Get Adobe Flash player

ใช้ภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

ฉบับที่แล้วได้แนะนำการใช้ Noun Clause ที่ขึ้นต้นด้วย Wh-word หรือ Question Words อันมีคำว่า who, whom, whoever, whomever, which, whichever, what, whatever, where, wherever, when, whenever, why, how คำเหล่านี้นำประโยคในรูปบอกเล่าหรือ Affirmative Statement ไม่ใช่ประโยคคำถาม (Question) ซึ่งสรุปได้ดังต่อไปนี้

ถ้า Question Word เป็นประธาน (Subject) ของ Noun Clauseและกริยาเป็น Verb to Beก็ใช้ Verb to Beทั้งในคำถามและบอกเล่า เช่น

คำถาม                         Who’s telling the truth?

Noun Clause    I don’t know who’s telling the truth.

ถ้าQuestion Word ไม่ได้เป็นประธานของ Noun Clause และกริยาเป็น Verb to Be จะมีการสลับที่ของกริยา Verb to Be ในประโยคคำถามกริยาอยู่หน้าประธาน และใน Noun Clause กริยาจะ Verb to Be จะอยู่หลังประธาน

คำถาม                         Where is Main Street?

Noun Clause    I don’t know where it is.

ถ้ากริยาไม่ใช่ Verb to Be แต่เป็นกริยาอื่น ในประโยคคำถามจะมี Verb to Do (do, does, did) สร้างคำถาม อยู่หน้าประธาน และตามด้วยกริยาหลักในรูปที่ไม่เปลี่ยนแปลง เรียกว่า Bare Infinitive เมื่อแปรมาเป็น Noun Clause จะไม่ใช้ Verb to Do ส่วนกริยาหลักถ้าเป็น Present Tense และประธานเป็นบุคคลหรือสิ่งที่กล่าวถึงเอกพจน์ เช่น he, she, it กริยาจะมี _s หรือ _es

คำถาม                   How many children does he have?

Noun Clause          I don’t remember how many children he has.

ถ้าคำกริยามีคำบุพบท (Preposition) ประกอบและลงท้ายคำถาม ใน Noun Clause ก็ยังคงมีคำบุพบทในตำแหน่งเดิม แต่จะไม่มีกริยาช่วย Verb to Do ประกอบส่วนกริยาหลักถ้าเป็น Present Tense และประธานเป็นบุคคลหรือสิ่งที่กล่าวถึงเอกพจน์ เช่น he, she, it กริยาจะมี _s หรือ _es

คำถาม                   Where does she come from?

Noun Clause          I have no idea where she comes from.

นอกจาก Question Word ยังมี that นำ Noun Clause เช่น That the Beatles learned to read musical notes and write their own music แต่ Noun Clause นี้เป็นประโยคไม่สมบูรณ์ เรียกว่า Fragment แต่ถ้าตัด that ออกไป ก็จะเหลือประโยคสมบูรณ์ คือ The Beatles learned to read musical notes and write their own music.

นักศึกษาอเมริกันมีปัญหากับ Fragment อยู่บ้าง ตรงที่เข้าใจไปว่า เป็นประโยคสมบูรณ์ โดยไม่เข้าใจว่า Noun Clause เป็นดังคำนาม ที่ทำหน้าที่เป็นประธานหรือกรรมของกริยา ถ้าเป็นประธานของประโยค ก็ต้องมีกริยาตามมา ซึ่งเป็นกริยาของ that เช่น

That the Beatles learned to read musical notes and write their own musicwas key to their improvement as musicians.

ถ้าเป็นกรรมของกริยา Noun Clause จะอยู่หลังคำกริยา เช่น

I know that the Beatles learned to read musical notes and write their own music.

Know เป็น Transitive Verb ที่ต้องมีกรรม (Object) มารับ และกรรมที่มารับก็คือ Noun Clause: that the Beatles learned to read musical notes and write their own music

อีกเรื่องหนึ่งที่คนอเมริกันทั่วไปไม่เข้าใจการใช้ Noun Clause เมื่อมีคำว่า The reason is … คือแทนที่จะใช้กับ Noun Clause (that-clause) แต่กลับไปใช้ Adverb Clause ที่ขึ้นด้วย  because ซึ่งมีความหมายซ้ำซ้อนกับ reason ที่ถูกต้องคือ

The reason he didn’t come to work yesterday was that he had an accident on the freeway.

ลองฟังข่าวทางโทรทัศน์ดู จะได้ยินนักข่าวพูดเสมอว่า

The reason he didn’t come to work yesterday was because he had an accident on the freeway.

หวังว่าคงเข้าใจการใช้ Noun Clauses ทั้งสองแบบ คือแบบที่ใช้ Question Words และ that