Get Adobe Flash player

Aloha to Maui โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

                ไม่ใช่เพราะความชำนาญในการขับรถราวนักแข่งรถ แต่เพราะมีเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงที่จะต้องไปให้ถึงรายการ Luau (ลูเอา)ที่โรงแรม Marriott ที่เราจ่ายเต็มราคาล่วงหน้าเพื่อฉลองวันครบรอบสมรสปีที่ ๔๔ แม้ฝนจะตกหนักตลอดทางที่คดเคี้ยวรอบเขา ความมีสติ ไม่ประมาทโดยเฉพาะที่วิ่งเร็วกว่ากำหนด ๕๐ ไมล์ ที่ควรเป็น ๓๐ ไมล์ต่อชั่วโมง จึงทำให้มาถึงโรงแรมภายในครึ่งโมง จอดรถที่หน้าโรงแรม ส่งรถให้พนักงานจอดรถ (valet) ขึ้นห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเดินลงและตรงไปที่ลานสนามหน้าชายหาด  โต๊ะเก้าอี้ โต๊ะอาหาร buffet และเวที จัดไว้เรียบร้อย ผู้คนเริ่มเข้าแถวตักอาหารตามชอบ บนเวทีนักร้องและนักดนตรีบรรเลงเพลงฮาวายโหยหวนทั้งเสียงร้องแหลมของหญิงและเสียงกีร์ต้า ukulele (ยูเคอเลเล) ที่ชาวฮาวายดัดแปลงมาจากเครื่องดนตรี  Portuguese Machete ของชาวโปรตุกีสในศตวรรษที่ ๑๙พนักงานพาเราไปที่โต๊ะด้านหลังไกลเวทีเพราะมาสุดท้าย ซึ่งไม่สำคัญ แล้วเดินไปเข้าแถวตักอาหารซึ่ง ดูธรรมดาไม่น่ารับประทานนัก(unappealing) เลือกแต่ผัก ปลานึ่ง pasta พอควร กลับมาเอาผลไม้ สุดท้ายด้วยกาแฟ รายการแสดงก็เริ่มต้น ฟ้ายังสว่างด้วยแสงอาทิตย์ยังค้างฟ้า

                ในอดีต หญิงชายฮาวาย แยกกันกินอาหาร จนถึงสมัยกษัตริย์ Kamehameha II ในปี 1819ทรงร่วมเสวยกับหญิง อันเป็นต้นกำเนิดประเพณีการเลี้ยงฉลองเรียกว่า Luau เมื่อมีอาคันตุกะจากยุโรปมาเยือน พระองค์ทรงจัดเลี้ยง  Luauซึ่งหมายถึงใบเผือก หรือ taro leaf อาหารหลัก (main dish)มีหมูอบในหลุมทราย kalua pig หุ้มด้วยใบตองเพื่อความชุ่มชื้น ใช้หินจากลาวาหรือหินไฟที่ไหลจากปล่องภูเขาไฟ แล้วเย็นลงเป็นหินสีดำ นำมาสุมไฟให้ร้อน หลายชั่วโมงจนเนื้อนุ่ม

                ถึงเวลาการแสดง เริ่มด้วย hula หญิงที่ใช้มือเคลื่อนไหวอ่อนพริ้วแสดงอากัปของธรรมชาติเช่น ใบไม้ไหวตามลม หรือคลื่นซัดฝั่ง ส่วนเท้าและสะโพกไหวไปตามเสียงกลองทำจากลูกน้ำเต้า(gourd drum) ส่วนชายการเคลื่อนกระแทกกระทั้นแสดงอากัปกิริยาของกิจวัตร เช่นการตกปลา การทำไร่ การตบยุง เครื่องการแต่งกายทำจากสิ่งหาได้จากธรรมชาติ เช่นใบไม้ กะลา ขนนก การแสดงจบ เราถ่ายรูปร่วมกับนักเต้น hula ที่ผู้มาเยือนนิยมกัน จุดประสงค์เพื่อนำไปอวดญาติมิตรเพียงครั้ง ไม่มีความสำคัญใดต่อไป  พอดีกับเวลาที่เราใคร่จะพักผ่อนเสียที

                เช้าวันรุ่งขึ้น ลงไปว่ายน้ำ กลับขึ้นมาจัดกระเป๋า อาบน้ำ แต่งตัวลงไปกินอาหารเช้า ชำระค่าจอดรถ ก่อนออกเดินทางกลับ Honolulu

                ที่ Honolulu International Airport ท่านเจ้าอาวาสพระครูพุทธมงคลวิเทศ และอาจารย์ชินมารอรับ พาไปที่เช่ารถ เพื่อเราจะได้มีรถใช้จนกว่ารถของเราจะมาถึงทางเรือ เมื่อได้รถ เหมือนได้รับอิสระภาพที่เราจะไปไหนมาไหนได้สะดวก ไม่ต้องรบกวนพระที่ท่านยินดีช่วยเหลือด้วยเมตตา

                กลับถึงบ้าน เพื่อนบ้านชายทั้ง ๔ หลังติดกัน มาแนะนำตัว ทุกคนเป็นชาวฮาวายโดยกำเนิด มีเชื้อสายต่างๆที่หลอมรวมกันมาหลายชั่วอายุ เช่นจีน ญี่ปุ่น ฟิลิปปิโน Native Hawaiian, Portuguese เป็นต้น ผิวคล้ำเพราะแดดและชาติพันธุ์ ส่วนใหญ่จะละม้ายชาว Asian ที่บางครั้งเผลอคิดไปว่า เขาเหล่านี้พูดภาษาอังกฤษได้คล่อง แม้จะมีสำเนียงและการใช้คำที่ต่างจากคนผิวขาว อันเป็นลักษณะการพูดที่เรียกว่า Hawaiian Pidginแต่ก็เห็นชัดว่าชาว Hawaiians ก็คือ Americans ที่มีวัฒนธรรมและประเพณีของตนเองกลมกลืนไปกับวัฒนธรรมความคิดและประเพณีหลักของชาติ เพื่อนบ้านทุกคนเป็นกลุ่มแรกที่ซื้อบ้านในปี  2003 เช่นเดียวกับเรา เพียงแต่ว่า เราไม่ได้มาอยู่เพราะยังไม่พร้อมจะเกษียณ เมื่อเข้ามาอยู่ ทุกคนยินดีต้อนรับเรามาเป็นเพื่อนบ้าน พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือที่เราต้องการ จึงได้ขอให้ Eddy ช่วยยกเสาอิฐไปทิ้งที่ dump site ใกล้บ้าน เพราะไม่มีแรงพอที่จะทำได้เอง และไม่มีรถบรรทุกที่จะใส่ได้ น่าประทับใจนัก

                เช้าวันรุ่งขึ้น เป็นวันหยุด Willy เชื้อสายจีน ออกมาลากถังขยะของทุกคนเข้าบ้าน รวมทั้งของเราที่เขาเอาออกมาตั้งวันที่เราเดินทางไป Maui ลูกหลานหน้าตาเหมือนเด็กไทย ออกมาสนุกสนานขับรถใน cul de sac สุดถนนหน้าบ้าน ผมออกไปพบเด็กๆพร้อมกับ cookies หนึ่งโถ ทุกคนพูดว่า Thank you Uncle