Get Adobe Flash player

Hypermarket ปี’59: คาดโตต่ำเพียงร้อยละ 1.5-2.0 (YoY) ตลาดเผชิญการแข่งขันข้าม Segment ที่รุนแรงขึ้น (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2683)

Font Size:

 

                 ในปี 2559 ธุรกิจค้าปลีก Hypermarket น่าจะยังเป็น Segment ที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมากจากกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน อันเนื่องมาจากกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายยังถูกกดดันอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ค่าครองชีพที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มสูงขึ้น ปัญหาภัยแล้ง รวมถึงราคาพืชผลทางการเกษตรยังคงตกต่ำ อย่างไรก็ดี หากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ออกมาเพื่อช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มนี้ได้ผล ก็อาจจะทำให้กำลังซื้อทยอยปรับตัวดีขึ้น ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงมีมุมมองที่ค่อนข้างระมัดระวังต่อการเติบโตของค้าปลีก Hypermarket ในปี 2559 โดยคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 1.5-2.0 ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว แต่การเติบโตดังกล่าวชะลอลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ที่ขยายตัวถึงร้อยละ 9.2 (การเติบโตเฉลี่ยปี 2553-2555)

                 ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ Hypermarket ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น โดยเฉพาะการแข่งขันข้าม Segment กับบรรดาผู้ค้าปลีกอื่นๆ ที่จับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น 1) Convenience Store ที่มีการปรับตัวกันอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนเมือง ซึ่งผู้บริโภคเน้นความรวดเร็วและสะดวกสบาย 2) ร้านค้าปลีกดั้งเดิม อาทิ ตลาดนัดชุมชน ตลาดธงฟ้า ซึ่งไม่เพียงแต่เน้นขายสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีราคาถูกเพียงอย่างเดียว แต่ร้านค้าปลีกกลุ่มนี้ต่างพยายามปรับตัวและต่างรุกคืบเข้ามาช่วงชิงฐานกำลังซื้อกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้กลยุทธ์ทั้งทางด้านราคาและการเข้าถึงแหล่งที่อยู่อาศัยเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภค กล่าวคือ ผู้บริโภคไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางและหาพื้นที่จอดรถ แต่ร้านค้าปลีกดั้งเดิมเหล่านี้ต่างรุกเข้าไปบริการผู้บริโภคถึงที่ และยังมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ ที่ถี่ขึ้น อีกทั้งยังมีสินค้าแบรนด์อื่นๆ ที่ไม่ใช่สินค้า National Brand (สินค้าแบรนด์ทั่วไปที่เป็นที่รู้จักของผู้บริโภค) มาเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากขึ้น อาทิ สินค้าอุปโภคบริโภคของผู้ผลิตเอสเอ็มอีรายย่อย ซึ่งอาจจะมีราคาที่ถูกกว่า เนื่องจากไม่มีค่าการทำการตลาด เป็นต้น

                 ดังนั้น ท่ามกลางภาวะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงขาดแรงส่ง อีกทั้งบรรดาผู้ประกอบการในแต่ละ Segment ที่เน้นจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเช่นเดียวกับผู้ประกอบการ Hypermarket ต่างก็หันมาทำกลยุทธ์ทางด้านราคากันอย่างเข้มข้น ส่งผลให้ท้ายที่สุด การแข่งขันทางด้านราคาของสินค้ากลุ่มดังกล่าวอาจจะไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ถึงกระนั้นศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ในปี 2559 กลยุทธ์การแข่งขันทางด้านราคายังคงมีความจำเป็นและน่าจะดึงดูดผู้บริโภคได้ในระดับหนึ่ง แต่การทุ่มเม็ดเงินทำการตลาดนั้นจำเป็นต้องวิเคราะห์จังหวะและเล็งผลที่รอบคอบรัดกุม นอกจากนี้ ผู้ประกอบการ Hypermarket จะชูจุดขายทางด้านราคาเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นหรือจูงใจให้ผู้บริโภคเลือกใช้จ่ายผ่านร้านค้าของตนเอง ผู้ประกอบการอาจจะต้องตระหนักว่า ทำอย่างไรถึงจะสามารถช่วยอำนวยความสะดวกหรือลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้บริโภคได้มากขึ้น หรือทำให้ผู้บริโภครู้สึกคุ้มค่าคุ้มราคากับรายจ่ายที่ถูกใช้ไปได้มากที่สุด โดยโมเดลที่เลือกใช้อาจจะมีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่นั้นๆ