Get Adobe Flash player

ดิจิทัลเทคสตาร์ทอัพไทย ขยายตัวสู่โมเดลที่หลากหลาย...แนะร่วมทุนกับบริษัทขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มโอกาสสู่ความสำเร็จ (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2783)

Font Size:

ปัจจุบัน ธุรกิจดิจิทัลเทคสตาร์ทอัพในประเทศไทยมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านจำนวนธุรกิจ รวมไปถึงรูปแบบการทำธุรกิจที่มีการขยายไปยังธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น จากแต่เดิมที่มีแต่การซื้อขายสินค้าออนไลน์ (E-Commerce) เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจากการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า ธุรกิจดิจิทัลเทคสตาร์ทอัพไทยที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในกลุ่มผู้ประกอบการ 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค (Lifestyle) 2) ธุรกิจให้บริการทางด้านธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ (FinTech) และ 3) ธุรกิจให้บริการซอฟต์แวร์ด้านการบริหารจัดการองค์กรทางออนไลน์ (Enterprise) ซึ่งมีสัดส่วนราวร้อยละ 32.0 ร้อยละ 22.7 และร้อยละ 16.0 ของจำนวนธุรกิจดิจิทัลเทคสตาร์ทอัพไทยทั้งหมด ตามลำดับ ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังมองว่า โมเดลธุรกิจทั้ง 3 กลุ่มดังกล่าว น่าจะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคหรือผู้ใช้งานมากที่สุดในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า

         ทั้งนี้ จากการที่ธุรกิจดิจิทัลเทคสตาร์ทอัพในประเทศไทยมีการขยายตัวไปยังโมเดลธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้นนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า น่าจะมาจากปัจจัยผลักดันหลักอยู่ 3 ประการ ได้แก่ ผู้ประกอบการรายใหม่มีการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคไทยยุคดิจิทัลให้ดีขึ้น การร่วมสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนธุรกิจดิจิทัลเทคสตาร์ทอัพโดยภาครัฐและภาคเอกชน และการสังเคราะห์และวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อสร้างโมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ ที่มีความเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมมากขึ้น

         อย่างไรก็ดี ธุรกิจดิจิทัลเทคสตาร์ทอัพในไทยโดยรวมยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ซึ่งยังอยู่ในช่วงพัฒนาความพร้อมในด้านระบบนิเวศหรือสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการคิดค้นและประกอบธุรกิจดิจิทัลเทคสตาร์ทอัพใหม่ๆ โดยมีสัดส่วนของการหยุดดำเนินธุรกิจและออกไปจากตลาดมากกว่าสัดส่วนของการอยู่รอดของธุรกิจหรือประสบความสำเร็จ เนื่องจากกลุ่มผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจมากนัก และอาจขาดสภาพคล่องทางด้านการเงินในกรณีที่ไม่ได้รับเงินทุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถต่อยอดไอเดียใหม่ๆ ที่มี เพื่อนำไปประกอบธุรกิจในเชิงพาณิชย์ได้ในระยะยาว ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า หากธุรกิจดิจิทัลเทคสตาร์ทอัพซึ่งมีจุดเด่นทางด้านการมีไอเดียที่แปลกใหม่และสร้างสรรค์ สามารถร่วมทุนหรือร่วมมือทางธุรกิจกับกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่ประกอบธุรกิจดั้งเดิม ก็น่าจะทำให้ธุรกิจดิจิทัลเทคสตาร์ทอัพมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากขึ้น เพราะบริษัทขนาดใหญ่ดังกล่าวมักมีความพร้อมทางด้านเงินทุน บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารงาน หรือแม้แต่ความพร้อมด้านฐานข้อมูลลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจเป็นจำนวนมาก