Get Adobe Flash player

ใช้ภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง๒๗ โดย ดร. การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

 

(ภาษาอังกฤษของนักศึกษาอเมริกัน)

                ภรรยาและผมจะมีเวลาสนทนากันมากและหลายเรื่องขณะเดินออกกำลังกายตามชายหาดไม่ห่างบ้านที่มีอยู่หลายแห่งให้เปลี่ยนเวียนไปมาไม่จำเจ ผมถาม ดร. ชวนชื่น ด้วยเรื่องการเรียนการสอน เพราะเรามีวุฒิเทียมกันด้วยประเด็นว่า “คุณภาพของนักศึกษามีผลต่อคุณภาพของอาจารย์หรือไม่ และอย่างไร” คำตอบเธอเหมือนกระจกที่ส่องเงาตน

เมื่อครั้งสอนวิชา writing ที่มหาวิทยาลัย ที่มีหลักสูตรปริญญาตรี โท และเอก นักศึกษาที่เข้ามาเรียนมีพื้นฐานที่อยู่ในระดับสูงพอสมควร ที่สำคัญคือส่วนมากมีจุดประสงค์ที่จะมาเรียนเพื่อพัฒนาตนให้พร้อมเพื่อการสร้างอนาคต คุณสมบัติจึงประกอบด้วยปัญญาและความตั้งใจ อันเสริมคุณภาพที่เหมาะสมกับการเป็นนักศึกษาหรือปัญญาชน แต่เมื่อถึงเวลาเกษียณ ความเพียรในการสอนและความรู้ไม่ได้ลดหย่อนเหมือนกำลังแรงที่ลดไปตามกาล อันที่จริงแนวคิดในการสอนเหมือนการเติบโตแปรผันของสรีระที่สมบูรณ์ขึ้นทุกปี อันเป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพการสอน ความสนใจที่ไม่เสื่อมทำให้สอนต่อเพียงครึ่งของเวลาที่วิทยาลัยหรือ  Community College ที่มีหลักสูตรเพียงอนุปริญญา และประกาศนียบัตรวิชาชีพ นักศึกษาที่เข้ามาเรียนไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานสูงเทียมเท่านักศึกษามหาวิทยาลัย ส่วนมากมาจากพื้นฐานสังคมและเศรษฐกิจที่ไม่อาจฟุ่มเฟือยได้ (low socio-economic) แม้พื้นฐานสังคมและเศรษฐกิจจะไม่ใช่องค์ประกอบสำคัญของสติปัญญาและความสนใจ แต่โดยบังเอิญหรือไม่ก็ตาม พื้นฐานสังคมและเศรษฐกิจมักจะพ้องกับสติปัญญาและความสนใจความสามารถในการศึกษา และทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้น เช่นที่มหาวิทยาลัยระดับสูง ก็ย่อมมีข้อยกเว้นที่มีนักศึกษาที่ไม่พร้อมจะมาศึกษา ข้อยกเว้นที่ community college คือมีนักศึกษาที่มีคุณภาพและพร้อมที่จะศึกษา

                เทอมนี้เป็นเทอมแรกที่นักศึกษาที่มารวมกันในชั้น มีประเภทที่ยกเว้น คือมีประเภทที่มีคุณภาพไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ นอกนั้น เหมือนหุ่นยนต์ที่มีแต่ร่างที่ไร้จิตวิญญาณหรือปัญญา สอนเท่าไรก็ไม่อาจจดจำได้ เหมือนเสียงนกเสียงกาที่เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา อย่างที่สำนวนอังกฤษว่า It goes in one ear and out the other. เวลาผ่านไป ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมการใช้ภาษาที่ยังคงลักษณะของภาษาพูดที่เขาคุ้นเคยในสังคมเขา ที่ต่างไปจากสังคมปัญญาชน นอกจากไม่อาจรับความรู้ได้ ความไม่สนใจยังซ้ำเติม ต้องคอยเตือนเสมอว่าให้ปิดโทรศัพท์ และ iPad ที่ใช้เล่นเกมกันเหมือนเด็ก ที่ทำให้ผมไม่อาจเคารพในความเป็นผู้ใหญ่ได้ จึงเปลี่ยนแนวมาเป็นสอนเด็กที่ต้องเข้มงวดกวดขันจึงได้ผล ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเช่นนี้ หลายคนเชื่อว่าควรมีผลต่อประสิทธิภาพของผู้สอนหรือตัวผมเองโดยเฉพาะ

แต่เมื่อพิจารณาตัวเองอย่างถี่ถ้วน ความรู้ที่สั่งสมมากว่า ๕๐ ปียังคงเพิ่มพูน  จากหน้าที่การงาน จากการอ่าน และจากสังคมที่พัวพัน ประสิทธิภาพในการสอนก็เช่นกันกับความรู้ เหมือนความสามารถในการต่างๆที่ยิ่งทำยิ่งชำนาญรู้วิธีหลากหลาย เมื่อเห็นชัดว่าทั้งความรู้และประสิทธิภาพในการสอนไม่เสื่อม เช่นนั้นก็สรุปได้ว่า นักศึกษาไม่ว่าจะมีคุณภาพเช่นไร ก็ไม่อาจมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพตนได้ แต่ก็ไม่อาจสรุปได้ว่า นักศึกษาที่มีคุณภาพ และที่ไม่มีคุณภาพจะไม่มีผลอื่นๆต่อผมเลย

