Get Adobe Flash player

สภาพคล่องมี.ค.56 ผ่อนคลายลงจากเดือนก่อนหน้า...แต่อาจตึงตัวขึ้นจากสินเชื่อที่คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง เมื่อเข้าสู่ไตรมาส 2/56 (มองเศรษฐกิจฉบับที่ 3424)

Font Size:

ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2556 ยอดเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สุทธิ ของ 14 ธนาคารพาณิชย์ไทยอยู่ที่ 8.78 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.88 หมื่นล้านบาทจากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ขณะที่ เงินฝาก มีจำนวน 9.49 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.08 แสนล้านบาท ส่วนตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (ซึ่งมีตั๋วแลกเงินเป็นหนึ่งในองค์ประกอบ) ลดลง 3.19 พันล้านบาท มาที่ระดับ 7.81 แสนล้านบาท โดยการเพิ่มขึ้นของเงินฝากที่ลดทอนผลกระทบจากการครบกำหนดของตั๋วแลกเงินแล้ว ยังมากกว่าการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อ ส่งผลให้สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทยผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือน ก่อนหน้า ดังสะท้อนได้จากอัตราส่วนสินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและ เงินกู้ยืมที่ขยับลงมาที่ร้อยละ 88.69 จากเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 89.22 สอดคล้องกับสินทรัพย์สภาพคล่องตามความหมายกว้างที่ปรับเพิ่มขึ้น 1.11 แสนล้านบาท จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 2.69 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2556

                  สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 2/2555 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ไทยน่าจะรักษาโมเมนตัมการเติบโตไว้ได้อย่างต่อ เนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งความต้องการสินเชื่อเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และเพื่อลงทุนขยายกิจการของผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และเอสเอ็มอี ท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่น่าจะสามารถประคับประคองการขยายตัวไปได้ นอกจากนั้น คาดว่า ความต้องการสินเชื่อของกลุ่มลูกค้ารายย่อยทั้งสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสิน เชื่อเพื่อการบริโภคอื่นๆ อาทิ สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบัตรเครดิต ยังคงเป็นแรงส่งการเติบโตของสินเชื่อรวมที่สำคัญ ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประมาณว่าภาพรวมสินเชื่อธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศในไตรมาส 2/2556 น่าจะเติบโตได้ราวร้อยละ 12.0 - 13.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนภาพรวมสินเชื่อทั้งปี 2556 คาดว่าจะเติบโตที่ 10.0 - 13.0% (ค่ากลางเท่ากับ 11.5%) ขณะที่ ธนาคารพาณิชย์คงต้องระดมเงินฝากอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ทั้งเพื่อรักษาสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจหลักและเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดเงินฝากของตนเอง ท่ามกลางความต้องการระดมทุนจากภาคส่วนต่างๆ ที่น่าจะหนาแน่นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความต้องการระดมเงินออมของภาครัฐและภาคเอกชน โดยคาดว่าเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมในไตรมาส 2/2556 น่าจะเติบโตได้ในกรอบคาดการณ์ที่ร้อยละ 11.0 - 12.0 ส่วนภาพรวมทั้งปี 2556 คงเติบโตได้ร้อยละ 8.0 - 12.0 (โดยมีค่ากลางที่ร้อยละ 10)

                  ทั้งนี้ จากทิศทางการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อในไตรมาส 2/2556 ที่มีโอกาสสูงกว่าเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม คงกดดันให้ทิศทางสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทยในช่วงไตรมาส 2/2556 ทยอยตึงตัวขึ้นในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป (หรือทรงตัวเป็นอย่างมาก) เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2556 ส่วนปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในช่วงไตรมาส 2/2556 คงได้แก่ ผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทต่อเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะผลต่อภาคการส่งออก ซึ่งเชื่อมโยงกับความต่อเนื่องของกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศและมาตรการดูแลทิศทางเงินบาทของทางการ เนื่องจากอาจมีผลสืบเนื่องมาถึงการขยายตัวของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์และสภาพคล่องในองค์รวมของระบบการเงินไทยในระยะถัดไป