Get Adobe Flash player

วันหยุดยาว การทำตลาดเข้มข้นหนุนคนไทยเที่ยวนอกครึ่งแรกของปี... คาดภาพรวมตลาดตลอดทั้งปี’59 ยังขยายตัว (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2731)

Font Size:

 

         ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ตลาดคนไทยเที่ยวต่างประเทศในปี 2559 น่าจะยังขยายตัว ด้วยบรรยากาศของตลาดเติบโตเป็นบวกตั้งแต่ต้นปี ประกอบกับซีซั่นการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลและวันหยุดยาว อีกทั้งการทำการตลาดของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ธุรกิจทัวร์ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจสายการบิน ธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ สถาบันการเงิน/ บัตรเครดิต เป็นต้น

          โดย “ญี่ปุ่น” ยังคงเป็นปลายทางท่องเที่ยวยอดฮิตของคนไทยในปีนี้ กอปรกับผู้ประกอบการมีการทำการตลาดกระตุ้นคนไทยเที่ยวญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปี 2559 คาดว่า จะมีคนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นจำนวน 8.5-9.0 แสนคน ส่วนปลายทางอันดับรองลงมา คือ ประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากเป็นปลายทางระยะใกล้ มีความสะดวกสบายเรื่องการเดินทางและวีซ่า ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องควรรุกนำเสนอขายผลิตภัณฑ์/บริการเพิ่มเติม ซึ่งสามารถตอบโจทย์ลูกค้าไม่ว่าจะเป็นชาวไทย (กลุ่มคนไทยรุ่นใหม่และสถาบันการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับอาเซียน)และชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวไทยและต้องการเดินทางเชื่อมต่อไปท่องเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สปป.ลาว เวียดนาม เมียนมา กัมพูชา เป็นต้น ทั้งนี้ ในปี 2559 คาดว่า จะมีคนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศในภูมิภาคอาเซียนจำนวน 4.0-4.5 ล้านคน

          ขณะที่ แหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาคยุโรปเป็นอีกหนึ่งปลายทางที่คนไทยนิยม เช่น สหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส เป็นต้น โดยในปีนี้ มองว่า ตลาดคนไทยเที่ยวยุโรปในปีนี้น่าจะขยายตัว ด้วยแรงหนุนเรื่องการแข่งขันของธุรกิจสายการบิน (เช่น โปรโมชั่นด้านราคา ธุรกิจโลว์คอสต์แอร์ไลน์ของยุโรปขยายเส้นทางการบินมายังประเทศไทย เป็นต้น) ทำให้ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินมีให้เลือกหลายระดับราคา จึงช่วยดึงดูดลูกค้าทั้งกลุ่มเดินทางไปท่องเที่ยวครั้งแรกและกลุ่มท่องเที่ยวซ้ำ

          จากปัจจัยแวดล้อมข้างต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในปี 2559 จะมีคนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศประมาณ 7.4 ล้านคน หรือเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 6.0 อย่างไรก็ดี ในภาวะปัจจุบันผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องควรติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด เช่น ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ (สถานการณ์การก่อการร้ายในต่างประเทศ) ภัยธรรมชาติที่อาจจะกระทบต่อบรรยากาศและแผนการเดินทางท่องเที่ยว รวมถึงการเคลื่อนไหวของค่าเงินที่อาจส่งผลต่อการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวและต้นทุนการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