จึงหันมาพิจารณาอารมณ์ ด้วยการเปรียบกับการร้องเพลง เมื่อครั้งที่มีโอกาสได้ร้องเพลงบนเวทีใหญ่ในกรุงเทพ เห็นผู้ฟังฟังอย่างตั้งใจ อารมณ์การร้องผ่องแผ้วเหมือนดอกไม้ได้รับแสงแย้มกลีบรับไออุ่น และเบ่งบานเมื่อได้รับคำนิยมว่า “เป็นนักร้องประจำวงหรือคะ ทำไมไม่เคยเห็น ร้องได้เพราะมากค่ะ” แต่เมื่อร้องให้กับผู้ฟังที่ไม่สนใจฟัง นอกจากพูดคุยกัน อารมณ์การร้องขาดหายสิ้นเหมือนดอกไม้เหี่ยวเฉา แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนเสียงและอารมณ์เพลงได้ มีแต่ความรู้สึกว่าเพลงยาวกว่าปกติและคิดเพียงว่าเมื่อไรจะจบเสียที เมื่อร้องจบพร้อมกับการพูดคุยจบ มีเสียงปรบมือ ก็ไม่อาจทำให้อารมณ์เหี่ยวเฉากระปรี้กระเปร่าขึ้นได้อารมณ์การสอนก็เช่นกัน จะเหมือนดอกไม้ผลิบานหรือเหี่ยวเฉา เป็นผลจากคุณภาพของนักศึกษา เช่นในเทอมนี้มีความรู้สึกว่า “จบสิ้นเทอมเสียที” จะได้มีเวลาซ่อมแซมอารมณ์ด้วยการวาดรูป เขียนหนังสือ ทำสวน และเดินที่ชายหาดกับคู่ชีวิต

                แต่อารมณ์ค้าง ก็มีเรื่องให้นำมาเขียนในวันนี้ คือการเขียนของนักศึกษาที่ไร้ผล เพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในการใช้ภาษาแต่อย่างใด เท่ากับว่า ๑๘ อาทิตย์ที่ผ่านไปไร้ค่า ดังเช่นการเขียนของเขา

  • If I had to choose one thing. It would for me to see my grandmother again

อธิบายข้อผิด

  1. ประโยคแรกไม่สมบูรณ์ เป็นส่วนของประโยคที่จะต้องมีความต่อเนื่อง เรียกว่า Fragment ความต่อเนื่องคือประโยคถัดมา จึงควรตัด period (คนอังกฤษเรียก full stop) แล้วใส่ comma แทน ส่วนประโยคที่สองมีข้อผิดอยู่บ้างดังนี้

  2. ความว่า It would for me เป็นความที่เย่นเย้อ ประเด็นตรงคือ I would choose to see my grandmother again.

  3. ประโยคที่ถูกต้องคือ If I had to choose one thing, I would choose to see my grandmother again.

     

  • And I just told her not to be afraid that everything was going to be okay. And that I would try to make her proud.

    มีข้อผิดอยู่บ้างดังนี้

  1. ในอดีต นักภาษาศาสตร์ไม่นิยมขึ้นต้นประโยคด้วย And แต่เมื่อนักประพันธ์หลายคนใช้กันด้วยจุดประสงค์ที่จะแยกประโยคออกมาเพื่อเน้นความสำคัญของความนั้น จึงเริ่มอนุโลมและใช้กันมาต่อเนื่อง

  2. ประโยคหลักคือ I just told her not to be afraid ตามด้วยความอธิบายที่เป็นอนุประโยคนามเรียกว่า Noun Clause ขึ้นด้วย that ซึ่งมีอยู่สองตอน คือ that everything was going to be okay และ that I would try to make her proud โดยใช้ and เชื่อมอนุประโยคทั้งสองดังนี้

  3. แต่ความที่ว่า And I just told her not to be afraid ขัดกับความในอนุประโยค เหมือนกับจะพูดว่า “ผมบอกท่านว่าอย่ากลัวว่าทุกอย่างกำลังจะไปด้วยดี และ (อย่ากลัวว่า) ผมจะทำให้ท่านภูมิใจ” ควรเปลี่ยนคำว่า “อย่ากลัว” เป็น “ทำให้มั่นใจ” จะเข้าเรื่องมากกว่า ดังนี้

  4. And I just assured her that everything was going to be okay and that I would try to make her proud.

     

  • I feel it is more important then a marriage.

    มีข้อผิดอยู่เพียงคำว่า then คำภาษาอังกฤษที่มีเสียงคล้ายกันหรือสะกดคล้ายกัน ความหมายจะต่างกัน เช่นคำ then กับ than นี้ คำแรกแสดงเวลา คำที่สองใช้กับการเปรียบเทียบ ภาษาไทยก็มีมากที่สับสนได้ เช่น “เกษียร” กับ “เกษียณ” “เมิน” กับ “เมิล” เป็นต้น

    หวังว่าคงเป็นประโยชน์ครับ ข้อคิดที่ใคร่ฝากไว้คือ “ไม่มีใครสามารถลดคุณภาพของเราได้ นอกจากตัวเราเอง”