Get Adobe Flash player

จดหมายเหตุประเทศไทย ๘ โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

                วันเสาร์ที่ ๓ กรกฎาคม ในห้องพักที่โรงแรมเดอะไทด์ (The Tide) อันเป็นโรงแรมที่เชิดหน้าชูตาของชาวบางแสน อยู่หน้าชายหาดบางแสน ที่กำนันป๊อก ผู้มีอิทธิพลในอดีตสร้างไว้ ผมออกมานั่งดื่มกาแฟที่ระเบียงรับลมทะเลยามเช้า ฟ้ากระจ่างแม้ดวงอาทิตย์ยังลับอยู่หลังเขา ประตูแง้มไว้พอได้ยินเสียง แว่วจากข่าวโทรทัศน์ในห้องนอนว่า

                “กลุ่ม V for Thailand หรือกลุ่มหน้ากากขาว ได้รวมตัวกันที่สวนลุมพินี เพื่อร่วมทำกิจกรรมต่อต้านการบริหารงานของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งนอกจากการชุมนุมในกรุงเทพฯแล้ว ยังมีการนัดรวมตัวทำกิจกรรมในหลายจังหวัดในวันนี้เช่นกัน ทั้งนี้  กลุ่มหน้ากากขาว ได้ทำพิธีบวงสรวงหน้าลานพระรูปรัชกาลที่ 6 รวมทั้ง กล่าวคำปฎิญาณถวายชีวิต เพื่อต่อต้านระบอบทักษิณ และรักษาชาติไทย จากนั้นกลุ่มหน้ากากขาว ได้เคลื่อนขบวนมายังลานกิจกรรมภายในสวนลุมพินี เพื่อทำกิจกรรมการระบายความในใจ"ผลงานชิ้นโบว์ดำ"ซึ่งทางกลุ่มได้วางผ้าสี ขาวเอาไว้เป็นทางยาวประมาณ 2,000 เมตร เพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมเขียนระบายความในใจลงบนผ้าขาว  หลังจากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนพร้อมถือนำผ้าขาวความยาวกว่า 2000 เมตรไปยืนบริเวณฟุตบาธบนถนนราชดำริ”

                แล้วเสียงโทรศัพท์มือถือก็เริ่มดังเป็นระยะ “อาจารย์ทราบข่าวแล้วใช่ไหม อาจารย์อย่าเพิ่งกลับเข้ากรุงเทพนะครับ เพราะถนนเขตดุสิตเริ่มปิดกันแล้ว ถ้ามีโอกาสก็อยู่ที่บางแสนนานๆจนเหตุการณ์สงบครับ” อาจารย์ทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์ เป็นคนแรกที่โทรมาด้วยความเป็นห่วง

                การมาบางแสนในช่วงหยุดสุดสัปดาห์ ว่างเว้นจากการสอนนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต เป็นการตอบรับคำเชิญจากอาจารย์ดารณี ภุมวรรณ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้มาบรรยายเรื่อง Analytical and Critical Thinking in Writing แก่ศิษย์เก่าภาควิชาภาษาอังกฤษ ที่เตรียมตัวเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ และอาจารย์ภาควิชาภาษาต่างประเทศอีก ที่ต้องการรับความรู้ใหม่ รวมประมาณ ๕๐ คน แสดงถึงความฝักใฝ่หาความรู้ เพราะวันอาทิตย์มีไม่กี่คนที่คิดจะทำการใดๆที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน การตอบรับคำเชิญก็ด้วยจุดประสงค์ที่จะให้ความรู้แก่นักศึกษาและอาจารย์ไทย เป็นสำคัญ อาจารย์ดารณีได้จัดให้พักที่โรงแรมนี้ มีที่ออกกำลังกาย sauna นวด และสระว่ายน้ำใหญ่ให้ ลงว่ายตอนเช้าก่อนลงไปรับประทานอาหาร

