Get Adobe Flash player

สินเชื่อเดือน พ.ย.58 ปรับขึ้นสูงสุดในรอบ 23 เดือน ...ขณะที่เงินฝากชะลอตัวสวนทาง ส่งผลให้สภาพคล่องตึงขึ้นตามคาด (มองเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3594)

Font Size:

 

            ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2558 เงินให้สินเชื่อสุทธิของธนาคารพาณิชย์ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 1.42 แสนล้านบาท สูงสุดในรอบ 23 เดือน หรือ 1.39%MoM และเพิ่มขึ้น 3.90%YoY และ 2.48%YTD นำโดยสินเชื่อเอสเอ็มอีจากมาตรการซอฟท์โลนของภาครัฐขณะที่ เงินให้สินเชื่อแก่ภาคธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อลูกค้ารายย่อยซึ่งฟื้นตัวดีขึ้น ขณะที่ เงินฝากชะลอตัวลงเล็กน้อยหลังจากที่ดีดตัวขึ้นกว่าแสนล้านบาทในเดือนก่อน โดยลดลง 1.20 หมื่นล้านบาท หรือ -0.11%MoMแต่เพิ่มขึ้น 2.63%YoY และ 0.94%YTD โดยเงินฝากที่ลดลง ยังคงสะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

            ส่วนสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์เดือน พ.ย.2558 ขยับตึงขึ้นเล็กน้อยโดยสัดส่วนเงินให้สินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (LTD+Borrowing Ratio) ขยับขึ้นมาที่ระดับ 86.89% จากระดับ 85.69% ณ สิ้นเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ดีระดับสภาพคล่องดังกล่าว แม้จะมีทิศทางที่ตึงขึ้นตามความต้องการเบิกใช้สินเชื่อที่เร่งขึ้นในช่วงปลายปี แต่ยังคงเป็นระดับที่ผ่อนคลายกว่าสิ้นปีที่ผ่านมา

            สำหรับทิศทางสภาพคล่องธนาคารพาณิชย์ไทยปี 2559 คาดตึงตัวขึ้นสอดคล้องกับสภาพคล่องในระบบการเงินไทย จากหลายปัจจัยกระทบไม่ว่าจะเป็น 1) การปรับสถานะการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติภายใต้สมมติฐานธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2559 อย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยทรงตัวต่อเนื่อง และ 2) ความต้องการระดมเงินทุนจากการภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งวัดจากการระดมทุนผ่านตราสารหนี้สุทธิจากการชำระคืนและการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อน อย่างไรก็ดี แม้ว่าสภาพคล่องของระบบการเงินไทยจะมีทิศทางตึงตัวขึ้น แต่เชื่อว่าแต่ละธนาคารพาณิชย์คงสามารถบริหารสภาพคล่องของตนเองในแต่ละช่วงเวลาได้โดยไม่กระทบต่ออัตราดอกเบี้ยตามประกาศของธนาคาร เนื่องจากธนาคารยังมีหลายเครื่องมือในการบริหารสภาพคล่องไม่ว่าจะเป็นตลาด Interbank ตลาดซื้อคืนพันธบัตร พันธบัตรธปท.ที่อยู่ในมือธนาคารพาณิชย์ และการออกแคมเปญเงินฝากพิเศษในจังหวะที่ต้องการสภาพคล่องเพิ่มเติมหรือเพื่อชดเชยเงินฝากประจำที่ครบกำหนด

            ส่วนปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามเพราะอาจมีผลต่อความต้องการสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์และการออกแคมเปญเพื่อระดมเงินฝากของแต่ละธนาคารในปี 2559 คงได้แก่ 1) การบังคับใช้หลักเกณฑ์การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง (Liquidity Coverage Ratio: LCR) ตามมาตรฐาน Basel III ตั้งแต่ปี 2559 - 2563 2) ความก้าวหน้าของสินเชื่อที่คงขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของภาคการส่งออกและความก้าวหน้าของการลงทุนภาครัฐ และ 3) การลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากเหลือ 1 ล้านบาทในเดือนส.ค.2559