Get Adobe Flash player

เที่ยวไทยไปกับ ดร. การุณ ตอน ๒๔ โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

            เช้าวันที่ ๑๕ มกราคม เราแปรสถานไปเกาะยาวสองคืน เป็นเกาะที่ไร้สิ่งปรุงแต่งใดๆจากความเจริญทางวัตถุ ไม่มีรีสอร์ท ห้างสรรพสินค้า นอกจากธรรมชาติ ที่เรียกว่า  rustic

            หลังอาหารเช้า รถตู้มารับไปท่าเลน ลงเรือไม้ไปเกาะยาว เราเอากระเป๋าเดินทางไปหมด แล้ว check out ใจยังกังวลว่า จะขนกระเป๋าเดินทางลงเรือกันอย่างไร คนขับรถบอกว่า “อย่าห่วงครับท่าน ไม่มีปัญหาครับ” ไม่นานเรามาถึงท่าเรือ คนขับขนกระเป๋าลงจากรถ กองไว้ที่ศาลา แล้วบอกลา ปล่อยให้เราคอยเรือที่จะมารับ เรารอเรือเป็นชั่วโมง หวนถึงคำ “ไม่มีปัญหาครับ” ไม่มีใครรู้ว่าเรือไปไหน ชาวเรือคนหนึ่งแถวนั้นออกเรือไปสักพัก กลับมาบอกว่า เรือคอยเราอยู่อีกท่า เดี๋ยวจะมารับ

                                    เรือไม้เก่า ใช้เครื่อง ตรงมาที่ท่า คนขับเรือขนกระเป๋า ๓ ใบลงเรือโดยง่าย ในเรือมีเราสองคน ด้านหน้าออกมายืนรับลมและแสงแดด เมื่อเข้าสู่ทะเลลึก สีน้ำเข้มขึ้น เริ่มเห็นหมู่เกาะเป็นหย่อมๆ พอใกล้หมู่เกาะห้อง เรือลดความเร็วและเสียงเครื่องก็ลดลงไปด้วย เมื่อเข้าปากห้องที่กั้นด้วยเขาสองลูก ดังเข้าประตูห้องกั้นด้วยผนังเขาเขียวด้วยไม้สลับสีน้ำตาลเข้มของหินที่แข็งแกร่งกั้นลมและคลื่น ให้น้ำสีมรกตสยบนิ่งรับไว้แต่เสียงนก และเสียงฝรั่งกระโดดลงเล่นน้ำ คุยกันระงม  ถมความสงบและสวยงามของธรรมชาติ ก็พอดีได้เวลาออกเดินทางต่อ

            ไม่นาน เห็นเกาะยาวน้อยไกลๆ เรือแวะที่กระชัง เป็นที่เลี้ยงเลี้ยงปลา กุ้งมักกร อย่างประหยัดใช้พื้นน้ำในการทำบ่อลดต้นทุนและลดปัญหาดูแลรักษา แต่ละห้องมีขนาด ๒.๕ ม. กว้างและยาว ลอยตัวด้วยโฟม มีตาข่ายเย็บเป็นถุงเลี้ยงปลากุ้ง เหนือน้ำเป็นแพ และเรือนพัก ผู้นำเที่ยว แนะว่า ที่พักมีแค่อาหารเช้าบริการ นอกนั้นเราต้องจัดหาเอาเอง เราจึงแวะเลือกกุ้งมังกรที่มี ๒ ชนิด แบบที่มีสรสรร เรียกว่า กุ้งมังกร ๗ สี และกุ้งที่ไม่มีสี เรียกว่า กุ้งโคลน เราเลือกกุ้ง ๗ สี ราคา กก.ละ ๑,๒๐๐ บาท เราเลือกขนาด ๕ กก. นอกจากกุ้ง ยังมีปลาฉลามว่ายวนเวียนในตาข่ายใกล้กัน

            ได้กุ้งและปลาแล้ว ก็เข้าเกาะ ที่มีประวัติน่าสนใจ ตามข้อมูลสังเขปที่ได้รับทราบมามีว่า

