Get Adobe Flash player

เที่ยวไทยไปกับ ดร. การุณ ตอน ๑๒ โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

                เราได้ไปชมปูชนียสถานและโบราณสถาน อันเป็นรากฐานของเผ่าพงษ์ไทยนับแต่สมัยสุโขทัยที่ ขุนบางกลางหาว หรือ พ่อขุนศรีอิทราทิตย์ และขุนผาเมือง ก่อร่างสร้างเมืองจนรุ่งเรืองเป็นอาณาจักรไทยในปี ๑๒๓๘ สิ้นสุดอำนาจและอิทธิพลขอม แต่นักประวัติศาสตร์ สันนิษฐานจากซากกระดูกและวัตถุที่ขุดพบที่บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานีที่มีอายุประมาณ ๓,๕๐๐ ปี ว่าบ้านเชียงเป็นต้นกำเนิดของเผ่าไทย ลบล้างบันทึกที่ว่า เผ่าพงษ์ไทยอพยพมาจากมณฑลเสฉวนเมื่อ ๔๕๐๐ ปีก่อน เท็จจริงอย่างไร ผมไม่อาจลงความเห็นได้ นอกจากรับรู้ไว้ และฉบับนี้ ก็จะได้ไปเยือนสถานที่ที่น่าสนใจ เช่น วัดป่าภูก้อน หนองหาน และบ้านเชียงที่จังหวัดอุดรธานีที่น้องสาวพาไปพร้อมกับหลานสาวและหลานเด็กหญิงที่น่ารักน่าเอ็นดู

                คืนก่อนเดินทางโดยเครื่องบินวันรุ่งขึ้น เป็นคืนที่สนุกและจดจำกับเพื่อนสนิทจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

“น้อย เย็นนี้ว่างมั๊ย จะชวนไปร้องเพลงกัน มีต้อย ปรีชา กับนงลักษณ์ ไปด้วย” คุณอัจฉรา กรรณสูตร โทรมาตอนเช้า วันนี้ไม่มีรายการพบหรือเที่ยวกับใครจึงตอบรับโดยไม่ต้องไตร่ตรอง เพราะ อี๊ด (อัจฉรา) เป็นมิตรที่ดีมาตั้งแต่เรียนอยู่คณะมนุษยศาสตร์เดียวกัน เธอเด่นในมหาวิทยาลัยเพราะความสวยและกิริยางาม ทั้งยังมีพรสวรรค์ทางการขับขาน กลับมาประเทศไทย จึงร้องเพลงด้วยกันเสมอ ดังเช่นคนไทยทั่วไปที่นิยมร้องเพลงตามห้องอาหารที่มีคาราโอเกะ หรือดนตรีผสม เป็นการผ่อนคลายความเครียดของชาวกรุงที่ได้ผลไม่น้อย อี๊ดเตรียมธนบัตรใบละ ๑๐๐ บาทมาปึกใหญ่ นึกว่าจะเป็นค่าอาหาร แต่ที่ร้านนี้เน้นทางด้านการร้องเพลง มากกว่าอาหารที่ส่วนใหญ่เป็นกับแกล้ม มาเห็นทีหลังเมื่ออี๊ดเอาดอกไม้จากปีอาโนมาแล้วเสียบธนบัตร ๑๐๐ บาท ให้นักดนตรีผ่านมือผม เมื่อผมร้องเสร็จ เป็นแบบอย่างให้ผมทำเช่นกันเมื่อเธอขึ้นเวทีร้องเพลงเก่าไพเราะด้วยเสียงหวานคงที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง ทุกคนและทุกโต๊ะสนุกสนานกันเต็มที่กับนักดนตรีฝีมือเปียอาโนดี ที่มีรายได้ในคืนนั้นไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ บาท ที่คงต้องแบ่งให้ร้าน

จนดึก ปรีชากับนงลักษณ์ไปส่งเราที่โรงแรม ให้นอนพักพร้อมที่จะต้องตืนแต่เช้า วันที่ ๒๓ ธันวาคม ไปสนามบินดอนเมือง ที่พูนสุข น้องสาวจองเครื่องบินพาเราไปอุดรธานีพร้อมกับหลานสาว จ๋ำและหลานโมล่า เธอตั้งใจต้อนรับเรา ดังที่เราเคยต้อนรับเธอเมื่อครั้งมาอเมริกา

