Get Adobe Flash player

เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบกว่า 3 ปี...จับตาอีกหลายปัจจัยที่ยังมีความไม่แน่นอน (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2893)

Font Size:
เงินบาทแข็งค่าขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี เข้าใกล้ระดับ 32.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นระดับที่แข็งค่าที่สุดในรอบกว่า 3 ปี สอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ยังคงไร้ปัจจัยสนับสนุนที่มีนัยสำคัญ แม้ว่าในปีนี้จะเป็นปีที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังคงทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นท่าทีที่แตกต่างไปจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยของไทยซึ่งมีโอกาสทรงตัวที่ระดับ 1.50% ในช่วงเวลาส่วนใหญ่ของปี 2561
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การเคลื่อนไหวในกรอบที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่องของเงินบาทตั้งแต่ช่วงวันทำการแรกๆ ของปี 2561 (ซึ่งล่าสุด เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 3 ปี 3 เดือนที่ 32.22 บาทต่อดอลลาร์ฯ) เป็นภาพที่สอดคล้องกับกระแสเงินทุนไหลเข้า ซึ่งน่าจะได้รับอานิสงส์ต่อเนื่องมาจากมุมมองเชิงบวกต่อปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
สถานการณ์ดังกล่าวข้างต้นตอกย้ำว่า ความผันผวนของทิศทางค่าเงินบาทในระหว่างปี ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะแม้ว่า จุดสนใจหลักๆ ของตลาดการเงินในปี 2561 จะยังคงอยู่ที่สัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกของเงินดอลลาร์ฯ แต่คงต้องยอมรับว่า การที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ จะกลับขึ้นไปอยู่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยนั้น อาจจะไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่มีผลต่อกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในปีนี้ แต่คงจะต้องจับตาปัจจัยอื่นๆ ในระหว่างปีด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะยอดการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของเงินบาท รวมถึงความไม่แน่นอนของ จังหวะเวลา” (ไม่ใช่ จำนวนครั้ง”) ของการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ความผันแปรของประเด็นทางการเมืองภายในสหรัฐฯ ตลอดจนเหตุการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศ ดังนั้น การเลือกใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (อาทิ สัญญาฟอร์เวิร์ด ออปชั่น และการเปิดบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ) ที่เหมาะสม อาจช่วยให้ภาคธุรกิจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกรรมระหว่างประเทศ สามารถจัดการกับกระแสรายรับและบริหารต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ที่ผันผวนของค่าเงินบาทในปีนี้ ที่อาจมีภาพไม่แตกต่างไปจากปีที่ผ่านมา