Get Adobe Flash player

ใช้ภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

            ระยะนี้ยังคงเลือกของบริจาค ยิ่งเลือกเหมือนของยิ่งพอกพูน แล้วก็พบของไทยๆ นึกถึงคุณดนัย (คุณเล็ก) เจ้าของร้านอาหารไทย “ไทยแพน” (Thai Pan) ที่เมืองใกล้ทะเล  Encinitas, San Diego จึงโทรไปหาว่าจะนำของไทยๆมาให้ประดับร้านและมีเพื่อนจาก Las Vegas ที่อยากมาพบด้วย  คุณเล็กแสดงความดีใจเป็นล้นพ้น พร้อมเปรยเสียดาย ที่ไม่อาจอยู่ดูแลได้ เพราะนัดเพื่อนๆจาก Los Angeles ที่จะไป casino จนสิ้นคืน แต่ก็กำชับให้มา และจะได้บอกเด็กๆรวมทั้งแม่ครัวให้คอยต้อนรับ

            เพื่อนผู้เป็นภรรยาไทย ไม่เคยมา La Jolla ผมจึงเลือกให้ La Jolla Cove ที่มีแมวน้ำ (seals) มาชุมนุมนอนกันที่ชายหาด ทั้งแม่ลูกน่า สักพักก็พากันลงน้ำว่ายเล่นน่าเอ็นดู เดินชม cove ตามทางที่คดเคี้ยวไปตามขอบเขาเว้าไปตามหาด เดินจนพระอาทิตย์ค่อยๆลับเมฆที่คลุมถึงแผ่นน้ำ พอเห็นแสงเงาฉายเป็นเส้นเล็ดลอดขอบเมฆ ท้องเริ่มบอกว่าถึงเวลาไปทานอาหารแล้ว

            ประมาณครึ่งชั่วโมงก็มาถึงร้านไทยแพน บนถนน El Camino Real ตัดกับ Encinitasสาวสามคนออกมาต้อนรับกับรอยยิ้ม “ดร.การุณ คะ คุณเล็กมีจดหมายมาบอกเราแล้ว และให้เราต้อนรับค่ะ” แล้วเธอก็ยื่นจดหมายของคุณเล็กให้ ความเอาใจใส่ของสาวที่ยิ้มรับแขกอยู่เสมอ อาหารทุกจานที่ออกเร็วรสอร่อยด้วยใจปรุง แสดงถึงความซื่อตรงที่ปกป้องผลประโยชน์ให้เจ้านายที่ดูแลลูกน้องเกินกว่าใครคิดได้ คือให้งานและบ้านอยู่โดยไม่มีค่าเช่า

            ทุกคนที่รู้จักคุณเล็ก รู้ว่าเขาเป็นคนที่มีจิตเมตตา ฝักใฝ่ในธรรม

            ฉบับนี้เราจะมาเรียนเรื่อง Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย Question Words: what, which, who, when, where, why, how, how much, how many, how long, จากตัวอย่างบทสนทนาสั้นๆ พร้อมคำอธิบาย ดังต่อไปนี้

  • What made Mr. Davis angry?(อะไรทำให้คุณเดวิสโมโห)

I don’t know what made him angry. (ผมไม่รู้ว่าอะไรทำให้เขาโมโห)

  • Which is better for your friend, tea or coffee? (อะไรดีกว่าสำหรับเพื่อนคุณ ชา หรือ กาแฟ)

I don’t know which is better. (ฉันไม่รู้ว่าอะไรดีกว่า)

  • Who took the key? (ใครเอากุญแจไป)

I don’t know who took it. (ฉันไม่รู้ว่าใครเอาไป)

  • When will your friend arrive? (เมื่อไรเพื่อนคุณจะมาถึง)

It’s hard to say when he’ll arrive. (มันยากที่บอกได้ว่าเมื่อไรเขาจะมาถึง)

  • Where did you put my notebook? (คุณเอาสมุดพกฉันไปไว้ที่ไหน)

I can’t remember where I put it. (ผมจำไม่ได้ว่าผมเอาไปไว้ที่ไหน)

  • Why was the baby crying? (เด็กอ่อนร้องให้ทำไม)

It’s hard to say why it was crying. (มันยากที่จะบอกว่าทำไมเด็กถึงร้องให้)

  • How is his last name pronounced? (นามสกุลเขาออกเสียงอย่างไร)

I’m not sure how it is pronounced. (ฉันไม่แน่ใจว่าชื่อเขาออกเสียงอย่างไร)

  • How much luggage is allowed? (เขาอนุญาติให้เอากระเป๋าเดินทางไปเท่าไหร่)

I don’t know how much is allowed. (ฉันไม่รู้ว่าเขาอนุญาติเท่าไร)

  • How many students signed up for the course? (มีนักเรียนกี่คนที่ลงชื่อเข้าคอร์ส)

I don’t know how many signed up. (ฉันไม่รู้ว่ากี่คนที่ลงชื่อ)

  • How long does it take to fly from Los Angeles to Bangkok? (ใช้เวลาเท่าไรที่บินจากลอส แองเจลิส ไปกรุงเทพ)

I’m not quite sure how long it takes. (ฉันไม่แน่ใจว่าใช้เวลาเท่าไร)

อธิบาย

            จากตัวอย่างทั้งหมดคงสังเกตุได้ว่า การตอบคำถามด้วย Question Words จะเป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถามอย่างที่เคยได้ยินคนไทยพูดเป็นคำถามตามที่คิดว่า เป็นคำถาม เช่น

            Do you know his name?

ตอบผิด I don’t know what is his name.

ตอบถูก I don’t know what his name is.

ประโยคที่ขึ้นต้นด้วย Question Words เป็นดังคำนามที่ใช้กับกริยาที่ต้องมีกรรมมารับ เรียกกริยานั้นว่า Transitive Verb ประโยคที่ใช้แทนคำนามนี้เรียกว่า Noun Clauses