๆว่า potluck dinnerspreadJacob's join, Jacob's supperfaith suppercovered dish supper,dish partybring and shareshared lunchpitch-incarry-inbring-a-platedish-to-passfuddle.

                คำว่า Potluck มีปรากฏในงานประพันธ์ของ Thomas Nashe นักเขียนชาวอังกฤษในศตวรรษที่ ๑๖ ที่เขียนไว้ว่า “food provided for an unexpected or uninvited guest, the luck of the pot" (อาหารที่ทำไว้ให้แขกที่ไม่คาดหวังหรือเชื้อเชิญ ถือว่าเป็นโชคที่มาในภาชนะ) ชาวไอริช ก็มีประเพณีนิยมเช่นเดียวกัน ที่ผู้หญิงทำอาหารร่วมกัน ด้วยการใช้หม้อเดียวกัน ส่วนวัตถุดิบจะเป็นอะไรก็ได้ที่หาได้ และในสหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันตก ศัตวรรษที่ ๑๙ เริ่มนิยมสังสรรค์นำอาหารกันมาร่วมรับประทานเรียกว่า potlatch อันเป็นที่มาของคำว่า potluck ที่ปฏิบัติกันเป็นประเพณีทั่วสหรัฐอเมริกาจนทุกวันนี้ และวันที่เราสี่คนร่วมสนทนาและสำราญกับขนมจีนน้ำพริก เครื่องเคียง ทอดมัน อาจาด และขนมหวานน้อยๆ ถั่วแปบ และเต้าส่วน กับบรรยากาศทะเลน้ำเงิน ลมโชย และแดดอุ่น พร้อมการเดินเล่นอย่างแสนเพลิน

                ฉบับนี้ขอยุติเพียงนี้ ผู้ใดมีคำถามกรุณาเขียนมาได้เสมอ