            ปี ๒๓๒๘ พม่ายึดเมืองถลาง ต่อมาเจ้าเมืองตรังยกทัพมายึดเมืองถลางคืน ทหารจากตรัง ๒ คน ชื่อ นายอุเส็น และนายอุสัน มาพบเกาะยาวจึงตั้งรกรากมาจนปัจจุบัน นายอุเส็น ต้นตระกูล เริงสมุทร นายอุสัน ต้นตระกูล สกุลสัน รวมเวลาได้ ๒๒๖ ปี ปัจจุบันมีประชากร ๕,๐๐๐ คน ๙๘ เปอร์เซ็นต์ นับถือศาสนาอิสลาม  มี ๗ หมู่บ้าน โรงเรียนประถม ๔ แห่ง มัสยิด ๘ แห่ง

            เรือมาจอดที่ท่าเรือแห่งเดียวในเมือง มีร้านค้าเล็กๆชั้นเดียวสองข้างถนนสายเดียวกว้างพอรถสวนไปมา รถสองแถวมารอรับเราไปโรงแรมชูกิจ เดชอนันต์ อยู่ริมถนนติดชายหาด มีห้องอาหาร ริมถนน และสระน้ำว่างเปล่า ด้านหลังเป็นกระต๊อบเล็กเป็นหลังๆ มีระเบียงนั่งเล่น ผู้ดูแลเอากุ้งปลาไปให้แม่ครัวให้เตรียมอาหารเย็นให้เรา แล้วปล่อยให้เราพักผ่อนตามสบาย เราออกไปเดินเล่นบนถนนเปลี่ยว นานๆจะมี motorcycle หรือรถขนส่งเล็กๆ วิ่งผ่านมาผ่านไป ชายหาดมีเด็กชาวบ้านวิ่งเล่นน้ำ หลังเพิงขายส้มตำหน้าหาด เริ่มใกล้เวลาอาหารเย็น เดินกลับโรงแรม แม่ครัวเตรียมอาหารที่เราซื้อมาให้เรียบร้อย

            เช้าวันที่ ๑๖ โรงแรมมีอาหารเช้าบริการ สักพักรถนำเที่ยวมาตามเวลากำหนด เพื่อนำเที่ยวรอบเกาะ คนนำเที่ยววัย ๒๐ เรียนจบประถมปลาย ไม่มีจุ่งมุ่งหมายอะไร นอกจากขับรถรับจ้างไปวันๆ ถามคำตอบคำ ทำหน้าที่เพียงขับรถให้เราชมเกาะดูสวนไร่เติบโตโดยไร้การปรุงแต่ง บ้านเรือนเล็กเก่าในสวนเป็นที่อาศัยของชาวบ้านมุลลิมทำกิจไปตามความเคยชิน บ้างทำธุรกิจในครอบครัวซ่อมรถ ว่างงานก็จับกลุ่มนั่งคุยกัน สักพักผ่านโรงเรียนประถม รถขึ้นเนินเขาม็รั้วรอบ ยทางขึ้นเขากั้นไว้เฉพาะคนที่มีสิทธิเข้า คนขับเล่าให้ฟังว่าบนเขาเป็นสถานพักผ่อนของชาววัดธรรมกาย จุดแรกที่ไปคือไร่มะพร้าว ดื่มน้ำมะพร้าวสดเย็น

            ที่ไร่ มีกลุ่มขี่จักรยานจากยุโรปและอเมริกา นำโดยคนไทย มาซื้อน้ำมะพร้าวกัน แล้วขี่จักรยานต่อ เหลือเราสองคนนั่งในเพิงดื่มน้ำมะพร้าวพรางคุยกันสองตายายที่มีอาชีพนี้มาแต่หนุ่มสาว ใช้ชีวิตพอเพียง ตาพาผมเดินชมสวน เด็ดเมล็ดลูกกระเจี๊ยบให้ไปปลูกที่ฮาวาย เมื่อทราบว่าผมชอบต้นไม้

