Get Adobe Flash player

ทนายมีหน้าที่อะไรกันบ้าง

Font Size:

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน! ฉบับนี้เป็นฉบับที่ครบ100สัปดาห์ของ JC Law Corner แล้วนะครับ ดูเหมือนว่าเพิ่งผ่านไปเมื่อวานนี้เองครับ ตั้งแต่ผมเริ่มเขียนบทความจนถึงตอนนี้ ใช่แล้วครับตอนนี้เราอยู่ที่อาทิตย์ที่ 100 แล้ว ... ว้าว! เพื่อเป็นการระลึกถึงบทความที่ผ่านมา ผมจึงขอนำเสนอ บทความที่แตกต่างกันเล็กน้อยในสัปดาห์นี้ครับ สัปดาห์นี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคลของผมครับ เกี่ยวกับการเป็นทนายความ แม้ว่าทุกคนมีความเห็นส่วนตัวอยู่แล้ว แต่ผมต้องการที่จะทำให้คุณมีมุมมองผ่านสายตาของผม ในฐานะนักกฎหมาย ผมต้องการที่จะแบ่งปันประสบการณ์บางอย่างกับทุกท่าน และเพื่อให้คุณเหลือบไปมองว่าการเป็นทนายความเป็นเช่นไร

ทำไมทนายความถึงได้รับแต่คำตำหนิ


ส่วนใหญ่ทนายความเป็นคนดีนะครับ แม้ผมไม่ทราบว่าเกี่ยวกับคนอื่น ๆ ว่าเป็นอย่างไร แต่ผมมาเป็นทนายความเพราะผมต้องการที่จะช่วยเหลือ้ผู้คน ที่จริงผมคิดว่า ทนายความบางทีจะ ได้รับความไม่พึงพอใจและได้รับคำตำหนิที่ออกจะเกินจริงไปบ้างจากลูกความ มีคนมากมายที่เอาเรื่องเกี่ยวกับทนายมาพูดเป็นเรื่องตลกนะครับ  เช่นเดียวกับเรื่องที่ผมจะเล่าให้ฟังนี้นะครับ เพื่อนทนายความของผมคนหนึ่งพูดว่า  'เฮ้ โจ': นายว่าอะไรคือความแตกต่างระหว่างทนายความกับยุง ? ' ผมตอบว่า "ไม่รู้สิ. อะไรล่ะ?" เพื่อนผมตอบว่า: "เมื่อนายตาย ยุงจะหยุดดูดเลือดของนายแล้วก็บินจากไป" ฮ่า ๆ ๆ ๆ ! อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิดนะครับ ... ทนายความส่วนมากเป็นคนตลกครับ (คุณต้องเป็นคนมีอารารมณ์ขันบ้างครับ ชีวิตไม่ควรจะเคร่งเครียดเกินไป) อาจจะมีบางครั้งที่ผมกังวลว่าเรื่องตลกของทนายความจะกลายเป็นผลลบจากมุมที่คนอื่นมองมา  ใครจะรล่ะครับู ? เราลองมาดูเหตุผลที่คนทั่วๆไปอาจจะไม่ชอบทนายความกันครับ

เหตุผลที่ (1): แอปเปิ้ลเน่าลูกเดียวก็พาเจ๊งทั้งพวง - บางครั้งบางคราว ที่ผ่านมาทนายความบาง

คนทำบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ดีและคนทั่วไปก็เหมารวามไปว่าทนายเป็นอย่างนั้นทั้งหมด เหมือนคำโบราณที่ว่า แอปเปิ้ลเน่าลูกเดียวก็พาเจ๊งทั้งพวง ดังนั้น 'ทนายความไม่ใช่ว่าจะเป็นคนไม่ดีทั้งหมดนะครับ; แค่เพียงบางคนเท่านั้นที่พาเราที่เหลือเสียชื่อกันหมด อย่าตัดสินว่าทนายคือ ทแนะ ทแนะคือ ทแนะครับไม่ใช่ทนาย พวกเขาไม่สามารถทำงานได้อย่างที่ทนายความทำครับ ทนายมี มาตรฐานที่แตกต่างและมีระดับของคุณภาพการทำงานที่สูงกว่า ดังนั้นโปรดอย่าใส่ร้ายความผิดพลาดของทะแนะ ให้กับพวกเราทนายความเลยครับ

