Get Adobe Flash player

เที่ยวฮาวายกับดร.การุณ ตอนที่ ๑ “Aloha” โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

จากกรุงเทพมาถึงสนามบิน Honolulu (เรียกว่า “โฮโนลูลู” ไม่ใช่ “ฮอนโนลูลู” ตามที่คน อเมริกันเรียก) รัฐ Hawaii (ที่ถูกควรเรียกว่า “ฮาวาอิอิ” แต่นิยมเรียกกันว่า “ฮาวาย”) เช้าวันที่ ๒๔ มกราคม เวลา ๙.๒๐ น. รวมเวลาประมาณ ๑๗ ชั่วโมง โดยไม่เหนื่อยหรือมี jet lag ที่ต้องปรับเวลาที่ประเทศไทยเร็วกว่า ฮาวาย ๑๗ ชั่วโมง ด้วยพยายามปรับเวลานอนบนเครื่อง โดยอาศัยดูเวลานาฬิกาที่ข้อมือขวาที่ตั้งเวลาของประเทศไทย ส่วนที่ข้อมือซ้ายเป็นเวลาของฮาวาย ที่สนามบิน Honolulu International Airport สิ่งแรกที่เห็นคือคำต้อนรับ Aloha ที่แสดงถึงวัฒนธรรมและความนึกคิดของชาวเกาะ
Cuby Rule อธิบายความหมายของ Aloha ว่า
We use it (Aloha) in greetings and farewells and in expressing love. But the word means even more, it is a way of life.
เราใช้คำ “อะโลฮา” ในการทักทาย และอำลา รวมทั้งในเวลาแสดงความรัก แต่คำนี้มีความหมายมากกว่านั้น มันเป็นวิถีชีวิต
Besides these common meanings, the word Aloha holds within itself all one needs to know to interact rightfully in the natural world. These insights describe an attitude or way of life sometimes called “The Aloha Spirit” or “The Way of Aloha”.
นอกเหนือจากความหมายธรรมดาเหล่านี้ คำว่า “อะโลฮา” ยังยึดความหมายไว้ในตัวว่าทุกสิ่งที่เราต้องการคือการมีความสัมพันธ์อย่างถูกต้องกับโลกของธรรมชาติ จิตสำนึกเหล่านี้ หรือวิถีชีวิตบางครั้งเรียกว่า “วิญญาณของอโลฮ่า” หรือ “หนทางของอโลฮ่า”
The spirit of Aloha was an important lesson taught to the children of the past because it was about the world of which they were a part. One early teaching goes like this:
จิตวิญญาณของอะโลฮ่า เคยเป็นบทเรียนที่สำคัญที่สอนเด็กๆในอดีต เพราะว่ามันเกี่ยวกับโลกที่เขาเหล่านั้นมีส่วนร่วม บทเรียนในสมัยแรกเป็นอย่างนี้
Aloha is being a part of all, and all being a part of me. When there is pain - it is my pain. When there is joy - it is also mine. I respect all that is as part of the Creator and part of me. I will not willfully harm anyone or anything. When food is needed I will take only my need and explain why it is being taken. The earth, the sky, the sea are mine to care for, to cherish and to protect. This is Hawaiian - this is Aloha!
“อะโลฮ่า” เป็นส่วนของทุกคน และทุกสิ่งที่มีชีวิต ก็เป็นส่วนของฉัน เมื่อมีความเจ็บปวด มันเป็นความเจ็บปวดของฉัน เมื่อมีความสนาน มันก็เป็นความสนานของฉันเช่นกัน ฉันเคารพในทุกสิ่งที่เป็นส่วนของผู้สร้าง(โลก) และเป็นส่วนของฉัน ฉันจะไม่จงใจทำร้ายใครหรือทำลายสิ่งใด เมื่ออาหารเป็นสิ่งที่เราต้องการ ฉันจะรับไว้เพียงพอกับความต้องการของฉัน และอธิบายว่าทำไมมันเป็นสิ่งที่เราต้องรับไว้ โลก ฟ้า และทะเล เป็นของเราที่ต้องรักษา ถนอม และปกป้อง นี่คือ “ฮาวายเอียน” นี้คือ “อะโลฮ่า”
ในปัจจุบัน ผู้ที่ยังยึดมั่นในคติและจิตวิญญาณของ “อะโลฮ่า” ลดน้อยลง เพราะประชากรที่หลั่งไหลมาอาศัยแผ่นดินนี้มีมากหลาย และต่างมีจุดประสงค์หลายประการ บ้างเพียงต้องการใช้ประโยชน์จากแผ่นดินโดยไม่ศึกษาวัฒนธรรมและจิตใจของชาวพื้นเมือง หรือชาวเกาะที่มีเหลืออยู่น้อยนัก สถิติของประชาชนทั้งหมด ๑,๓๖๐,๓๐๑ คนในปี ๒๐๑๖ จำแนกตามเผ่าพันธุ์ได้ดังนี้
Asians 525,078 38%
White 336,599 24%
Two or more races (ชาติผสมกับผิวขาว) 320,629 23%
Native Hawaiian/Pacific Islander 135,422 9%
Hispanic/Latino 120,842 8%
Three or more races
(ชาติผสมกับ Hispanic) 113,640 8%
Native Hawaiian 80,337 5%
African American (Black) 21,424 1%
Other races (ชาติผสมกับ Black) 16,985 1%
American Indian 4,164 below 1%
จะเห็นได้ว่า ชาวเกาะที่แท้ที่มีจิตเอื้อเฟื้อร่าเริงนั้นเหลือเพียงประมาณ ๘ หมื่นคน ส่วนบางเผ่าพันธุ์ที่เข้ามาใหม่ไม่เข้าใจและไม่เคารพต่อวัฒนธรรมและสถานที่ เพียงอาศัยแผ่นดินใช้ประโยชน์ประทังชีพ จะไม่ใส่ใจในจิตใจผู้อื่น ใช้ความหยาบสร้างความเปลื้อนไว้กับความงดงามของแผ่นดินและจิตใจของชาวเกาะ
ฉบับหน้าจะพาผู้อ่านมารู้จักแผ่นดินแห่งอารยะนี้ ในเรื่องต่างๆที่น่าสนใจ ทั้งภูมิประเทศ สถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม ประเพณี ภาษา การศึกษา ค่าครองชีพ เป็นต้น
Aloha ครับ