Get Adobe Flash player

ใช้ภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

 

                มีโอกาสคุยกับคนไทยที่มาทำมาหากินในสหรัฐฯอย่างสุจริต แม้เธอจะมีการศึกษาเพียงระดับมัธยม แต่ด้วยฝีมือและประสบการณ์การตัดเย็บ ทำให้เธอสามารถหาเลี้ยงชีพได้อย่างไม่อัตคัด ทั้งยังมีเงินสะสมส่งให้แม่ และส่งเสียน้องสาวให้ได้เรียนในมหาวิทยาลัย  แต่คุณสมบัติและคุณค่าของความเป็นคนของเธออยู่ลึกเกินสายตาและสติปัญญาของคนไทยบางคนที่จะมองเห็น เพราะมองแต่เพียงภายนอก เช่นรสนิยมการแต่งกายตามสถานภาพและคุณวุฒิ จึงได้แสดงกิริยาลบหลู่ สนองตอบการทักทายของเธอ โดยที่เธอไม่ตระหนักเลยว่ากริยาเยี่ยงนั้น ลบหลู่คุณสมบัติเธอเองที่ดูว่ามีการศึกษาและฐานะ คนไทยหลายคนในสหรั ฐฯอาจมีประสบการณ์ที่เลวร้ายกับคนไทยด้วยกันจึงทำให้เข็ดกลัวไม่กล้าทักทายพูดคุยกับคนไทยแปลกหน้า ซึ่งผมประสบมาเอง เมื่อไปเดินซื้ออาหาร เห็นหญิงไทยคุยกับลูกเป็นภาษาไทย จึงหันไปทักทายตามประเพณีไทยว่า “สวัสดีครับ”  แต่เธอคงไม่ได้ยินแม้เราจะยืนห่างกันเพียงก้าว จึงทักอีกครั้ง คราวนี้เธอหันไปพูดกับลูกเป็นภาษาอังกฤษที่ไม่ถูกต้องตามแบบคนที่ศึกษาภาษาอังกฤษมาน้อย คราวนี้แน่ใจได้ว่าเราไม่ควรไปสมาคมด้วย โดยไม่รู้สึกขุ่นเคือง หรือสมบัติผู้ดีในตัวถูกดูแคลน  เพียงแต่สนใจในภาษาที่เธอพูดผิด และควรนำมาเป็นประเด็นการสนทนาในฉบับนี้เป็นวิทยาทาน

                เธอพูดว่า “Your dad said me get some hamburger.

มีที่ผิดดังนี้

  1. กริยา said เป็นกริยา Past Tense ของ say เป็นกริยาที่มีกรรมมาตาม เรียกว่า Transitive Verb สิ่งที่พูดเป็นกรรมตรงหรือ Direct Object และมีกรรมรอง หรือ Indirect Object ที่เป็นคน โดยมี คำบุพบท to นำ เช่น He said “Goodbye” to me. She always says nice things to people.
  2. Get ต้องเป็น to get แต่จะไม่ใช้กับ say จะใช้กับกริยา to tell  คือ                                                                           Your dad told me to get some hamburger.

มีกริยา ๓ คำที่เป็นประเด็นของบทความฉบับนี้ คือ say, tell, ask กริยาทั้งสามมีความหมายคล้ายกันแต่ใช้ต่างกัน

Say หรือ “พูด” มีวิธีใช้สองวิธีคือ

  1. ใช้กับ Direct Speech หรือคำพูดโดยตรงของผู้พูด ซึ่งจะมีเครื่องหมายคำพูดหรือ Quotation Marks กำกับคำพูดนั้น ในกรณีนี้จะไม่ใช้ tell เช่น

William said, “I’m leaving for Paris tomorrow.”

แม้กริยาหลักคือ said จะเป็น Past Tense แต่สิ่งที่พูดเป็นอนาคต คือ “I’m leaving for Paris tomorrow.” กริยาในคำพูดจึงเป็นไปตามกาลที่เป็นจริง

นอกจากนี้ให้สังเกตุการใช้เครื่องหมายวรรคตอน (punctuation)  เพื่อความถูกต้องในการเขียนตามลำดับดังนี้ คือใช้ comma (,) หลัง said เปิดเครื่องหมายคำพูด (open quotation mark) เริ่มด้วยคำแรกเป็นอักษรใหญ่ (capital letter) เครื่องหมายจบประโยค (period) และเครื่องหมายปิดคำพูด (close quotation mark)

หลังกริยา say จะมีบุคคลตามมาก็ได้ แต่จะต้องมี to นำหน้าบุคคล ส่วน punctuation จะคงเดิม เช่น

                William said to his friend, “I’m leaving for Paris tomorrow.”

  1. ใช้ say ใน Indirect Speechหรือนำสิ่งที่คนอื่นพูดมาพูดใหม่ได้ โดยไม่เอ่ยถึงผู้พูดด้วย มีแต่สิ่งที่พูด เช่น

William said that he was leaving for Paris tomorrow.

                ให้สังเกตุว่าเมื่อเปลี่ยนจาก Direct เป็น Indirect Speech จะมีการเปลี่ยนบุคคลจากบุรุษที่หนึ่ง I เป็นบุรุษที่สาม he กริยาเองก็ต้องเปลี่ยนจาก Present Continuous Tense (I’m leaving)เป็น Past Continuous Tense (he was leaving)

  1. ใช้ tell ใน Indirect Speech เมื่อมีผู้พูดด้วยตามมาโดยตรง และสิ่งที่พูดจะเป็น Noun Clause หรืออนุประโยคที่เป็นดังคำนาม เช่น

Mr. Loggins told his secretary that he would be gone for a few days.

                กริยาหลัก told เป็น Past Tense สิ่งที่พูดเป็น Noun Clause ที่นำด้วย that ตามด้วยประธานบุรุษที่สามคือตัว Mr. Loggins เอง คือ he ส่วนกริยาต้องเปลี่ยนเป็นรูป Past คือ would

  1. กริยา say และ ask ใช้แสดงคำถามได้ ต่างกันที่ว่า ใช้ say กับ Direct Question ใช้ ask ได้ทั้งกับ Indirect และ Direct Question  เช่น

Henry said, “Where is Mary?”

Henry asked, “Where is Mary?”

Henry asked where Mary was.

                ให้สังเกตุว่า ในประโยคที่ ๑ ใช้กริยา said ตามด้วย Direct Question ในเครื่องหมายคำพูด และเครื่องหมายคำถามอยู่ในเครื่องหมายคำพูดด้วย

                ในประโยคที่ ๒ ใช้กริยา askedตามด้วย Direct Question ในเครื่องหมายคำพูด และเครื่องหมายคำถามอยู่ในเครื่องหมายคำพูดด้วย เช่นเดียวกับในประโยคที่ ๑

                ในประโยคที่ ๓ ใช้กริยา asked ตามด้วย Indirect Questionซึ่งเปลี่ยนลักษณะประโยคเป็นประโยคบอกเล่า หรือ Affirmative Sentence คือกริยาอยู่หลังบุคคล

หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ และหากผู้ที่ไม่ไว้ใจผมที่ไปทักทายได้อ่าน ผมก็ยินดีที่ได้รับวิทยาทานนี้ และก็หวังว่า คนไทยทั้งหลายอย่าได้หวาดเกรงคนไทยด้วยกัน การทักทายตามประเพณีไทย เป็นสิ่งดีงาม ใช่ว่าจะเป็นการล่วงล้ำสิทธิ์หรือหวังร้าย