เหตุผลที่ (2): ผู้คนมีความเชื่อที่ผิดว่า พวกเขาจะได้รับสิ่งที่พวกเขาต้องการทุกๆอย่างถ้าพวกเขาจ้างทนายความ ผมจะบอกอย่างนี้นะครับ เราสามารถทำสิ่งต่างๆให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ ยังมีตัวบทกฎหมายที่มีข้อผูกพันและราก็ต้องทำตามครับ ที่สำนักงานของผมเราจะบอกลูกความว่า "ผลประโยชน์ของลูกความคือสิ่งสำคัญอันดับ 1" ี่หมายถึงการที่เราจะทำอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของลูกความ นั้นไม่สำคัญเท่ากับการที่้เราสามารถทำให้ลูกความบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ แน่นอนครับ! ความจริงก็คือ: ไม่มีทนายความคนไหนสามารถรับประกันได้ว่าคุณจะได้รับกรีนการ์ดแน่นอน  100 % หรือว่าคุณจะเป็นผู้ชนะคดีของคุณแน่ๆ ผมอยากบอกว่ามันเป็นไปไม่ไดครับ เพราะเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ตัวอย่างเช่น เมื่อผมยื่นเอกสารสำหรับลูกความที่จะขอกรีนการ์ดผ่านการแต่งงาน งานของผมคือ ให้คำปรึกษากับคุณและดูว่าคุณมี สิทธิ์ที่จะทำได้หรือไม่ หลังจากนั้นคือการรวบรวมพยานหลักฐาน เอกสารที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมต่างๆที่เหมาะสมและส่งแบบฟอร์มที่จำเป็นทั้งหมดรวมทั้งค่าธรรมเนียม ตอนนี้ก็ถึงเวลาสำหรับการสัมภาษณ์ ในส่วนนี้ไม่ได้ดำเนินการโดยผม ้การสัมภาษณ์นี้่ดำเนินการโดยอิมิมิเกรชั่น (USCIS) เจ้าหน้าที่จะถามคำถามซึ่งอยู่บนพื้นฐานของการแต่งงานของคุณ ในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับคุณและคู่สมรส ผมไม่สามารถตอบคำถามแทนพวกคุณ เพราะผมไม่ทราบรายละเอียดในการแต่งงานของคุณ มีเพียงแค่คุณและคู่สมรสเท่านั้นที่ทราบคำตอบ

ผมยื่นกุญแจแห่งความสำเร็จในการสัมภาษณ์ให้คุณแล้ว หน้าที่ของคุณคือไขกุญแจและเปิดประตูเข้าไปครับ  หรืออีกนัยหนึ่ง คือ ผมเป็นทหารของคุณ คุณจ้างผมให้สู้เพื่อคุณ หลักฐานเอกสารที่คุณให้ผม เป็นเกราะป้องกัน ให้ผมใส่และออกไปรบเพื่อคุณ ยิ่งหลักฐานมากเท่าไหร่, ยิ่งทำให้เกราะและอาวุธในการการต่อสู้เพื่อคุณมากขึ้นเท่านั้น และโอกาสที่จะชนะก็จะยิ่งสูงขึ้น ดังนั้นการจ้างทนายความไม่ได้รับประกันว่าคุณจะได้รับในสิ่งที่คุณต้องการทุกอย่าง แต่มันจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้แก่คุณ

เหตุผลที่ (3): กฎหมายอาญา - ถึงแม้ว่าผมไม่ได้เน้นเรื่องกฎหมายอาญา ผมคิดว่าแหล่งสำคัญของความรู้สึก นึกคิดที่ไม่ดี ที่มีต่อทนายความมาจากสิ่งที่ผู้คนได้เห็นในทีวีได้อ่านใน หนังสือพิมพ์หรือเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับการป้องกันความผิดทางอาญาของ ทนายความ อันดับแรก ผมขอพูดแบบตรงๆ แบบนี้ครับ ทนายความจำเลยในคดีอาญา ปกป้องคนที่ถูกจับกุมและตั้งข้อหาทางอาญา เช่นการขโมย ข่มขืน ฆาตกรรม และอื่น ๆ เหล่านี้มันเป็นเพียงเรื่องธรรมชาติสำหรับการจัดการคนเพื่อข้ามไปยังข้อสรุปเกี่ยวกับจำเลย; นั่นคือสิ่งที่พวกเขามีความผิดในการทำการกระทำที่พลาด ีเพราะถ้าพวกเขาไม่ได้ทำมัน ทำไมพวกเขาต้องถูกตำรวจจับ  ความจริงก็คือคุณไม่มีทางรู้ว่า   มันเป็นเพียงข้อกล่าวหา; ผมไม่สามารถที่จะบอกคุณ ถึงสถิติของคนที่ได้รับโทษในคุกจากข้อหาฆาตกรรมได้ ว่า ่หลังจากนั้นหลายปี พวกเขาจะได้รับการปล่อยตัวเพราะการทดสอบดีเอ็นเอแบบใหม่ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพวกเขาไม่ได้ฆ่าเหยื่อ