                เช้าวันอาทิตย์หลังจากว่ายน้ำและอาหารเช้า ได้เวลาอาจารย์ดารณีมารับที่หน้าโรงแรม มหาวิทยาลัยอยู่ไม่ไกลเกิน ๑๕ นาที ถนนเลียบชายหาดเริ่มหนาแน่นด้วยแผงลอยขายอาหารและเครื่องดื่ม เช่นส้มตำ ข้าวโพดย่าง ปลาหมึกย่าง ถัดไปที่ชายหาด มีเก้าอีผ้าใบเรียงรายอยู่ใต้ร่มผ้าไปตลอดหาดเป็นระเบียบ เริ่มมีผู้ท่องเที่ยวมาเช่าบ้างนั่งบ้างเอนหลังรับลมทะเลที่โบกโบยตลอดเวลา ประทังความร้อนของอากาศ หาดทรายสีเทาและน้ำสีฟ้า เลยฝั่งไป มีเรือประมงทอดสมอพักหลังงานจับปลายามเช้ามืด รถแยกออกทางเข้าเมืองแล้วก็มาถึงมหาวิทยาลัยที่ไม่แออัด แต่ก็มีหลายอาคารรองรับนักศึกษาจำนวนประมาณ ๔๗,๐๐๐ คน ด้วยงบประมาณที่หาเอง เพราะออกนอกระบบ

                ที่ห้องรับรอง มีกาแฟและอาหารว่างเตรียมไว้ คณะบดีมาทักทาย และเปรยว่ายินดีที่ได้ต้อนรับอีกครั้ง ครั้งแรกเมื่อประมาณ ๓๐ ปีก่อน อาจารย์ดารณีเป็นผู้เชิญผมมา เมื่อสองปีก่อนก็เชิญมาอีกเมื่อทราบว่าผมมาปรับปรุงหลักสูตรให้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ครานี้ก็เช่นกันเมื่อทราบว่าสภาการศึกษาเอื้อเฟื้อให้ผมมาอบรมนักศึกษา เมื่อท่านคณบดีเปรยเช่นนี้ก็คงมีครั้งที่สี่ในโอกาสต่อไป

                 ได้เวลาเข้าห้องบรรยายถัดไป ทุกคนนั่งกันพร้อม ยิ้มรับที่ผมยิ้มทัก สิ้นการแนะนำ ผมเริ่มบรรยายด้วยเนื้อหาที่อยู่ในสมองเป็นตอนๆที่ค่อยผ่อนออกมาเหมือนกระแสน้ำที่หลากไหลไม่หยุด ทั้งการให้ข้อมูล และการป้อนคำถามและแนวทางให้ผู้ฟังคิดและหาคำตอบด้วยตนเอง การบรรยายประกอบการฝึกทางด้าน Analytical Thinking และ Critical Thinking อันเกี่ยวโยงกับ Active Listening Skills

                การฟังของคนมีต่างกันตามนิสัยที่ต่างกันดังนี้

1.             Mindless Listeners คนประเภทนี้มีหูแบบหูที่มีทางเข้าออกตลอดไม่ผ่านไปทางใด เข้าทำนองว่าเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ที่ภาษาอังกฤษว่า In one ear and out the other การฟังของคนประเภทนี้จะเป็นเพียงแค่ได้ยินแต่เสียงที่ไร้ความ เพราะใจคิดแต่เรื่องอื่น

2.             Judgmental Listeners คนประเภทนี้ ฟังไปหาสิ่งติเตียนหรือมีความคิดเห็นเกี่ยวกับผู้พูด แต่ไม่ใส่ใจในสาระ ปล่อยให้เสียงผ่านไป ขณะที่สมองคิดวิจารณ์การแต่งกาย รูปลักษณะของผู้พูด หรือเรื่องอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้อง จึงไม่ได้อะไรจากการฟัง

