Get Adobe Flash player

จดหมายเหตุประเทศไทย ๑๑ โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

          “ผมอยากให้อาจารย์ทำงานแบบสบายๆ ไม่ต้องทำทุกวัน มีเวลาไปพักผ่อนท่องเที่ยวบ้างคิดว่าพลตรีศรชัย อยากให้เรารักประเทศไทย เพื่อจะได้ต้องการกลับมาทำประโยชน์ให้ประเทศไทย และการจะรักประเทศไทยได้ ก็คือได้ซึมซับกับความสวยงามของประเทศ ความมหัศจรรย์ของปูชนียสถานและวัตถุที่กษัตริย์ไทยทรงสร้าง และประชาชนไทย จีนผู้มีจิตสำนึกถึงความกตัญญูทั้งมวลแต่อดีตจนปัจจุบัน ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ความมหัศจรรย์เป็นมรดกแก่ประเทศที่ตนถือกำเนิด หรือโยกย้ายถิ่นฐานมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารแต่กาลนาน แต่กระนั้น ความเห็นแก่ประโยชน์ตนของคนไทยหลายคน ก็ไม่อาจเห็นความสำคัญของการทำสิ่งเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติได้ นอกจากอาศัยแผ่นดินกอบโกยสินทรัพย์ แต่เราก็ไม่ได้สัมผัสกับบุคคลเหล่านี้ นอกจากได้ยินจากจอโทรทัศน์เกี่ยวกับเณรคำ หรือนักการเมืองบางคน โดยไม่ใส่ใจ แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

          “ท่านครับ ผมมาถึงแล้วครับ” คุณตุ๊ก คนขับรถของคุณสุพล หลานชายดร.ชวนชื่น นำรถ Mercedes Benz รุ่นใหม่ สีดำขลับราวสีนิล มาจอดรอในบริเวณที่พัก เพื่อพาเราไปชมและไหว้พระในกรุงเทพ รวมทั้งไปร่วมฉลอง “วันแม่” ซึ่งเป็นวันจันทร์ที่ ๑๒ แต่ทุกคนไม่สะดวก จึงจัดเป็นวันอาทิตย์ที่ ๑๑ วัดแรกที่ไปคือวัดพระแก้ว ต่อด้วยบรมราชวัง จนถึงเวลาเลี้ยงโต๊ะจีนแถวเยาวราช ดังที่เล่าไปแล้วฉบับก่อน เมื่ออิ่มหนำสำราญ พี่อรทัย และหลานๆแยกย้ายกันกลับ ส่วนเราไปวัดไตรมิตรที่อยู่ใกล้เพื่อไปไหว้พระพุทธรูปทองคำ

ประวัติสังเขปพระพุทธรูปทองคำ นำมาจากแหล่งที่ไม่มีนามให้อ้างอิง ได้เรียบเรียงใหม่ดังนี้

          ปูชนียวัตถุของโลกอีกชิ้นหนึ่งคือ พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือ พระพุทธรูปทองคำสุโขทัยไตรมิตร เป็นพระพุทธรูปสร้างด้วยทองคำบริสุทธิ์ปางมารวิชัย ในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหากษัตริย์องค์ที่ ๓ แห่งราชวงศ์พระร่วง กรุงสุโขทัย มีหน้าตักกว้าง ๖ ศอก ๕ นิ้ว สูงจากฐานทับเกษตรถึงพระเกตุมาลา ๗ ศอก ๑ คืบ ๙ นิ้ว มีน้ำหนักประมาณ ๕ ตันครึ่ง มีอายุจนถึงปัจจุบันประมาณ ๗๐๐ ปี เป็นพระพุทธรูปทองคำที่มีพระพุทธลักษณะประณีต งดงาม อ่อนช้อย วิจิตรบรรจงเกินกว่าโลกีย์วิสัย ประดิษฐานอยู่ที่วัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพมหานคร มีมูลค่าประมาณ ๒๘.๕ ล้านปอนด์ (บันทึกในหนังสือ กินเนส) หรือ ๔๕.๖ ล้านดอลล่าห์ หรือ ๑,๓๖๘ ล้านบาท