การทำงานเป็นทนายฝ่ายจำเลยไม่ได้ทำเพื่อลบล้างความรู้สึกผิดให้ลูกความ แต่ทำให้รัฐบาลเชื่อว่าบุคคล มีความผิดจริงๆ  คนทั่วไปเชื่อโดยอัตโนมัติว่าบุคคลนั้นๆ มีความผิดเพราะมี ทนายความีเป็นตัวแทน  และเชื่อว่าทนายความเป็นคนไม่ดี ไม่ใช่อย่างนั้นครับ! คุณลองจินตนาการว่าถ้าคุณถูกจับ แต่คุณไม่ได้ทำ และคุณอยู่ในสถานการณ์ที่ ผิดที่ผิดเวลา หรือสถานการณทำให้บางคนเข้าใจผิดและ ตำรวจเข้ามาจับกุมตัวคุณ? ผมเดิมพันเลยครับว่าี่คุณจะเปลี่ยนความคิดของคุณ เกี่ยวกับทนายฝ่ายจำเลย

คนเราต้องเปิดใจให้กว้าง ไม่ด่วนตัดสินคนอื่นเช่นคนส่วนใหญ่ ทำ อดทนรอและพิจารณาหลักฐานทั้งหมดที่มีแล้วค่อย้ตัดสิน

แม้ว่าจะมีเหตุผลอื่น ๆ อีกหลายประการที่อาจจะทำให้คนทั่วไปไม่ชอบนักกฎหมาย หรือมีการตำหนิ ีผมคิดว่าสามเหตุผลใหญที่กล่าวมานั่นแหละครับคือสาเหตุ ที่ทำให้ทนายถูกเกลียด ต่อเมื่อเขาถูกจับ เมื่อเขาได้รับจดหมายจาก อิมมเกรชั่น่เรื่องถูกเนรเทศ! นั่นแหละครับทนายความจะกลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดและเป็นผู้ช่วยชีวิตคุณ อีกด้วย

 

ทนายความและความเครียด:

อาชีพนี้มีอัตราสูงสุดของการเป็น Alcholism เมื่อเทียบกับอาชีพอื่น ๆ


ทนายความเป็นงานหนัก ไม่เพียงแต่คุณมักจะต้องทำงานภายใต้ความไม่พึงพอใจ ทั้งยังต้องทำงานติดต่อกันนานหลายชั่วโมง ซึ่งเป็นงานภายใต้ความเครียดที่สูงอีกด้วย

