Get Adobe Flash player

เที่ยวไทยไปกับ ดร.การุณ ตอน ๒๙ โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

สองคืนสุดท้าย วันที่ ๒๑ และ ๒๒ มกราคมที่กรุงเทพ เป็นคืนสนุกสนานก่อนอำลาประเทศไทยและญาติมิตรที่ตรึงตาติดใจ ทั้งสานสายใยของความรักและผูกพัน อันเป็นความรู้สึกที่เป็นลักษณะพิเศษของคนไทย

             หลังจากการพบและสนทนากับคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรากลับมาพักที่โรงแรม ก่อนไปพบเพื่อนเก่าจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รับประทานอาหารแนวยุโรปและร้องเพลง

            เรามาถึงซอยชำนาญอักษร พหลโยธิน ๙ ตามเวลานัดพบกับอี๊ด อัจฉรา กรรณสูต ที่คฤหาสถ์ของเธอที่ไร้คู่ชีวิต คุณชาติเชื้อ กรรณสูตร เคียงกายและใจ บ้านเธออยู่ตรงข้ามกิจการสองแห่งของเธอ คือห้องอาหาร Fondue House (02-279-4731) แนวฝรั่งเศส และสถานีวิทยุ อนุรักษ์เพลงเก่า คลื่น FM 104.75

            เพื่อนอีกสามคน มาลัยวรรณ ปรีชา และนงลักษณ์ มาสมทบ รถตู้คันงามพาเราไปที่โรงแรม Sivatel ชั้นบน คุณแหม่ม ธนินี แม่สามีลูกสาวอัจฉรา มารอต้อนรับอยู่แล้ว ห้องอาหารโอ่โถงไฟสลัว เทียบเท่าฟ้ามืดมัวทั่วกรุงเทพที่เด่นด้วยแสงไฟขาว น้ำเงิน แดง เหลือง จากตึกระฟ้า แต้มแต่งกรุงแห่งเทพให้งดงาม สระน้ำรับแสงจากตึก Sivatel ดังเกร็ดเพชรประกาย ตามกระแสน้ำไหลลงขอบสระที่มีร่องรับน้ำอยู่ริมอาคาร ดูเหมือนน้ำแนบฟ้า ผมเดินสำรวจบริเวณสักพัก ชักรูปมาให้ผู้อ่านชม ก่อนเข้าร่วมโต๊ะอาหาร ที่ทุกคนพร้อมจะสั่งอาหารตามรสนิยมราคา จานละกว่า ๑,๐๐๐ บาทขึ้นไป ล้วนเป็นอาหารหนักสำหรับมื้อเย็นของผม จึงสั่งสลัดและ Onion Soup เป็นพิเศษ เมื่อทราบว่า chef ไทยที่สันทัด ทำอาหารฝรั่งเศส สามารถจัดให้ได้ และก็ทำได้อร่อยมาก พนักงานรับคำชมไปบอก chef ที่คอยมองผมอยู่ ได้ออกมาพบรับคำชมจากผมที่โต๊ะ อาหาร ซึ่งถือเป็นเกียตรสำหรับผม  อิ่มหนำ ก็พร้อมที่จะสำราญกับการขับขานกันในหมู่โต๊ะเรา ด้วยเพลง สุนทราภรณ์ และเพลงสากลรุ่นปี 1960 เสียงของคุณอัจฉรายังหวานสมสาวใหญ่ที่เจนเวที ต่างจากที่เคยเป็นนักร้องประจำวง มช. และเป็นดาวที่เริ่มจำรัสแสง ในปี 2507 แล้วเวลาสำราญก็สิ้นสุด

            วันที่ ๒๒ มกราคม เราพักผ่อนที่โรงแรม จัดกระเป๋าพร้อมที่จะเดินทางกลับฮาวายแต่เช้ามืด เตรียมชุดสำหรับงานเลี้ยงขอบคุณและอำลาที่ภัตตาคารสุกี้เรือนเพชร ที่คุณพ่ออุปภัมภ์ สิงพร จัดให้เช่นทุกครั้งก่อนเดินทางกลับสหรัฐอเมริกา คุณสมบูรณ์ เลิศธนพันธุ์ น้องชายครอบครัวอุปภัมถ์ จัดเครื่องเสียงและนักร้องนักดนตรีให้เช่นทุกครั้ง

            ในห้องใหญ่ แขกทะยอยกันมานั่งโต๊ะที่จัดไว้ตามชื่อคณะ มีครอบครัวอุปถัมภ์ ญาติ และเพื่อนๆจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

            เสียงดนตรีและนักร้องบันเทิงแขกที่ทะยอยตักอาหารหลายอย่างน่ารับประทานทั้งสิ้น ดร.ชวนชื่นและผมตรงไปกราบคุณพ่อสิงพร ทักทายน้องๆและหลานๆครอบครัวเลิศธนพันธุ์ และพี่ๆ หลานครอบครัวเราทั้งสอง ไปจนถึงมิตรสนิททุกคนที่ไปเที่ยวสนุกสนานด้วยกันหลายแห่ง และมาร่วมร้องเพลงกันในวันสุดท้ายนี้ การร้องเพลงไม่จำเป็นต้องแข่งขันเปรียบเทียบกับใคร หวนคำนึงถึงคำพูดของพี่รวงทอง ตอนเธอกรุณามาควบคุมผมร้องเพลงบันทึกเสียงกับวงสุนทราภรณ์เมื่อ ๒๐ ปีก่อน ว่า “เราได้ร้องเพลงก็มีความสุขแล้วนะคะ” สมจริงดังว่า ทุกคนมีความสุขที่ได้สังสรรและร่วมร้องเพลงกันก่อนจากกันไปหลายปี

            วันรุ่งขึ้นเราจัดกระเป๋าทุกใบไว้พร้อม พนักงานโรงแรมมารับกระเป๋าไปไว้ พูดคุยกับพนักงานลูกครึ่ง พ่อแม่ทิ้งแต่เล็ก บุญยังมีที่ได้สามีภรรยาไทยรับมาเลี้ยงจนเติบใหญ่ เขาเล่าว่าต้องทำงานหาเงินรักษาแม่ไทยที่ป่วยด้วยโรคมะเร็ง ด้วยความสงสารจึงให้เงินเขา ๑,๐๐๐ บาทไว้ช่วยค่ารักษา  ตอนเที่ยงคืน คุณสมบูรณ์ และครอบครัวมารับไปสนามบิน รอเครื่องเวลา ๗.๒๕ น. ที่สนามบิน มีเวลาคุยกับลูกบุญธรรม และได้พบหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ท่านจะเดินทางเช่นกัน ได้เข้าไปเคารพและสนทนาด้วยเล็กน้อยด้วยเรื่องทั่วไป ไม่เกี่ยวกับการเมือง

            ได้เวลาขึ้นเครื่อง นั่งสบาย การบริการของพนักงานการบินไทยสุภาพอ่อนโยน เมื่อเครื่องบินเหนือกรุงเทพ อาหารว่าง เครื่องดื่มเริ่มบริการ เรามีเวลามากมาย นั่งดูภาพทุกสถานที่ที่เราไปเยือนกับญาติมิตรด้วยความคิดถึงและขอบคุณ อีกประมาณ ๑๗ ชั่วโมงเราก็จะถึงฮาวาย

            ฉบับหน้าจะพาผู้อ่านไปเที่ยวฮาวายกับเรา