Get Adobe Flash player

สถานการณ์ค่าเงินในภูมิภาคผันผวน...อีกโจทย์สำคัญของทางการไทย (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2651)

Font Size:

 

สกุลเงินในภูมิภาคเอเชียต่างเผชิญแรงเทขายอย่างหนักตลอดช่วงกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางความเสี่ยงจากหลายปัจจัยที่ถูกจุดชนวนขึ้นในช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกัน ทั้งในเรื่องความกังวลต่อความเสี่ยงของเศรษฐกิจจีน การดิ่งลงของราคาน้ำมัน ความเปราะบางของแนวโน้มเศรษฐกิจและเครื่องชี้เสถียรภาพต่างประเทศของบางประเทศในเอเชีย รวมถึงการทยอยปรับเปลี่ยนเครื่องมือ/วิธีการดูแลการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ โดยไล่เรียงตั้งแต่การปรับวิธีการกำหนดค่าเงินหยวนอ้างอิงรายวันของทางการจีนให้อิงกับภาวะตลาดมากขึ้น การปรับลดค่าเงินและขยายกรอบการซื้อ/ขายรายวันของเงินด่องโดยทางการเวียดนาม เพื่อรักษาความสามารถทางการแข่งขัน และการประกาศลอยตัวค่าเงินเทงเกของคาซัคสถานหลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ตกต่ำเป็นเวลานาน 

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ค่าเงินริงกิต และเงินรูเปียห์ เผชิญแรงกดดันมากกว่าสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค เนื่องจากภาคการส่งออกของทั้ง 2 ประเทศ ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการดิ่งลงของราคาน้ำมัน/สินค้าโภคภัณฑ์ ขณะที่ ทิศทางเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญก็ยังคงอ่อนแอ นอกจากนี้ ทั้ง 2 ประเทศยังมีประเด็นทางการเมืองที่ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนถดถอยลง ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นตัวแปรที่ทำให้ความเสี่ยงต่อภาวะเงินทุนไหลออกเพิ่มมากขึ้น

ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า สถานการณ์ความปั่นป่วนของสกุลเงินเอเชียในรอบนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่หลายตัวแปรเสี่ยงอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่ และส่งผลกดดันพร้อมๆ กับความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดการเงินโลก ดังนั้น แม้สถานการณ์ค่าเงินบาทของไทย จะยังไม่ได้อยู่ในจุดที่เปราะบางดังเช่นสกุลเงินอื่นๆแต่คงต้องยอมรับว่า พัฒนาการของตลาดการเงินที่ผันแปรไปอย่างรวดเร็ว ก็คงกลายเป็นอีกโจทย์หนึ่งที่ทางการไทยจะต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเช่นกัน