          แต่เดิมพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือพระพุทธรูปทองคำสุโขทัย มีปูนปิดอำพรางไว้ และประดิษฐานอยู่ที่ พระอุโบสถวัดโชตนารามพระอารามหลวง หรือวัดพระยาไกร ที่สร้างในปีพ.ศ. ๒๓๔๔ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ ๓ ในเขตยานนาวา จนถึงสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ ๕ พระอารามหลวงแห่งนี้ได้กลายสภาพเป็นวัดร้าง ไม่มีผู้ปกครองดูแล พระพุทธรูปปูนปั้นองค์นี้ต้องปรักหักพังชำรุดทรุดโทรม ทางบริษัทอีสเอเซียติก จำกัด ได้แสดงความประสงค์ขอเช่าสถานที่วัดโชตนาราม เมื่อได้รับอนุญาติจากทางราชการ ก็ได้รื้อถอนเสนาสนะสงฆ์ เหลือไว้เพียงพระอุโบสถที่มีพระพุทธรูปปูนปั้นและพระพุทธรูปทองสัมฤธิ์ คณะสงฆ์สมัยนั้นจึงมีเถระบัญชานำไปประดิษฐานเก็บรักษาไว้ แล้วในปีพุทธศักราช ๒๔๗๘ นั้นเอง พระมหาเจียม กมโล ได้ไปอัญเชิญพระพุทธรูปปูนปั้นนี้นำมาประดิษฐานรักษาไว้ ณ วัดสามจีน ในเพิงสังกะสี ระหว่างรอการสร้างพระวิหารหลังใหม่ เมื่อสร้างเสร็จ วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๔๙๘ จึงได้ทำพิธีอัญเชิญ โดยที่อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ไม่ทันสมัย ต้องอาศัยแรงงานของประชาชน ในขณะที่กำลังใช้รอกกว้านเชือกยกองค์พระไม่อาจทานน้ำหนักขององค์พระได้ จึงขาด องค์พระตกลงกระทบพื้นคอนกรีต เป็นเหตุให้ปูนปั้นกระเทาะเห็นทองคำส่องแสงเป็นประกายเหลืองอร่าม หลังจากถูกปูนหุ้มไว้เป็นเวลา ๒๐ ปี พระพุทธรูปทองคำจึงได้ปรากฏแก่ชาวโลกในวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๔๙๘ ใกล้กึ่งพุทธกาลหรือ ๒๕ พุทธศตวรรษ ไม่นานได้รับการรับรองเป็นปูชนียวัตถุมหัศจรร์ของโลก และควรที่ชาวไทยจะได้ภูมิใจในกลวิธีที่ชาญฉลาดของบรรพบุรุษไทยที่ง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความลุ่มลึกอย่างเลอเลิศที่สุดในการอนุรักษ์ปกป้องคุ้มครองปูชนียวัตถุมรดกอันล้ำค่านี้ไว้เป็นสมบัติของเผ่าพงษ์ไทยสืบมาและสืบไป ตราบที่ชาวไทยจะถ่ายทอดและสืบสานความภูมิใจในเผ่าพงษ์ไทยและประเทศไทย

          เรามาถึงวัดไตรมิตรที่ต่างไปจากเมื่อหลายปีก่อน ด้วยพระอุโบสถใหญ่และสูงขึ้นกว่าเดิม บันไดขึ้นพระอุโบสถกว้างพอที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เดินขึ้นโดยไม่เบียดเสียด ก่อนเข้าให้ถอดรองเท้าใส่ถุงที่วัดเตรียมไว้ให้ และถือติดตัวไป เพื่อไม่ให้ดูรกและเกลื่อนกราด หรืออาจเพื่อป้องกันการหยิบผิดก็เป็นได้ ภายใน เห็นองค์พระงามยิ่งนัก สายตาขององค์พระมองลงด้วยแววเมตตา และริมฝีปากที่ยิ้มเพียงน้อยแต่ไม่แย้มปาก ไหล่ผายย้อยทอดเนื่องลำแขนที่อ่อนช้อยต่อไปถึงนิ้วมือทั้งห้าที่เรียวงามดังนางรำ มือขวาทอดสู่ขาที่ขัดสมาท มือซ้ายพักไว้อยู่บนตักดูสงบ ผมเดินพินิจรอบองค์ด้วยความพิศวงว่าเมื่อ ๗๐๐ ปีก่อนที่ไม่มีอุปกรณ์ต่างๆที่สถาปนิคหรือวิศวกรปัจจุบันใช้สร้างสิ่งต่างๆ เขาทำได้อย่างไร จึงดูสมส่วนท่วนทั่ว

