Get Adobe Flash player

ใช้ภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง 50 โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

 

                “Do we have class on Wednesday?” ลูกศิษย์ถามว่าวันพุธมีเรียนไหม ผมตอบว่า“Yes, we do. It’s not a holiday.” มีสิ ไม่ใช่วันหยุด “But we need to prepare for Thanksgiving.” บางคนก็อ้างว่าต้องเตรียมงานสำหรับวัน Thanksgiving ในวันพฤหัสบดีที่สี่ของเดือนพฤศจิกายนทุกปี แต่พอถามว่า “Who proclaimed Thanksgiving Day as a national holiday?” ใครประกาศให้ Thanksgiving Day เป็นวันหยุดราชการ ไม่มีใครตอบได้ หนุ่มสาวหลายคนไม่รู้แม้กระทั่งว่าประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกาคือใคร ทราบเพียงว่าวันไหนที่เป็นวันตรุษตามประเพณี หมายถึงpartying, shopping, eating, drinking ส่วนประวัติของประเพณีนั้น ไม่สนใจที่จะรับรู้

                ประเทศไทยก็มีประเพณีมากมายทั่วภาค เช่นประเพณีสงกรานต์ที่หนุ่มสาวไทยเข้าใจแต่เพียงว่าเป็นวันที่จะได้สาดน้ำใส่คนตามท้องถนนสนุกสนาน ให้ชาวต่างชาติพลอยร่วมสนุกด้วย จะมีสักกี่คนที่รู้ประวัติความเป็นมาของประเพณีวันตรุษสงกรานต์ ว่า “สงกรานต์” เป็นคำสันสกฤต หมายถึง “การเคลื่อนย้าย” คือการเคลื่อนย้ายปีเก่าเข้าสู่ปีใหม่ โดยการคำนวนทางดาราศาสตร์ให้วันที่ ๑ เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่จนถึงพ.ศ. ๒๔๘๓ เป็นวันที่ลูกหลานได้แสดงความคารวะขอพรผู้ใหญ่ อันเป็นคุณสมบัติของชาวไทยที่ยึดถือความกตัญญูและเมตตาจิตเป็นคุณค่าประจำใจ

                Thanksgiving ก็เช่นกัน เป็นการแสดงความขอบคุณที่พระเจ้าได้โปรดชาว Pilgrims ที่ลี้ภัยจากการถูกกดขี่ทางศาสนาจากประเทศอังกฤษ โดยล่องเรือชื่อ Mayflower ข้ามมหาสมุทร Atlantic มาถึงอเมริกาแถบตะวันออกของทวีปและเรียกถิ่นฐานใหม่นี้ว่า New England มีประวัติที่เราจะศึกษาภาษาอังกฤษไปพร้อม

In 1621, the Plymouth (อ่านว่า “พลีมัธ”) colonists (ชาวอาณานิคม) and Wampanoag (อ่านว่า “แวมพาโนค” เป็นชื่อเผ่าอินเดียน) Indians shared (เผื่อแผ่) an autumn (ฤดูใบไม้ร่วง)  harvest (การเก็บเกียว) feast (การเลี้ยงฉลอง) that is acknowledged (เป็นที่รู้กัน) today (ในวันนี้) as (ว่าเป็น) one of the first Thanksgiving (ขอบคุณพระเจ้า) celebrations (การฉลอง). In 1863, in the midst (ท่ามกลาง) of the Civil War (สงครามกลางเมือง), that President Abraham Lincoln proclaimed (ประกาศ) a national (แห่งชาติ) Thanksgiving Day to be held (ให้จัดขึ้น) each November (ทุกเดือนพฤศจิกายน).

