Get Adobe Flash player

เที่ยวไทยไปกับ ดร. การุณ ตอน ๑๐ โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

เป็นความหวังมานานที่จะได้เข้าชมพระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต และในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระบรมราชานุญาติให้สถาบันสิริกิต์ สวนจิตรลดาให้เปิดพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ครั้งที่ ๖ หรือ Arts of the Kingdom คุณรุ่งโรจน์และคุณแสงทิพท์จึงจัดรายการพาเราชมพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และสุดท้ายที่พระที่นั่งอนันตสมาคม ในวันที่ ๑๒ ธันวาคม แต่เช้าจรดเย็น ก่อนไปผมได้ศึกษาประวัติของทุกสถานที่ ความสนใจก็ยิ่งเพิ่มพูน แลเมื่อมาได้สัมผัสปูชนียสถานแห่งนี้ ความรู้สึกถึงชีวิตวิญญาณของทุกหยาดเหงื่อแรงงานที่ผสกนิกรทุ่มเทความสามารถและกำลังด้วยแรงศรัทธาและจงรักภัคดีต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ที่มีพระประสงสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม จากเดิมที่เป็นท้องพระโรงของพระราชวังดุสิต พระองค์ทรงวางศิลาฤกษ์ในวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ. ศ. ๒๔๕๑ และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข พระที่นั่งอนันตสมาคมได้แปรสถาพเป็นรัฐสภาแห่งแรกของประเทศไทย ใช้ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรก่อนย้ายมาอยู่ณ.รัฐสภาปัจจุบันข้างๆพระที่นั่งองค์นี้ ปัจจุบันใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธี รัฐพิธี สำคัญมากมาย เช่นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกมหาสมาคม เนื่องในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ลานพระราชวังดุสิต ในปี พ.ศ. 2555

พระที่นั่งอนันตมหาสมาคมออกแบบโดยมาริโอ ตามานโญ โดยมีเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เป็นแม่กองจัดการก่อสร้าง และมี พระยาประชากรกิจวิจารณ์ ( โอ อมาตยกุล ) เป็นผู้ช่วย แต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าได้เสด็จสวรรคตก่อนที่พระที่นั่งจะสร้างเสร็จสมบูรณ์... พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ดำเนินการก่อสร้างพระที่นั่งต่อไปจนเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี พ.ศ. 2458 โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 8 ปี ใช้งบประมาณประมาณ 15 ล้านบาท

พระที่นั่งอนันตมหาสมาคม มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบนีโอเรอเนสซองส์ (Neo Renaissance) และนีโอคลาสสิก (Neo classic)โดยตกแต่งพระที่นั่งด้วยหินอ่อน ซึ่งสั่งมาจากเมืองคารารา ประเทศอิตาลี โดยมีจุดเด่น คือ มีหลังคาโดมคลาสสิกของโรมอยู่ตรงกลาง และมีโดมเล็กๆโดยรอบอีก 6 โดม รวมทั้งสิ้นมี 7 โดม โดยโดมทั้งหมดทำขึ้นจากทองแดง (ต่อมาเกิดสนิมสีเขียวขึ้นตามกาลเวลา) ขนาดขององค์พระที่นั่ง ฯ ส่วนกว้างประมาณได้ 49.50 เมตร ยาว 112.50 เมตร และสูง 49.50 เมตร 

ภายในพระที่นั่ง บนเพดานโดมมีภาพเขียนเฟรสโก เขียนบนปูนเปียก ซึ่งภาพจะติดทนกว่าภาพที่เขียนบนปูนแห้ง (ภาพจิตรกรรมไทยนิยมเขียนแบบปูนแห้ง) เกี่ยวกับ พระราชกรณียกิจที่สำคัญ ของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 1-6 จำนวน 6 ภาพ โดยฝีมือเขียนภาพของ นายซี. รีโกลีและศาสตราจารย์แกลิเลโอ กินี เช่น

 

บุษบกมาลา เครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ ที่ผสมผสานงานฝืมือ ทั้งถมทองคร่ำ ลงยาสี เครื่องเงินเครื่องทอง แกะสลักไม้ ตกแต่งปีกแมลงทับ และย่านลิเภา

ฉากจำหลักไม้ เรื่อง “สังข์ทอง” และ “หิมพานต์ ฝืมือช่างจำหลักไม้อันวิจิตร สร้างชีวิตให้แผ่นไม้ผืนใหญ่ เล่าเรื่องราววรรณคดีไทย รังสรรค์ขึ้นจากไม้สามชนิด แผ่นพื้นเป็นไม้สัก วิมานและตัวละครต่างๆทำจากไม้โมกมันและไม้อุโลก

หมู่เรือพระที่นั่งจำลอง เป็นงานฝีมือเครื่องเงินเครื่องทองลงยาสี จำลองหมู่เรือพระที่นั่งจากขบวนเรือพระราชพิธี กลางลำเรือประดิษฐานบุษบกทองคำ ประกอบด้วยฉัตร เรียงรายอย่างสง่างาม

เราเดินชมงานศิลป์แผ่นดินแทบทุกห้อง ที่ตระการตายิ่งด้วยความภูมิใจที่ได้เกิดบนผืนแผ่นดินไทย ได้อิงความเจริญทางด้านศิลป์และอารยธรรมไทย

(ข้อมูลจากวิกีพีเดีย และสิ่งพิมพ์สถาบันสิริกิต์)