Get Adobe Flash player

ใช้ภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง๔ โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

(จากคำถามของผู้อ่าน)

ทุกวันกับวิถีชีวิตใหม่ที่ไร้หน้าที่การงาน เหมือนร่างที่ไร้ตรวน อิสระทางใจที่ยังไม่เคยชิน ดูเหมือนใจโบยบินเช่น trade wind ที่โชยโดยไร้ทิศทางกำหนดบนเกาะโออาฮุ ที่เป็นบ้านใหม่ของชีวิตบั้นปลาย แม้จะลมจะเย็นชื่นฉ่ำ พัดพาความชื้นบนผิวกายให้คลายเหนียวตัว แต่ลมก็ไม่อาจกำหนดหนทาง เช่นเดียวกับชีวิตเกษียณที่ดำเนินไปโดยไร้จุดมุ่งหมายของแต่ละวัน แต่ใช่ว่าจะสำคัญไปกว่า ความมีอิสระทางใจที่ใคร่ทำสิ่งใดก็ทำได้ดังใจ เช่น การท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆบนเกาะ การทำกิจกรรมในบ้าน หรือการพบปะสังสรรค์เพื่อนใหม่โดยไม่ต้องนัดหมาย และการสนทนามักวนเข้าหาคำถามเกี่ยวกับภาษาอังกฤษที่เขารู้ว่าผมสันทัด ดังคำถามต่อไปนี้

Anti-

                เป็น prefix ที่ใช้ประกอบคำ หมายถึง “ต่อต้าน” หรือ “ค้าน” อ่านได้สองอย่างคือ “แอนที่” หรือ “แอนไท” มีหลักเกณฑ์ดังนี้                                                                              

  1. หากคำที่ใช้ด้วยเป็นคำอิสระ คืออยู่ได้ตามลำพัง เช่น social,Christ, hero, matter ถ้าไม่ต้องการย้ำคำที่ตามมาให้ออกเสียงว่า “แอนที่” เช่น antisocial อ่านว่า “แอนที่โซเชียล” ถ้าต้องการย้ำคำ ออกเสียงว่า “แอนไท” อ่านว่า “แอนไทโซเชียล” ก็ได้
  2.  แต่ถ้าคำที่ตามมาเป็นคำที่ไม่เป็นอิสระ คืออยู่ตามลำพังไม่ได้ เช่น -dote ในคำ antidote หรือ –gen  ในคำ antigen ออกเสียงว่า “แอนที่โดท” “แอนที่เจน”

A couple is หรือ are     couple เป็น collective noun เมื่อใช้ couple ในความหมายว่าคนสองคน กริยาที่ใช้ด้วย และคำสรรพนามที่ใช้แทน ก็จะเป็นรูปพหูพจน์ เช่น

The couple were married Saturday and left Sunday on their honeymoon. They will return in two weeks.

หากใช้หมายถึงหน่วยหนึ่ง ก็จะใช้กริยารูปเอกพจน์ รวมทั้งคำสรรพนามก็จะใช้ It แทน เช่น                                    

The winning couple has one week to collect the prize.

The Milwaukee coupleis ready to celebrate its first year of homeownership, after fending off lending pressures and unforeseen expenses. ที่ไม่เหมือนกับ collective noun อื่นๆคือ couple จะใช้เป็นพหูพจน์มากกว่าเอกพจน์

Die vs. Dead

Dieเป็นคำกริยา หมายถึง “ตาย” ใช้โดยไม่ต้องมีกริยาช่วย มีรูปในกาลต่างๆดังที่แสดงไว้ เช่น                                 

Present Tense:                                    People die every day.                                                                                                          

Present Progressive Tense:                  The patient is dying of cancer. (เปลี่ยนการสะกดจาก ieเป็น y)                             

Past Tense:                                            My grandfather died when I was 12 years old.                                  

Future Tense:                                        He will die if he doesn’t have a new heart in a week.                                     

 

Deadเป็นคำคุณศัพท์ที่ไม่แปรรูป หมายถึง “ตาย” เช่นกัน ใช้กับกริยา To Be ที่มีรูปในกาลต่างๆดังที่แสดงไว้ เช่น                

Present Tense:                                       Do you think the battery is dead?                                                                                      

Future Tense:                                        Ton’s illness is critical. He will be dead in two years.                                   

Past Tense:                                           My grandfather was dead when I was 12 years old.                                            

Present Perfect Tense:                            My grandfather has been dead for thirty years.                                                

ทั้งสองคำมีสำนวนของตัวเอง ดังต่อไปนี้                                                                                                                          

Die awayหมายถึง “ลดลง” หรือ decrease ใช้กับเสียง เช่น   The noise of the mob died away in the distance.                                                                                                  

Die downหมายถึง “ลดลง” หรือ decrease เช่น  We can leave now, for the wind has died down.                                                                                                              

Die fromใช้หมายถึง “ตาย” จากสาเหตุต่างๆที่ไม่ใช่โรค เช่น    The soldier died from his wounds.                                                                                                                         

Die of ใช้หมายถึง “ตาย” ด้วยโรค เช่น   Mr. Yamamoto died of cancer last year.                                                                                                                  

Die outใช้หมายถึง “ค่อยๆสลายตัว หรือลดหายไป” เช่น   The customer is dying out. 

A dead language เป็นภาษาที่ไม่มีใครใช้พูดอีกแล้ว อาจมีเหลือไว้เฉพาะภาษาเขียน เช่น    Latin is a dead language.    

Dead center หมายถึง “ตรงใจกลาง” เช่น   If you hit the nail dead center, it will go straight into the wood without bending.                                             

Dead on arrival หมายถึง “ตายเมื่อมาถึง” ใช้สำหรับประกาศผู้ตายเมื่อมาถึงโรงพยาบาล เช่น   The robber was pronounced dead on arrival because he lost so much blood.                                  

Over my dead bodyตรงกับคำไทยว่า “ข้ามศพฉันไปก่อน” ใช้พูดเมื่อไม่ต้องการให้สิ่งใดเกิดขึ้น เช่น   I know she wants my husband. Over my dead body, she can have him.

Dead and buried เป็นสำนวนหมายถึง “สิ่งที่คิด ปัญหา ความขัดแย้งต่างๆ หมดสิ้นแล้ว หรือใช้การไม่ได้อีก” เช่น  Your plan to study abroad next year is dead and buried because you have no money.         

Dead as a doornailเป็นคำที่ใช้พูดเกี่ยวกับคนหรือสัตว์ หมายถึง “ตายสนิท” ถ้าเกี่ยวกับสถานที่ หมายถึง “เงียบสงัด” เช่น The dog was dead as a doornailafter being hit by a truck. 

Dead to the world เป็นสำนวนพ้องกับภาษาไทยว่า “หลับเป็นตาย” หรือ “ไม่ได้สติ” เช่น    John didn’t sleep all night. He’s dead to the world in his bedroom.    

Dead end หมายถึง “ทางตัน”  

Deadline หมายถึง “วันหรือเวลาที่กำหนดให้งานเสร็จสิ้น” เข้าใจว่าภาษาไทยที่ว่า “เส้นตาย” คงแปลมาจากคำนี้ เช่น   The deadline to turn in your essay is January 25.                                              

Deadwood ใช้หมายถึง “คนหรือสิ่งต่างๆที่ไร้ประโยชน์หรือเป็นที่ต้องการอีกต่อไปแล้ว” เช่น    We need to get rid of deadwood and get new employees with new ideas. 

  ฉบับหน้าจะนำเรื่องที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์มาเสนออีก