3.             Interrupting Listeners คนประเภทนี้ ฟังบ้าง แต่ก็ชอบขัดชอบแทรกแซง ไม่รอให้คนอื่นพูดจบ

4.             Analytical Listeners คนประเภทนี้ฟังด้วยความคิดวิเคราะห์ สาระของสิ่งที่ฟัง นำมาวิเคราะห์ว่ามีสาเหตุเช่นไร เช่นข่าวการชุมนุมของกองทัพประชาชน ผู้ฟังประเภทนี้จะพยายามหาเหตุผลของการชุมนุมอย่างรอบคอบทุกมุม จนสามารถคะเนได้ว่าผลของการชุมนุมจะไปทางใด การฟังเช่นนี้เป็นการฟังที่เรียกว่า active listening

5.             Critical Listeners คนประเภทนี้ ฟังไปคิดไป มีความคิดเห็นที่เป็นเหตุผลในเชิงวิเคราะห์ ประสานกับการวิจารณ์ ที่อาศัยความรู้ประสบการณ์ต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจมากขึ้น กว้างและลึกขึ้น เป็นวิธีการของการขยายปัญญา เช่นเรื่องการชุมนุมของกองทัพประชาชน เมื่อเข้าใจเหตุ และคะเนผลได้แล้ว ก็สามารถให้ความคิดเห็นเสริมเพื่อหาทางแก้ไขความขัดแย้งได้เป็นต้น การฟังเช่นนี้เรียกว่า active listening เช่นกัน

การเขียนก็เช่นกัน เมื่อมีเรื่องที่จะเขียน ก็ต้องใช้ทั้ง Analytical และ critical thinking ในการวิเคราะห์ และวิจารณ์ ด้วยเหตุและผล ก็จะได้เนื้อหาที่มีทั้งสาระด้วยจุดมุ่งหมายที่สำคัญ และความประกอบที่ต่อเนื่องเป็นเหตุเป็นผลสอดคล้องกันไปไม่ออกนอกเรื่อง แต่จะขยายความจากมุมกว้างเป็นรายละเอียดที่ห้อมล้อมความหลัก ทั้งอาจทำให้เห็นภาพ ได้ยินเสียง ได้สัมผัสรส ได้รับความรู้สึก หรือได้ยินเสียงจากการบรรยายที่ประจงสรรคำนำความรู้สึกนั้นๆ

สุดท้ายของการบรรยายและสอบถาม คือรายการหลักภาษากว่า ๒๐๐ ข้อที่ครูอาจรย์ภาษาอังกฤษทั้งไทยและเทศจำเป็นต้องรู้ให้แน่ชัดเพื่อถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ได้ถูกต้อง จากนั้นให้โอกาสผู้เข้ารับฟังบรรยายได้ถามเรื่องที่ไม่เข้าใจ พร้อมให้ตัวอย่างจนเป็นที่เข้าใจดี

แล้วก็ถึงวันเดินทางกลับเข้ากรุงเทพ เพราะยังต้องอบรมนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิตอีก ๑ อาทิตย์ คุณณรงค์ศักดิ์และคุณหุย ภรรยา มารับไปรับประทานอาหารทะเลที่ริมหาด ก่อนพากลับเข้ากรุงเทพ บรรยากาศยามเย็นเย็นสบายด้วยสายลมจากทะเลโบกโบยไปพร้อมกับคลื่นเล็กๆที่ทะยอยเข้าแนบฝั่งดังเสียงกระซิบของน้ำ พระอาทิตย์ค่อยๆเคลื่อนคล้อยลงแนบขอบน้ำไกลสุดสายตา เปร่งแสงทาบทาเมฆเป็นสีทองอาบท้องฟ้าหม่นด้วยสีน้ำเงินเข้ม และสะท้อนแสงทองระยิบบนผิวน้ำ อาหารทะเลสดอร่อย ธรรมชาติงาม และการสนทนาที่สนาน ย่อมมีวันสุดสิ้น

ได้รับรายงานจากสายทางกรุงเทพว่า ถนนโดยทั่วเขตดุสิตปลอดโปร่ง การชุมนุมสลายไปโดยสมัครใจ เหมือนหน่ายที่จะต่อต้าน ด้วยกำลังมดหรือจะเท่ากำลังช้างสาร