ทุกคนมีความเครียด    พบเจอช่วงเวลาที่ยากลำบาก โดยเฉพาะงาน ของทนายความจะยิ่งมีความเครียดสูง เพราะว่าเป็นงานที่แก้ไขปัญหาของคนอื่น มากกว่าครึ่งของลูกความที่เดินเข้ามาในสำนักงาน มีสีหน้าที่เคร่งเครียดจากเหตุการณ์ที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ - ไม่ว่าจะเป็นรถที่เกิดอุบัติเหตุ การหย่าร้าง การเนรเทศเกี่ยวกับการตรวจคนเข้าเมือง, การจัดการธุรกิจระหว่างคู่ค้า และอื่นๆ อะไรก็ตามที่ทนายความทำเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ ลูกความที่เข้ามาในสำนักงานมีความคาดหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่าทนายความจะ "แก้ไข" ปัญหาได้อย่างแน่นอน! เพื่อนร่วมงานผมหลายคนได้ผ่านภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล พวกเขาแก้ปัญหาโดยการดื่ม มันไม่น่าแปลกใจว่าอาชีพทนายความเป็นหนึ่งในอาชีพที่มีอัตราการดื่มที่สูง แม้ว่าไม่ได้สูงที่สุดก็ตาม โชค ดีครับ ที่ผมไม่เคยรู้สึกถึงความจำเป็นที่จะหันไปหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้ยาใดๆ เพื่อบรรเทาความเครียด ผมชอบที่จะออกกำลังมากกว่า เช่นเล่นบาสเกตบอล, ฟุตบอล, การออกกำลังกายหรือเดินเขา ผมเคยลองนั่งสมาธิครับ แต่ไม่บ่อยนัก เราควรทำการนั่งสมาธิเพราะ เป็นสิ่งที่ดี ต่อสมอง หัวใจ และ จิตวิญญาณ ของคุณ ผมแค่รู้สึกว่าการออกไปข้างนอกก็จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้  หากคุณต้องการที่จะแบ่งปันวิธีการที่คุณจัดการกับความเครียดโปรดส่งอีเมลมาหาผมนะครับ ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง

จรรยาบรรณในการทำงานที่แตกต่างจากอาชีพอื่น


อย่างที่ผมกล่าวข้างต้นว่า ในบทความนี้ผมอยากให้ผู้อ่านได้หันมาเข้าใจในโลกการทำงานของผม: สิ่งใดที่ทำให้เป็นผมทุกวันนี้? นอกเหนือจากการทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อลูกความแต่ละคน ในขณะที่อยู่ที่สำนักงานแล้ว ผมยังต้องนำงานกลับไปทำที่บ้านด้วย หมายความถึงเมื่อออกจากสำนักงานแล้ว ตอนดึกและแม้ในวันหยุดสุดสัปดาห์ผมยังคงทำงานและคิดเกี่ยวกับลูกความ ในการแก้ปัญหากรณีของพวกเขา ทนายความทั่วไปมักไม่ทำเช่นนี้ งานของพวกเขาจบเมื่อเขาเดินออกจากสำนักงานและกลับบ้าน จริงๆแล้วคุณควรจะทิ้งงานไว้ที่ทำงานของคุณ  เมื่อคุณเลิกงานคุณก็ไม่ควรจะทำงานต่อ แต่นั่นไม่ใช่ผมครับ งานอยู่ใน ดีเอ็นเอ ของผม  นั่งอาจจะเกิดจากวิธีที่ผมถูกเลี้ยงดูมา ทำให้ผมไม่สามารถหยุดทำงานเมื่อถึงเวลาเลิกงาน ผมทำงานเสมอ! หากคุณรู้จักผม คุณจะรู้ว่าผมใช้เวลากับทุกเคสอย่างจริงจัง โดยไม่คำนึงถึงว่าจะเป็นกรณี   เล็กหรือใหญ่ ผมมองหาวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับลูกความของผมเสมอ บอกตามตรงนะครับว่า ผมจำไม่ได้จริงๆว่าผมไปเที่ยวพักร้อนครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ คิดว่าน่าจะเกิน 10 ปีครับ ผมหวังว่าจะมีเวลาไปพักร้อน แต่ไม่ใช่ตอนนี้ มีอะไรต้องทำมากมาย มีหลายคนที่ต้องช่วยเหลือ เมื่อเวลามาถึงผมอาจจะหยุดสัก 1 ถึง 2 อาทิตย์ แต่ตอนนี้ยังม่ได้ ยังไม่มี"การตอกบัตรออก" สำหรับผม และจะยังคงทำงานให้กับลูกความต่อไป

ใครๆ พูดได้: อย่าเอาแต่พูด ต้องทำจริง!


