Get Adobe Flash player

เลื่อนลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก ...เพิ่มระยะเวลาการปรับตัวของผู้ฝากรายย่อย (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2728)

Font Size:

 

-      การตัดสินใจทยอยลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากสู่ระดับ 1 ล้านบาทภายในปี 2563 จากเดิมที่จะเกิดขึ้นในปี 2559 นี้ สะท้อนเจตนารมณ์ของภาครัฐในการคุ้มครองผู้ฝากเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ฝากเงินโดยเฉพาะผู้ฝากเงินรายย่อยสามารถทยอยปรับตัวเพื่อรองรับวงเงินคุ้มครองเงินฝากที่ระดับ 1 ล้านบาท ได้อย่างมีความพร้อม เนื่องจากผู้ฝากเงินรายย่อยที่เป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศยังมีทางเลือกในการออมเงินค่อนข้างจำกัดกว่าผู้ฝากเงินประเภทอื่นๆ ซึ่งการยืดระยะเวลาลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากออกไปอีกระยะหนึ่งนั้น คงจะช่วยสนับสนุนให้ผู้ฝากเงินรายย่อยสามารถเข้าถึงและจัดสรรเงินออมสู่ผลิตภัณฑ์ทางการออมอื่นๆ ได้เพิ่มเติมจากปัจจุบัน และช่วยให้สถาบันคุ้มครองเงินฝากสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ด้านการสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ผู้ออม

-      นอกจากนั้น อีกหนึ่งในวัตถุประสงค์การจัดตั้งสถาบันคุ้มครองเงินฝาก คือ การลดภาระทางการคลังในการเข้าช่วยเหลือผู้ฝากเงินหากเกิดปัญหาวิกฤตการณ์สถาบันการเงิน กระนั้นก็ดี ในปัจจุบันประเทศไทยยังคงห่างไกลกับการเกิดวิกฤตการณ์สถาบันการเงินเช่นเดียวกับปี 2540 อีกทั้งฐานะทางการคลังของไทยยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่ง ดังนั้น ทางการไทยจึงไม่เผชิญแรงกดดันทางการคลังและสามารถสนับสนุนสถาบันคุ้มครองเงินฝากในการขยายความคุ้มครองเงินฝากได้

-      หากเทียบกับต่างประเทศแล้ว ถึงแม้ไทยจะลดวงเงินคุ้มครองมาที่ 15 ล้านบาทต่อรายต่อสถาบันการเงินในเดือนสิงหาคม 2559 แต่ก็ยังถือเป็นระดับที่สูงกว่าหลายประเทศ โดยอยู่ที่ระดับ 72.8 เท่า ของรายได้ต่อหัวของประชากร แม้จะลดลงจากระดับ  121.4 เท่า ในกรณีคุ้มครองเงินฝากที่ 25 ล้านบาท นอกจากนั้น ณ ระดับความคุ้มครองที่ 15  ล้านบาทต่อราย ยังครอบคลุมจำนวนบัญชีเงินฝากกว่า 99.9% ของจำนวนบัญชีเงินฝากทั้งหมดของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเพียงพอต่อการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ฝากเงินไทยในระยะถัดไป

-     ส่วนผลจากการยืดระยะเวลาคุ้มครองเงินฝากออกไปต่อธนาคารพาณิชย์นั้น คงจะไม่กระทบต่อผลการดำเนินงานและสภาพคล่องของธนาคาร แต่จะช่วยลดแรงกดดันเกี่ยวกับการโยกย้ายเงินฝากของกลุ่มลูกค้าระดับสูงและความเข้มข้นในการแข่งขันด้านราคาเงินฝากเพื่อแย่งชิงฐานลูกค้าระดับสูงของธนาคารพาณิชย์ให้ลดทอนลงจากเดิม