Get Adobe Flash player

สินเชื่อสุทธิเดือน ก.ย. 2560 ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย จากแรงกดดันการชำระคืนสินเชื่อรายใหญ่ ขณะที่เงินฝากปรับตัวลดลง (มองเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3709)

Font Size:

เงินให้สินเชื่อสุทธิในระบบธนาคารพาณิชย์ไทย เดือน ก.ย. 2560 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเล็กน้อย 1.1 หมื่นล้านบาท เป็น 10.726 ล้านล้านบาท ทำให้อัตราเพิ่มจากระยะเดียวกันปีก่อนชะลอลงมาที่ 2.15% YoY เทียบกับระดับ 2.78% YoY ในเดือน ส.ค. 2560 และตัวเลขคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ 4.0% ทั้งนี้ เป็นผลหลักจากการชำระคืนสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ในธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ท่ามกลางภาวะที่สินเชื่อเอสเอ็มอียังชะลอตัว และสินเชื่อรายย่อยมีทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งทำให้สินเชื่อในกลุ่มธนาคารขนาดเล็กมีอัตราเติบโตดี ส่วนสินเชื่อในกลุ่มธนาคารขนาดกลางค่อนข้างทรงตัว   

ขณะที่ภาพรวมเงินฝาก ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อน 1.7 หมื่นล้านบาท เป็น 11.70 ล้านล้านบาท แต่เพิ่มขึ้น 4.91% YoY และ 3.01% YTD โดยการลดลงส่วนใหญ่กระจายไปทุกกลุ่มธนาคาร ยกเว้นในบางธนาคารที่มีสภาพคล่องต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับการออกผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษใหม่ในเดือนนี้ ที่มีจำนวนน้อยกว่าเงินฝากที่ครบกำหนด ทั้งนี้ ธนาคารดูแลระดับเงินฝากให้พอเหมาะกับความต้องการสินเชื่อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน ไม่ให้เป็นภาระต่อผลการดำเนินงานของธนาคารในไตรมาสที่ 3 ท่ามกลางสถานการณ์ด้านภาระการกันสำรองหนี้เสีย (Credit Cost) ที่ยังทรงตัวจากระดับหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่มีทิศทางเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งส่งผลให้สภาพคล่องของระบบธนาคารตึงตัวขึ้นสูงสุดในรอบปีนี้ โดยสัดส่วนเงินให้สินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (LTD+Borrowing Ratio) ในเดือน ก.ย. 2560 ปรับขึ้นมาที่ 91.23% จากระดับ 90.59% ในเดือน ส.ค. สอดคล้องกับอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องต่อสินทรัพย์รวมที่ปรับลดลงเป็นระดับ 21.52% จาก 21.63% ในเดือนก่อนหน้า

สำหรับแนวโน้มในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ แม้จะมีสัญญาณการฟื้นตัวขึ้นจากสินเชื่อโครงการของธุรกิจรายใหญ่ที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ และโอกาสการฟื้นตัวของสินเชื่อเอสเอ็มอี ประกอบกับความต้องการสินเชื่อรายย่อยที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล แต่ยังต้องติดตามว่าการฟื้นตัวดังกล่าว จะเพียงพอชดเชยการชะลอตัวที่เกิดขึ้นในช่วง 3 ไตรมาสก่อนหน้าเพียงใด ซึ่งจะบ่งชี้ว่าการขยายตัวของสินเชื่อจะปรับตัวดีขึ้นได้ตามคาด และสอดคล้องกับแนวโน้มจีดีพีที่ดีกว่าที่คาดไว้หรือไม่

ส่วนด้านเงินฝาก ไม่น่าจะเป็นประเด็นที่สร้างแรงกดดันต่อสภาพคล่องของธนาคาร แม้ว่าในช่วงไตรมาสสุดท้าย จะมีผลิตภัณฑ์การออมอื่นที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเข้ามาเป็นคู่แข่งก็ตาม โดยคาดว่า ธนาคารพาณิชย์จะบริหารการเติบโตของเงินฝาก ให้อยู่ในระดับเพียงพอกับความต้องการสินเชื่อ แต่ไม่เป็นภาระต่อต้นทุนทางการเงิน เพื่อประคองภาพรวมผลการดำเนินงานที่ดี