          ฟ้าคลึ้มฝนมาแต่แรกมาถึง พออกจากอุโบสถ เสียงฟ้าคะนองตามด้วยละอองฝนจนกระหน่ำเหมือนไม่ปราณีใครในที่สุด เราหยุดรอฝนคลายด้วยการเข้าชมพิพิธภัณฑ์หุ่นปั้นประกอบ

๑.ภาพวาดแสดงประวัติการขนย้ายพระพุทธรูปทองคำด้วยรถกะบะ และแรงคนฉุดลาก

๒. การค้าระหว่างประเทศจีนและไทย และ

๓. การโยกย้ายถิ่นฐานของชาวจีนมาเริ่มชีวิตใหม่ในประเทศไทย ทำงานด้วยความสอุตสาหะและสุจริต

แต่ต้นปี ๑๗๘๐ จนปัจจุบันเป็นชุมนุมชาวจีนที่มั่งคั่งตลอดถนนเยาวราชที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศมาเดินซื้อทอง ของที่ระลึก และหาอาหารจีนติดรสกันไปนาน ถึงยามค่ำแสงไฟจากป้ายยาวขนานอาคารเป็นแถวยาวไปตามถนน เป็นภาพที่สร้างอารมณ์คึกคักกับราตรีที่มีชีวิตชีวา จึงไม่น่าสงสัยที่ Chinatown ในกรุงเทพอยู่ในอันดับที่ ๔๗ ของสถานที่น่าเที่ยว ๒๒๒ แห่งในกรุงเทพ

          กรุงเทพ หรือนครใหญ่อื่นๆในโลก ย่อมมีทั้งส่วนดีและไม่ดีคละกัน แต่ส่วนไม่ดีของกรุงเทพนั้นไม่เลวร้ายเหมือนเมืองที่มีภัยคุกคามชีวิตประชาชน บ้านเมืองพังพินาศ สมองของประชานชนมีแต่หาวิธีอยู่ให้รอดไปอีกวัน ไม่มีโอกาสได้ใช้ปัญญา ความสามารถ ที่จะสร้างอนาคตให้ประเทศ หรือแม้แต่ตัวและครอบครัว ยามใดที่ประเทศสงบ ประชาชนอยู่ดีกินดี มีศาสนาเตือนสติ มีจิตคิดสร้างสิ่งประเสริฐให้เกิดแก่ตนและสังคม ความเลวร้ายของบางคนที่ไม่อาจปัดพ้นได้ ไม่อาจขวางทางคนส่วนใหญ่ผู้ฝักใฝ่คิดและสรรสร้างความเจริญให้ประเทศ เป็นผลพลอยได้ให้คนที่ไร้ค่าได้อาศัยหาผลประโยชน์ตน แทนที่จะนั่งปรง สังคมควรร่วมมือแก้ไข เช่นด้วยการเผยแพร่เกียรติคุณของคนที่มีคุณค่าไปทั่วทุกเรือน เพื่อเตือนสติผู้ใหญ่และให้อิทธิพลเด็กได้เห็นชอบต่อการทำสิ่งที่ควร แทนที่จะหลงนิยมวัฒนธรรมชาติอื่นที่เห็นการมั่วสุมเสพยาหรือกาม หรือการฉ่อโกง ทำลายวัฒนธรรมของประเทศ

          เจ็ดอาทิตย์ผ่านไป ภารกิจการสอนเสร็จสิ้น กลับถึงที่พักจากเที่ยววัดไหว้พระ ความรู้สึกว่างเหมือนวัดร้างไร้ชีวิตชีวา เพราะไม่มีบทเรียนให้ตระเตรียมการสอนในอาทิตย์ต่อไป นอกจากจะทำรายงานสรุปปัญหาทางด้านภาษาอังกฤษของนักศึกษา และให้คำแนะนำในการพัฒนาความรู้ต่อไป แล้วพี่สมศักดิ์ พี่ชายคนที่สี่ ก็โทรศัพท์เข้ามาบอกว่าจะให้คนขับรถจะมารับไปอยุธยาเวลา ๘ น. และจะจัดอาหารเช้ากับกาแฟ Nan Arabica จากโรงงานมาให้ ได้เคยดื่มแล้วติดใจมาก

          คืนนั้นจึงได้จัดรายการเที่ยวอุทธยานประวัติศาสตร์อยุธยา และพระราชวังบางปะอิน ไว้พร้อม

          ฉบับหน้าจะไปชมและศึกษาอยุธยา กับพระราชวังบางปะอินกัน