Get Adobe Flash player

ทิศทางสินเชื่อครึ่งปีหลัง มีโอกาสเติบโตดีขึ้น...จากพัฒนาการเชิงบวกของเศรษฐกิจไทย (มองเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3507)

Font Size:

ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2557 เงินให้สินเชื่อสุทธิของ 14 ธนาคารพาณิชย์ไทยอยู่ที่ระดับ 9.59 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 3.71 หมื่นล้านบาทจากเดือนก่อนหน้า หรือเติบโตร้อยละ 7.92 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่เติบโตได้ร้อยละ 8.37 ขณะที่ เงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมอยู่ที่ระดับ 10.96 ล้านล้านบาท ลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันที่จำนวน 6.53 หมื่นล้านบาทจากเดือนก่อนหน้า หรือเติบโตร้อยละ 5.01 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมที่ปรับลดลง สวนทางกับเงินให้สินเชื่อปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทยตึงตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ดังจะเห็นได้จากอัตราส่วนสินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับร้อยละ 90.88 เทียบกับร้อยละ  90.07 ณ สิ้นเดือนเมษายน 2557

 

เมื่อต่อภาพไปถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า พัฒนาการของเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นท่ามกลางแรงหนุนเศรษฐกิจจากหลายภาคส่วน คงช่วยหนุนให้ยอดการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ไทยสามารถพลิกกลับมามีโมเมนตัมที่ดีขึ้นได้เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2557 โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีและสินเชื่อรายย่อยบางประเภท อย่างไรก็ดี ณ ขณะนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประเมินภาพการขยายตัวของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ไทยทั้งปี 2557 อย่างระมัดระวัง โดยคงคาดการณ์ไว้ที่ระดับร้อยละ 5.0 - 7.0 เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อนหน้า แม้มีโอกาสขยับเข้าใกล้กรอบบนมากขึ้น และอาจปรับเพิ่มประมาณการได้หากเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของสินเชื่อที่ชัดเจนในระยะถัดไป ส่วนการแข่งขันระดมเงินฝากของธนาคารพาณิชย์คาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เงินฝากระยะกลางถึงยาวที่ให้ผลตอบแทนจูงใจและสามารถแข่งขันได้ เพื่อบริหารจัดการสภาพคล่องของธนาคารให้เติบโตสอดคล้องกับความก้าวหน้าของสินเชื่อ ซึ่งในที่สุดแล้วคงสนับสนุนให้สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ในองค์รวมช่วงครึ่งหลังของปี 2557 อยู่ในระดับทรงตัวหรือไม่เปลี่ยนแปลงมากนักเมื่อเทียบกับปัจจุบัน

 

สำหรับประเด็นที่ต้องติดตามนอกจากพัฒนาการทางเศรษฐกิจไทย ภาวะค่าครองชีพและระดับราคาสินค้าและพลังงาน เนื่องจากจะมีผลต่อการใช้จ่ายภาคครัวเรือนและการลงทุนของภาคเอกชน ซึ่งผูกโยงกับความก้าวหน้าของสินเชื่อแล้ว ยังต้องจับตามาตรการต่างๆ ของภาครัฐและวิธีการ/ช่องทางการระดมทุนซึ่งจะกระทบต่อทิศทางสภาพคล่องของระบบการเงินไทยในระยะถัดไป