Get Adobe Flash player

ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ครึ่งปีหลัง…เผชิญความท้าทายในการประคองรายได้และบริหารคุณภาพสินทรัพย์ (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2768)

Font Size:

แนวโน้มผลประกอบการธนาคารพาณิชย์ครึ่งหลังของปี 2559...รายได้ดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารพาณิชย์ ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง จากความพยายามบริหารจัดการต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายของธนาคาร ด้วยการดูแลเงินฝากให้เติบโตสอดคล้องกับความต้องการสภาพคล่องทางการเงินภายใต้ต้นทุนทางการเงินที่เหมาะสม ทำให้เงินฝากในปี 2559 อาจเติบโตค่อนข้างจำกัดหรือขยายตัวได้เพียง 3.0% เทียบกับปีก่อน ขณะที่ เงินให้สินเชื่อมีโอกาสเติบโตสูงกว่าเงินฝากที่ระดับ 4.0% นอกจากนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า แม้ธนาคารพาณิชย์จะเผชิญแรงกดดันจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงขาเดียวในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่การบริหารต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายอย่างรัดกุม คงทำให้อัตราส่วนผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายไดสุทธิ (NIM) ของธนาคารพาณิชย์ (10 แห่ง) ในช่วงครึ่งหลังของปี จะมีโอกาสทรงตัวอยู่ที่ระดับ 3.15 – 3.18% ซึ่งใกล้เคียงกับช่วง 6 เดือนแรกของปีที่ระดับ 3.18%

รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิของธนาคารครึ่งปีหลัง...อาจเติบโตได้ใกล้เคียงกับครึ่งแรกที่ 4.2% จากการเติบโตของธุรกรรมบัตรเครดิตและธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นจากการใช้จ่ายในช่วงท้ายปีและความนิยมของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ส่วนการเดินหน้าของโครงการพร้อมเพย์ (PromptPay) ในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2559 อาจยังกดดันรายได้ค่าธรรมเนียมในปี 2559 ไม่มากนัก แต่ผลกระทบในปี 2560 จะขึ้นอยู่กับอัตราการยอมรับนวัตกรรม (Adoption rate) ซึ่งคาดว่า Adoption rate ที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 10% จะมีผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมลดลงราว 0.5% ของรายได้ค่าธรรมเนียมรวมของธนาคาร หรือหาก Adoption rate อยู่ที่ 30 – 60% จะกระทบต่อรายได้ค่าธรรมเนียม 1.5 – 3.0%

ส่วนสถานการณ์หนี้เสีย...คาดสัดส่วน NPLs ยังขยับขึ้นแต่ในอัตราที่ชะลอลง เนื่องจากธนาคารพาณิชย์เข้าดูแลและช่วยเหลือลูกค้าที่มีความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมNPLs ในภาพรวม ทำให้ทิศทางการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นในอัตราชะลอลง สอดคล้องกับแนวโน้ม NPLs ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงประเมินว่าทิศทางCredit Cost (อัตราส่วนสำรองต่อเงินให้สินเชื่อเฉลี่ย) ของธนาคารพาณิชย์จะมีแนวโน้มปรับลดลงจากระดับ 1.5% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 มาที่ระดับ 1.3% ในครึ่งหลังของปี