Get Adobe Flash player

จีนลดค่าเงินหยวน ผลกระทบเบื้องต้นกับไทยยังคงจำกัดจับตาพัฒนาการทางเศรษฐกิจจีนในระยะข้างหน้า (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2649)

Font Size:

 

       การลดค่าเงินหยวนของจีนตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ไม่ได้สร้างความแปลกใจให้แก่ตลาด แต่ก็ถือว่าเป็นการเปิดศักราชใหม่ของท่าทีเชิงนโยบายการจัดการอัตราแลกเปลี่ยนของจีน โดยจะให้อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงของเงินหยวนสอดคล้องกับตลาดมากขึ้น อันซ่อนนัยถึงแนวโน้มการอ่อนค่าในระยะยาวของเงินหยวน ท่ามกลางสถานการณ์ที่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มแข็งค่าจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ฟื้นตัว ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงท่าทีเชิงนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าว สะท้อนถึงความจำเป็นของทางการจีนในการใช้ค่าเงินเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการส่งออก หลังจากทั้งนโยบายการเงินและการคลังเผชิญกับข้อจำกัดทางประสิทธิผลต่อระบบเศรษฐกิจ

        ผลกระทบของเงินหยวนที่อ่อนค่าลงต่อเศรษฐกิจไทยคงผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือ การส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งจีนถือเป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญที่สุดของไทย ทั้งนี้ หากค่าเงินหยวนไม่อ่อนค่าลงอีกอย่างต่อเนื่อง  คาดว่าผลกระทบเบื้องต้นในทั้ง 2 ช่องทางดังกล่าวคงเป็นไปในกรอบที่จำกัด โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยเพิ่มมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้น และคาดว่ามูลค่าการส่งออกของไทยไปจีนตลอดปี 2558 คงจะหดตัวในช่วงร้อยละ (-)5.5 ถึง (-)3.2 จากคาดการณ์เดิมที่หดตัวร้อยละ (-)1.0 ขณะที่ ทิศทางของตลาดนักท่องเที่ยวจีนในช่วงที่เหลือของปี 2558 นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า น่าจะยังเติบโตได้ โดยสังเกตได้ว่า แม้ในช่วงกลางเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง แต่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยยังคงเพิ่มขึ้น ขณะที่ล่าสุด การปรับตัวอ่อนค่าลงของเงินหยวนนั้น โดยเปรียบเทียบแล้วยังอ่อนค่าลงน้อยกว่าการอ่อนค่าของเงินบาทในช่วงที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ภาพรวมทั้งปี 2558 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยประมาณ 7.24 ล้านคน เติบโตประมาณร้อยละ 56.1 เมื่อเทียบกับที่หดตัวร้อยละ 0.3 ในปี 2557

ทั้งนี้  ทิศทางแนวโน้มของค่าเงินหยวนในระยะข้างหน้า คงขึ้นอยู่กับตัวเลขเศรษฐกิจจีน ซึ่งหากยังสะท้อนภาพที่อ่อนแอกว่าที่ตลาดคาด ก็อาจกดดันให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งในกรณีดังกล่าว ผลกระทบต่อการส่งออกและการท่องเที่ยวที่พึ่งพาตลาดจีน ก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นตามลำดับด้วย