            ได้เวลาอาหารกลางวัน คนขับรู้จักร้านอาหารบนเชิงเขาติดทะเล มีทางลงไปที่ร้านเรือนไม้ เสียงละลอกคลื่นเล็กๆเข้าซบก้อนหินเล็กใหญ่ใต้ร้าน น่าฟัง มองไกลออกไปเป็นทะเลกว้าง มีทิวเขาบ้าง เราเลือกอาหารทะเลที่ไม่เผ็ด อิ่มแล้วเดินทางต่อ แห่งต่อไปคือ บ่อน้ำศักดิสิทธิ์ ซึ่งมีตำนานว่า

เมื่อหลายปีก่อน มีข้าราชการบำนาญคนหนึ่ง ... มาเที่ยวเกาะยาวน้อยบ่อยมาก มาทุกครั้งก็จะไปดื่มน้ำจืดที่อยู่ในทะเลเพราะเห็นว่าแปลกที่มีบ่อน้ำจืดรสชาติจืดสนิท ข้าราชการบำนาญผู้นี้มีโรคประจำตัวอยู่ 2 โรค คือ โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศและโรคปวดหลังมานาน มาทุกครั้ง ดื่มทุกครั้ง บางครั้งนำใส่ขวดไปดื่มที่บ้าน โรคประจำตัวทั้ง 2 โรคก็หาย ทำให้เชื่อว่า น้ำในบ่อน้ำจืดในทะเล สามารถรักษาโรคดังกล่าวให้หายได้ ประจวบกับมี *ป๊ะชาย คนหนึ่งชื่อ กอหนัน มีบ้านอยู่ที่อ่าวทึงใกล้บ่อน้ำจืดในทะเล วันหนึ่งป๊ะชายกอหนันไปช่วยเขาขุดหลุมฝังศพ กลับมาบ้านก็ปวดเมี่อยมากนอนซมอยู่ที่บ้าน แล้วป๊ะชายก็ฝันเห็นบ่อน้ำจืดในทะเล เห็นมี โต๊ะไบหลายคนยืนอ่านคัมภีร์อยู่รอบบ่อน้ำ ในฝันโต๊ะไบบอกป๊ะชายว่าให้เอาน้ำที่บ่อมาดื่มแล้วจะหายปวดเมื่อย เมื่อตื่นขึ้นมา ป๊ะชายก็บอกให้ลูกหลานไปตักมาให้ดื่ม ซึ่งป๊ะชายก็หายจากอาการปวดเมื่อย ข่าวก็กระจายปากต่อปาก จนทำให้แต่ละวันมีผู้คนเดินทางมาเอาน้ำจากบ่อน้ำนับ 1,000 คน เหมารถ เหมาเรือเดินทาง นั่งรอ นอนรอให้น้ำทะเลลง แล้วจะได้ไปตักน้ำไปดื่ม ปัจจุบัน มีบ่ออยู่ 4 บ่อ บ่อใหญ่ 1 บ่อ บ่อเล็ก 3 บ่อ เรียกตามดงต้นไม้ที่ตั้งอยู่ว่า  บ่อโต๊ะเล็บมือนาง  ก่อนดื่มทุกคนจะอธิษฐานในสิ่งที่ต้องการ แล้วก็จะดื่มน้ำ

คนรับขับเข้าเมืองแวะตลาดให้เราซื้อกล้วย นั่งดื่มกาแฟ คุยกับชาวบ้าน และเด็กชายลูกครึ่ง พอขึ้นรถกลับ เด็กชายวิ่งออกมาโบกมือลา

สิ้นสุดรายการ ตอนเย็นคุณรณชิต ไม่อาจปลีกตัวมาดูแลเรา ให้คนนำอาหารเย็นมาให้เรา หลังอาหารเราเดินเล่นไปอีกทางต่างจากเมื่อเช้า ตามเสียงดนตรีวัยรุ่น ไปถึงเห็นโต๊ะอาหารแบบบุฟเฟ่ สำหรับนักท่องเที่ยว เราเดินกลับมาโรงแรมพอดีกับพระอาทิตย์อัศดง ได้ภาพงามมาให้นึกถึง

เช้าวันรุ่งขึ้น หลังอาหารเช้า คนรถมาขนกระเป๋าเดินทางรับไปลงเรือ speed boat ย้ายสถานไปภูเก็ต ซึ่งจะนำเสนอในฉบับหน้า