Get Adobe Flash player

ตลาดเน็ตบ้านแข่งขันเดือด เพื่อแย่งชิงเค้กในปี ’59 กว่า 5 หมื่นล้านบาท (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2746)

Font Size:

 

        แม้บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย(หรือเน็ตมือถือ) กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก แต่ก็ไม่สามารถตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตออนไลน์ของผู้บริโภคในปัจจุบันได้ เพราะทุกวันนี้ผู้บริโภคนิยมใช้บริการคอนเทนท์ เช่น การชมภาพยนตร์ออนไลน์ ดูซีรี่ส์หรือรายการทีวีออนไลน์ในรูปแบบความคมชัดสูง เป็นต้น สะท้อนได้จากปริมาณข้อมูลใช้งานโดยรวม (รวมทั้งเน็ตมือถือและเน็ตบ้าน) ซึ่ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในปี 2559 จะเพิ่มขึ้นเป็น 275,383 เทระไบต์ต่อเดือน สูงกว่าปี 2556 ที่ข้อมูลใช้งานอยู่ที่ 80,553 เทระไบต์ต่อเดือน ราว 2.4 เท่า ส่งผลให้ความต้องการดังกล่าวถ้าตอบสนองด้วยเน็ตมือถือ ผู้บริโภคอาจจะต้องจ่ายค่าบริการค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับการใช้งานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตแบบมีสาย (หรือเน็ตบ้าน) ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น เน็ตบ้านยังคงมีความสำคัญ เพราะให้ความเร็วในการดาวน์โหลดสูงและมีความเสถียรในการรับส่งข้อมูล อีกทั้งผู้บริโภคยังใช้งานข้อมูลได้อย่างไม่จำกัด ส่งผลให้ค่าบริการเน็ตบ้านถูกกว่าเน็ตมือถือ

        นอกจากนี้ ปัจจุบันตลาดเน็ตบ้านยังมีความน่าสนใจมากขึ้น จากการเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ ที่ชูจุดขายเรื่องการเชื่อมต่อผ่านใยแก้วนำแสง ส่งผลให้มีความเร็วในการให้บริการสูงกว่า ADSL ถึง 40 เท่า ส่งผลให้ผู้ให้บริการรายเดิมต้องมีการปรับตัว ทั้งการใช้กลยุทธ์ด้านราคาและการสร้างความแตกต่างของบริการ เพื่อรักษาและช่วงชิงฐานลูกค้า

        จากภาวะการแข่งขันดังกล่าว ผลดีย่อมตกแก่เงินในกระเป๋าของผู้บริโภค ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ในระยะกลาง (2560-2561) การเปลี่ยนผ่านจากเทคโนโลยี ADSL สู่เทคโนโลยีใยแก้วนำแสง จะทำให้ค่าบริการเน็ตบ้านต่อความเร็วดาวน์โหลดน่าจะลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 54.8 เมื่อเทียบกับค่าบริการ ADSL

        นอกจากนี้ จากปัจจัยสนับสนุนดังกล่าว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า มูลค่าตลาดเน็ตบ้านในปี 2559 น่าจะอยู่ที่ 52,839-54,908 ล้านบาท หดตัวเล็กน้อยร้อยละ -2.9 ถึงขยายตัวร้อยละ 1.2 จากปี 2558 ที่ขยายตัวร้อยละ 11.4 และมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 54,231 ล้านบาท สาเหตุที่หดตัวมาจากการใช้กลยุทธ์ด้านราคาอย่างหนักหน่วงของผู้ให้บริการ เพื่อแย่งชิงลูกค้าระหว่างกัน อีกทั้ง คาดว่า ค่าบริการเน็ตบ้านเฉลี่ยรายเดือน ในปี 2559 น่าจะอยู่ที่ 606.7 บาทต่อราย ลดลงอย่างต่อเนื่องร้อยละ -1.9 จากปี 2558 ที่ค่าบริการอยู่ที่ 618.3 บาท ต่อราย