ในสัปดาห์ที่ 91 ผมเขียนบทความเกี่ยวกับว่า ใครๆ พูดได้: อย่าเอาแต่พูด ต้องทำจริง! มันเป็นความเห็นส่วนตัวของผมที่ว่า คนเรามักจะให้คำสัญญาแต่ไม่เคยรักษามัน นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมใครๆก็พูดได้ เพราะคำพูดนั้นไม่ได่มีราคาค่างวดใดๆๆ ใครนึกอยากจะพูดอะไรก็พูดได้ ตัวอย่างเช่น ท่านผู้อ่านหรือคนที่คุณรู้จักโชคไม่ดีที่เกิดไปและพบ ทะแนะหรือทนายความเกี่ยวกับปัญหาการตรวจคนเข้าเมือง พวกเขามักจะพูดดีกับคุณมากๆ พวกเขามักจะพูดว่า: "ไม่ต้องกังวล ... คุณจะได้รับกรีนการ์ดอย่างไม่มีปัญหา ผมจะช่วยคุณเอง ผมจะทำให้คุณได้กรีนการ์ด ใบอนุญาตทำงาน ใบอนุญาตท่องเที่ยวเพื่อให้คุณสามารถไปกลับประเทศไทยได้.. ผมจะจัดการทุกอย่าง.  " ฟังดูดีใช่มั้ยครับ? แน่นอน! ... แต่่การ่พยายามที่จะติดต่อกับพวกเขาหลังจากที่คุณได้จ่ายเงินให้ คุณจะได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกันี่ จากวันแรกและแย่ลงไปอีกหากเรื่องของคุณมีปัญหา  (แม้ว่าทนายความจะดีกว่า ทแนะ ที่จัดการปัญหาที่เกิดขึ้น มันไม่มากนัก) ทำไมวิธีที่พวกเขาปฏิบัติต่อคุณมันถึงเปลี่ยนแปลงไป? ก็พราะว่า ใครๆก็พูดได้ ไม่จำเป็นต้อง ใช้ความพยายามใด ๆ ที่จะพูดดีกับคุณในการเริ่มต้นเพราะแรงจูงใจของพวกเขาคือการได้รับเงินของคุณ มันเป็นความจริงครับ เพราะผมทำหลายกรณี ที่เข้ามาให้ผมช่วยหลังจากมีปัญหามาจากที่อื่น  (a) ทแนะ ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรต่อไปและเขาจะบอกว่าจะไม่้รับผิดชอบใดๆ หรือ (b ) ทนายความบอกว่าไม่ทราบหรือ เรื่องนี้ต้องทำง่นเพิ่มนอกเหนือจากที่ตกลงไว้ มันมีความแตกต่างระหว่างได้เงินของคุณเพิ่มและรายได้ที่ได้จากค่าธรรมเนียมของคุณ ผมรักษาคำพูดของผมเป็นอย่างมาก ผมจะไม่สัญญาในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้และทำไม่ได้ มันไม่ใช่ตัวผม นามสกุลของผม จิตต์มั่นการ ได้มาจากครอบครัวของผู้ทำงานหนัก ดังนั้นผมมีหน้าที่ในการทำงานที่มีความสำคัญและมุ่งมั่นให้เสร็จลุล่วง เราไม่สามารถจะทำให้ทุกคนพอใจได้ตลอด อย่างไรก็ตาม ลูกค้าที่ผ่านมาของผมไม่มีใครพูดได้ว่าผมสัญญาว่าจะทำให้แล้วทำไม่ได้ เหตุผลเป็นเพราะผมรู้ล่วงหน้าตั้งแต่เริ่มต้นแล้วว่า หากคุณเข้ามาปรึกษาแล้วกรณีของคุณยาก ผมก็จะบอกคุณตามตรงว่ายากอย่างไร ผมจะไม่หลอกให้ความหวังว่าทำได้ในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ผมบอกคุณตามความจริง

ก็ยังมีหลายคนไม่ชอบสิ่งที่ผมทำ พวกเขาเข้ามาในสำนักงานคาดหวังว่ทนายความจะ "แก้ไข" ทุกอย่างได้ บางคนมักจะหาข้อมูลทนายความหลายๆที่จนกว่าพวกเขาจะพบทนายความที่บอกสิ่งที่พวกเขาต้องการที่จะได้ยิน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นสิ่งทเป็นี่ไปไม่ได้ ไม่ใช่ผม. ผมจะบอกคุณแบบตรงไปตรงมา ผมจะไม่พูดคำหวานเพื่อให้ความหวังในสิ่งที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้ สิ่งที่ผมจะทำคือให้ข้อเสนอะแนะ ให้คุณมีทางเลือก และเมื่อคุณตัดสินใจ ผมจะช่วยคุณในวิธีที่ดีที่สุด ที่ผมสามารถทำได้เพื่อให้บรรลุสิ่งที่คุณต้องการ และเพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกความ ความซื่อสัตย์เป็นวิธีเดียวที่ดีที่สุดครับ!