ถึงสนามบินอุดร  จ๋ำไปเอารถที่จองไว้  แวะกินอาหารกลางวันก่อนตรงไปวัดป่าภูก้อน ในเขตป่าสวงนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม อันเป็นรอยต่อผืนที่สามจังหวัดคือ อุดรธานี เลย และ หนองคาย ตามประวัติกล่าวว่า

“ท่านพระอาจารย์อินทร์ถวายได้พาไปดูป่าภูก้อนที่กำลังถูกสัมปทานตีตราตัดไม้ คณะศรัทธาจึงได้ตัดสินใจสร้างวัด โดยกราบอาราธนาท่านพระอาจารย์ชาลี ถิรธัมโม (ปัจจุบันเป็นพระครูจิตตภาวนาญาณ) เป็นประธานและขวัญกำลังใจในการก่อสร้าง และได้ทำเรื่องขอใช้ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาตินายูง-น้ำโสม เพื่อสร้างวัดในเนื้อที่ 15 ไร่ จากกรมป่าไม้ จนได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2530 ต่อมาได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกรมการศาสนา จนได้รับอนุญาตให้สร้างวัดในวันที่ 3 กรกฎาคม 2530 และมีประกาศกระทรวงศึกษาธิการตั้งเป็น 'วัดป่าภูก้อน' ขึ้นในพระพุทธศาสนาเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2530”

สิ่งก่อสร้างของวัดมีดังนี้

“ปัจจุบันนี้วัดมีศาลาอุโบสถ 2 ชั้น 1 หลัง ซึ่งเป็นที่ประกอบพิธีสงฆ์ชั้นบนและเป็นที่ฉันชั้นล่าง มีกุฏิพระ 45 หลัง เรือนครัว 1 หลัง เรือนพักฆราวาส 6 หลังถังเก็บน้ำคอนกรีต 20 ถัง และห้องน้ำจำนวนมาก โดยใช้ระบบประปาภูเขา จากฝายเก็บน้ำดินขนาดเล็กที่เป็นแหล่งต้นน้ำซับและน้ำตกในวัด ซึ่งต่อมากรมชลประทานได้บูรณะถวายให้แข็งแรงถาวรในปี 2538 และวัดยังได้ต่อระบบประปาไปถึงหมู่บ้านนาคำที่อยู่ห่างจากวัดไป 4 กม. เพื่อให้ชาวบ้านมีแหล่งน้ำใช้อย่างสะดวกและสะอาด”

เสียดายที่เรามาไม่ทันได้เช้าชมพระพุทธไสยาสน์หินอ่อนขาว ได้แต่ชะเง้อมองกระจกหน้าต่างเห็นเพียงเล็กน้อย และได้ทราบความเป็นมาของการสร้างพระพุทธไสยาสน์เพื่อน้อมระลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลมหาราชทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๗ รอบในปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ ว่า

“พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนีหินอ่อนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ทำด้วยหินอ่อนขาวจากเมืองคาร์ราร่า ประเทศอิตาลีใช้หินอ่อนจำนวน 43 ก้อน น้ำหนักก้อนละประมาณ 15–30 ตัน ประดิษฐานอยู่บนยอดเขา ใช้งบประมาณสร้างพระพุทธไสยาสน์ราว 50 ล้านบาท และ งบประมาณก่อสร้างพระวิหารและอาคารรอบลานเขาราว 270 ล้านบาท”

                เราเดินชมวัดโดยรอบ รวมทั้งทัศนียภาพของป่ารอบวัดเขียวทั่วสุดตา สูดอากาศบริสุทธิจากไม้เขียวที่แผ่อ็อกซิเจนไปทุกซอกอากาศจนอิ่มอก อิ่มบุญที่มาชมวัดผลงานมหัศจรรย์จากแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชน และอิ่มใจกับการอยู่ใกล้ชิด น้องดาที่สุดรัก หลานจ๋ำที่คล่องแคล่วทั้งการงานและภาษาอังกฤษที่ได้จากออสเตรเลีย และหลานโมล่าที่แสนน่ารักน่าเอ็นดูรู้การพูดจาที่มีเหตุผล

รายการเที่ยววัดป่าภูก้อนหมดไปวัน ที่เหลือเป็นเวลาอาหารเย็นและนั่งฟังดนตรีที่โรงแรมเซ็นทารา พรุ่งนี้ยังมีรายการน่าชมอีกทั้งวัน ซึ่งจะนำมาเสนอในฉบับหน้า