Get Adobe Flash player

เรียนภาษากับดร.การุณ บทที่ 3 โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

Gordon Rujanawech, Ph.D.

English Department

California State University, Long Beach, CA”

ฉบับนี้ได้นำข้อเขียนของนักศึกษาที่สอนพิเศษอยู่ ที่มีข้อผิดพลาดมาเสนอและอธิบายดังนี้

เขียนผิด I spent countless hours there late at night practicing on my game it was almost like I lived there.

อธิบาย ในประโยคนี้มีประโยคสมบูรณ์สองประโยคที่ไม่มีการแบ่งแยก หรือรวมกันอย่างถูกต้อง เรียกว่า Fused Sentence ประโยคที่สมบูรณ์ประกอบด้วยภาคประธาน (Subject) และภาคแสดง (Predicate) ที่ประกอบด้วยกริยา (Verb) และคำขยายความอื่นๆ

แก้ไข การแก้ไขมีหลายวิธีดังนี้

1.แยกเป็นสองประโยคโดยใช้ Period แยกประโยค คือ

I spent countless hours there late at night practicing on my game. It was almost like I lived there.

2.ใช้ Semicolon (อ่านว่า “เซมมีโคลอน”) ระหว่างประโยคสมบูรณ์ทั้งสอง เป็นการรวมประโยคเข้าด้วยกัน

3.ใช้ Coordinating Conjunction หรือคำเชื่อมประโยคที่มีความสำคัญเท่ากัน ประกอบด้วย for (ใช้แสดงสาเหตุ), and (ใช้แสดงความเพิ่มเติม), nor (ใช้แสดงตัวเลือกในเชิงปฏิเสธ), but (ใช้แสดงความแตกต่าง), or (ใช้แสดงทางเลือก), yet (ใช้แสดงความต่างที่ไม่ได้เป็นไปตามคาดหมาย), so (ใช้แสดงผล) ย่อเป็น FANBOYS  เมื่อใช้คำใดคำหนึ่งให้ใช้ Comma (,) ประกอบดังนี้

I spent countless hours there late at night practicing on my game, so it was almost like I lived there.

4.ใช้ Conjunctive Adverb เชื่อมประโยค อันมีคำต่างๆที่แสดงความหมายไปตามคำนั้นเช่น moreover, also, furthermore, in addition ที่หมายถึง and และคำที่หมายถึง but, yet มีคำว่า however, nevertheless คำที่แสดงผลหรือ so คือ therefore และคำอื่น เมื่อใช้คำสันทานประเภทนี้ ต้องมี Semicolon นำ และ Common ตามหลังคำ ดังนี้

I spent countless hours there late at night practicing on my game; therefore, it was almost like I lived there.

5.ใช้คำสันทานที่เรียกว่า Subordinating Conjunction เช่นคำว่า since, because (แสดงสาเหตุ), although, even though (แสดงความ “แม้ว่า”), if, unless (แสดงความ “ถ้า” “ถ้าไม่”), when, before, after (แสดงเวลาต่างๆ) เชื่อมประโยคสมบูรณ์ทั้งสอง โดยลดความสำคัญกับอนุประโยคที่แสดงเหตุให้เป็นอนุประโยครองรับให้เป็น Dependent Clause หรื่ออนุประโยคที่ต้องพึ่งอนุประโยคหลักที่เป็นอิสระหรือ Independent Clause ดังนี้

Since I spent countless hours there late at night practicing on my game, it was almost like I lived there.

เขียนผิด The scores I brought in helped us become a better teameach and every week as a rookie I was depended on heavily.

อธิบาย ประโยคนี้ใช้คำผิดต่างๆเริ่มด้วย

1. brought in ควรใช้คำว่า received

2.team เป็นคณะ แต่ในที่นี้ควรเป็นบุคคล คือ team member

3.each and every มีความหมายเดียวกัน ซึ่งคนอเมริกันหลายคนมักใช้กันโดยไม่คำนึงถึงความซ้ำซ้อน ควรใช้เพียงคำเดียว

4.กริยา depend มีการใช้สองทางคือ เป็น Active Voice คือประธานเป็นผู้กระทำคือพึ่งผู้อื่น เช่น I have to depend on my parents. หรือ Passive Voice คือประธานเป็นผู้รับการกระทำคือ เป็นที่พึ่งให้ผู้อื่น อาศัยกริยาช่วย to be และกริยา depend ในรูป past participle เช่น My parents are depended on by their children. นอกจากจะใช้อย่างคำกริยา ยังแปรรูปเป็นคำคุณศัพท์ว่า dependent ใช้กับกริยา to be เช่น Your success is dependent on your discipline. หรือคำนามหมายถึงบุคคลที่ที่อยู่ในความดูแล เช่น He is my dependent. นอกจากนี้มีคำว่า  Dependable เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง “เป็นที่พึ่งได้” เช่น I need a dependable car. และยังแปรรูปเป็นคำนาม dependence  ในประโยคตัวอย่างนี้ ควรใช้กริยาในรูป Active Voice คือ I depended on ประโยคที่ถูกต้องคือ

แก้ไข The scores I received helped us become a better teammember every week as a rookie I depended on heavily.

จะนำเรื่องเสนอใหม่อาทิตย์หน้าครับ