In September 1620, a small ship (เรือเดินสมุทร) called (ชื่อว่า) the Mayflower left (ออกจาก) Plymouth, England, carrying (บรรทุก) 102 passengers (ผู้โดยสาร) – an assortment (ประกอบด้วยหลายกลุ่ม) of religious (ทางศาสนา) separatists (ผู้แยกตัว) seeking (เสาะหา) a new home where (ที่) they could (สามารถ) freely (โดยอิสระ) practice (บำเพ็ญ) their faith (ศาสนา) and other individuals (คนอื่นๆ) lured (ที่ถูกหลอกล่อ) by the promise (คำสัญญา) of prosperity (ความมั่งมีรุ่งเรือง) and land ownership (กรรมสิทธิ์ที่ดิน) in the New World (โลกใหม่ ใช้เรียก อเมริกา สมัยก่อน). After a treacherous (ไม่ปลอดภัย) and uncomfortable (ไม่สะดวกสบาย) crossing (การล่องข้ามมหาสมุทร) that lasted (ใช้เวลา) 66 days, they dropped (หย่อน) anchor (สมอ) near the tip (ปลาย) of Cape Cod (ชื่อแหลม “เคพ ค๊อด”), far north (เหนือออกไปไกล) of their intended (ที่ตั้งใจไว้) destination (จุดหมายปลายทาง) at the mouth of the Hudson River (ปากแม่น้ำฮัดซัน).  One month later (เดือนต่อมา), the Mayflower (เรือชื่อ “เมฟลาวเวอร์”) crossed (ข้าม) Massachusetts Bay (อ่าว “แมสซาชูเสทส์), where the Pilgrimsbegan (เริ่ม) the work (งาน) of establishing (สร้าง) a village (หมู่บ้าน) at Plymouth.

Throughout (ตลอดระยะเวลา) that first brutal (ทารุณ) winter (ฤดูหนาว), most (ส่วนใหญ่) of the colonists suffered (ประสบทุขทรมาน) from exposure (จากการถูกเผยหรือสัมผัส), scurvy (โรคลักปิดลักเปิด มีเลือดออกตามไรฟัน) and outbreaks (การระบาด) of contagious (อ่านว่า “คอนเทเจิส” หมายถึง “ติดต่อ”) disease (โรค). Only half (ครึ่ง) of the Mayflower’s original (กลุ่มแรก)passengers and crew (ผู้ทำงานเรือ) lived to see (มีชีวิตอยู่ได้เห็น) their first New England spring. In March, the remaining (ที่เหลือ) settlers (ผู้ตั้งรกราก) moved ashore (ขึ้นบก), where they received an astonishing (ที่คิดไม่ถึง) visit (การมาเยือน) from an Abenaki (ชาวอินเดียนเผ่า “อาเบนาคี”) Indian who greeted (ต้อนรับ) them in English. Several days later, he returned (กลับมา) with another Native American (ชาวพื้นเมืองอเมริกันอีกคน), Squanto (ชื่อ “สกานโต”),who had been kidnapped (ถูกลักพาตัว) by an English sea captain (กัปตันเรืออังกฤษ) and sold (ขาย) into slavery (เป็นทาส) before escaping (หลบหนี) to London and returning (กลับ) to his homeland (บ้านเกิด) on an exploratory (การเสาะหา) expedition (การเดินทางสำรวจ). Squanto taught the Pilgrims, weakened (อ่อนแอลง) by malnutrition (การขาดอาหาร) and illness, how to cultivate (ปลูก) corn (ข้าวโพด), extract (สกัด) sap (ยาง) from maple trees (ต้นเมเปิ้ล), catch fish (จับปลา) in the rivers and avoid (เลี่ยง) poisonous (เป็นพิษ) plants.

In November 1621, after the Pilgrims’ first corn harvest (การเก็บเกี่ยว) proved successful (ประสบผลสำเร็จ), the Pilgrims organized (จัด) a celebratory (ฉลอง) feast (การเลี้ยง) and invited (เชิญ)a group of the Native American allies (พันธมิตร). American’s “first Thanksgiving” lasted for three days.

วัฒนธรรม (culture) เป็นวีธีการดำเนินชีวิตของชนชาติ ที่ร่วมสร้างประเพณี (tradition) ที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนา ความเชื่อถือ และแนวทางการอยู่ร่วมกัน ทั้งสองมีในทุกประเทศ และเป็นเอกลักษณ์ของประเทศนั้น แต่บางประเทศกลับไปเห็นดีเห็นงามกับวัฒนธรรมประเพณีของประเทศอื่นและนำมาปฏิบัติในประเทศตน โดยไม่เข้าใจในวัฒนธรรมของเขา “วัฒนธรรม” เป็นคำบาลีว่า “วฑฒน” ผสมกับคำสันสกฤต “ธรฺม” หมายถึง “ความดีอันจะก่อให้เกิดความงอกงามที่เป็นระเบียบเรียบร้อย” แต่หากหนุ่มสาวเข้าใจว่า Thanksgiving หรือ Christmas เป็นเพียง party, shopping ก็ไม่จำเป็นต้องมี Traditions