บทส่งท้ายและคำพูดที่จะส่งต่อถึงลูกชาย


เมื่อลูกชายผมโตขึ้นและอยากจะเป็นทนายความ ผมจะบอกเขาว่า "ลูก ... งานกฎหมายเป็นสิ่งที่มีเกียรติ ลูกสามารถทำสิ่งที่ดีในฐานะนักกฎหมาย ลูกสามารถเหลือช่วยคนอื่น รวมทั้งครอบครัวของพวกเขา สามารถเปลี่ยนชีวิต สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและของรัฐบาล ลูกสามารถ....... ทำสิ่งต่างๆได้มากมายในฐานะนักกฎหมาย ... แต่ก็มักจะเป็นอาชีพที่คนมองไม่เห็นคุณค่าและมีความเครียด ในบางครั้งลูกจะได้รับคำตำหนิสำหรับบางสิ่งบางอย่างที่เกินการควบคุมของลูก. พ่อต้องการที่จะเป็นหมอมากกว่า พ่อไม่ได้เลืออาชีพนักกฎหมาย กฎหมายเลือกพ่อ "
มันถูกลิขิตมาให้เป็นเช่นนี้ ที่จะช่วยเหลือ้ผู้คน เพื่อปกป้องผู้ที่ต้องการความคุ้มครอง เพื่อที่จะต่อสู้เพื่อสิทธิของผู้อื่น เพื่อความสงบสุข, เพื่อโอกาสในการมีชีวิตที่ดีขึ้น มันให้ความรู้สึกที่ดีที่จะได้รับ คำ'ขอบคุณ' จากลูกความ แต่สิ่งพ่อพอใจและมีความสุขมากกว่านั้นคือ การที่ได้รู้ว่าพ่อสามารถที่จะทำให้ลูกความได้ในสิ่งที่เขามุ่งหวัง พวกเขาสามารถที่จะอยู่ที่นี่ในอเมริกา นำครอบครัวของพวกเขามาและสร้างอนาคตที่นี่ ในความรู้สึกของพ่อ การเป็นทนายความเป็นรางวัล ดังนั้นเพื่อให้ลูกของพ่อ: 'ลำดับต่อมาคือ ... ถ้าลูกต้องการที่จะเป็นทนายความ พ่อจะทุ่มเทแรงกาย แรงใจ เพื่อสนับสนุนลูก! การเป็นทนายความเป็นอาชีพที่มีเกียรติ จงเป็นทนายความและเป็นอย่างดีที่สุด! "

 

แหละนี้คือบทความอาทิตย์นี้: เพียงแค่ให้ทุกท่านมองมาเห็นโลกของทนายความแม้เพียงเล็กน้อย ในบทความต่อไปผมจะกลับมาตอบคำถาม จากอีเมลของคุณ และ / หรือหัวข้อประเด็นร้อนในทางกฎหมาย ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน สำหรับทุกการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง นี่คืออีกบทความใน 100 สัปดาห์ ของ  JC Law Corner ในหนังสือพิมพ์ เสรีชัย หากคุณมีคำถามหรือต้องการความช่วยเหลือโปรดติดต่อสำนักงานของผมที่ (818) 846-5639, หรือผู้ช่วยคนไทยที่ (818) 505-4921 หากคุณมีคำถามใด ๆ ที่คุณต้องการที่จะได้รับคำตอบในบทความครั้งต่อไปของผม หรือต้องการที่จะแบ่งปันความคิดเห็นของคุณ, โปรดส่งอีเมลมาที่: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. นอกจากนี้อย่าลืมเข้าไปที่เว็บไซต์ของผมที่: WWW.JC4LAW.COM สำหรับข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับธุรกิจ, ตรวจคนเข้าเมืองและกฎหมายทรัพย์สินทางครอบครัว

 

Disclaimer: The information contained herein have been prepared for informational purposes only and are not to be considered legal advice unless otherwise specified. All opinions expressed are those of the author and in no way shall be associated with Sereechai Newspaper. If you have a specific question regarding your personal case, please contact the Law Offices of Joseph Chitmongran for a full consultation.