Get Adobe Flash player

เต้นระบำหนีความจน โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ

Font Size:

 

เด็กสาวชาวคิวบาใฝ่ฝันอยากเป็นนักเต้นระบำในคลับ ทรอปิคานา แต่ในประเทศที่ค่าของเปโซน้อยนิด มันจึงไม่ใช่เป็นเส้นทางสู่ดวงดาว กลายเป็นหนทางต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตรอด

ประวัติการเต้นระบำในคลับที่ประเทศคิวบามีมานาน คลับมีชื่อเสียงที่สุดคือ ทรอปิคานา เปิดบริการเมื่อปี 1939 และหลังจากที่ระบบคอมมิวนิสต์ล้มเหลว รัฐบาลใหม่ตัดสินใจโปรโมทให้นักท่องเที่ยวเข้าไปช่วยพยุงเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้น เริ่มจากนโยบายในการปรับปรุงชายหาดที่สวยงามและใช้ผู้หญิงให้เป็นประโยชน์ ซึ่งคลับทรอปิคานาอยู่ในข่ายของการรณรงค์ที่จะช่วยสร้างความมั่นคงให้ประเทศส่วนหนึ่ง จึงอนุมัติให้มีโรงเรียนสอนเพื่อผลิตนักเต้นเมื่อปี 1997

ถ้าจะนึกถึงการเต้นที่เรามักเรียกสรุปว่าสไตร์แม็กซิกัน จะเป็นดนตรีที่มีความเร่าร้อน เร้าใจ เคยมีดาราในอดีตที่มีชื่อเสียงโด่งดังซึ่งหาคนเทียบได้ยากในปัจจุบันก็เห็นจะเป็น พระเอกทั้งในจอและนอกจอของลูซี่ บอลล์ จากหนังทีวี “I Love Lucy” ถือเป็นอมตะ ยังคงมีให้ชมอยู่จนทุกวันนี้และก็ยังเรียกเสียงหัวเราะได้เหมือนเดิม ถ้าท่านผู้อ่านติดตามดู จะมีบางตอนที่ ริคกี้ ริคาโด (เดซี่ อาร์เนซ) เต้นโชว์ ท่าทางและลีลาในการวาดลวดลายมีเสน่ห์อย่างน่าทึ่ง

เดซี่ อาร์เนส เป็นชาวคิวบา เดินทางมาอเมริกาขณะที่ประเทศถูกคอมมิวนิสต์เข้าครอบครอง เมื่อมาแสดงละครตลกทางทีวีคู่กับลูซี่ก็ได้รับความนิยมสูงสุด สมัยนั้นแพร่ภาพในวันจันทร์ ถนนหนทางเงียบสงัดเพราะทุกคนรีบกลับบ้านไปนั่งหน้าทีวีเพื่อหัวเราะผ่อนคลายอารมณ์ คดีอาชญากรรมทั้งหลายก็ลดน้อยในวันนั้น ก็แสดงให้เห็นว่าแม้แต่พวกขโมยขโจรก็ยังรักลูซี่

ในช่วงที่อเมริกามีแบล็คลิสต์ชื่อของบุคคลมีชื่อเสียงที่มีใจฝักใฝ่คอมมิวนิสต์ ปรากฏว่ามีชื่อลูซี่อยู่ด้วย ซึ่งลูซี่ให้เหตุผลว่า เมื่อก่อนอยู่ในความอุปการะของลุง แล้วตัวเองกับน้องชายก็อยากเอาใจลุงจึงเซ็นชื่อ เมื่อเป็นข่าวดังทั้งเดซี่และลูซี่ก็เตรียมตัวเตรียมใจที่ต้องปิดฉากการแสดง วันที่คาดว่าเป็นวันสุดท้าย เดซี่ออกมาพูดขอความเห็นใจว่า…ผมเป็นชาวคิวบา ที่ต้องทิ้งประเทศมาแต่ตัวเพราะหนีจากลัทธิคอมมิวนิสต์ และที่ผ่านมาลูซี่ก็ไม่เคยแสดงให้เห็นว่าฝักใฝ่กับลัทธินั้น…ปรากฏว่า รายการยังคงโด่งดังต่อไป เพราะแฟนทีวีให้อภัยลูซี่    

ที่ยกขึ้นมาประกอบ เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจว่า เมื่อคิวบาเปลี่ยนโฉมใหม่จึงต้องใช้ ทรอปิคานา เป็นสถานที่จูงใจให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมการเต้นระบำที่มีสไตร์เฉพาะตัว แปลก น่าตื่นเต้น และหาดูได้ยาก จึงมีบุคคลสำคัญ ดารา นักท่องเที่ยวที่ยินดีจ่ายค่าชมรอบละ 75 เหรียญ เพียงใช้เวลาไม่นานนักชื่อเสียงก็โด่งดังไปทั่วโลก

ปัญหาที่ตามมาคือทรอปิคานาไม่มีความพร้อม นักเต้นระบำมีไม่พอ รับสัญญาจ้างแทนที่จะทำกำไรมหาศาลก็ไม่ได้ จึงต้องเปิดโรงเรียนสอนเพื่อป้อนให้กับทรอปิคานา โดยฝ่ายเศรษฐกิจของรัฐบาลเห็นชอบด้วย ปัจจุบันมีครูสอนเต้นระบำเพียงพอที่จะผลิตนักเต้นทั้งหลายส่งไปแสดงที่ทรอปิคานา 3 แห่งทั่วโลก มีผู้จัดการบนเวทีเป็นชาวยุโรป

ขณะนี้มีนักเต้นระบำอาชีพสาวรุ่นกว่า 50 คน ทำให้เด็กรุ่นใหม่ใฝ่ฝันที่จะดำเนินรอยตามรุ่นพี่ แต่ไม่ใช่เป็นการทำเพื่อตัวเองแต่เพื่อให้ครอบครัวพ้นจากความยากจน ค่าแรงในคลับแห่งนี้จ่ายเป็นดอลลาร์ ซึ่งมีอยู่น้อยแห่ง เป็นเงินชนิดเดียวที่จะนำมาใช้จ่ายกับสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตได้ เพราะหญิงสาวที่นั่นมีอาชีพที่หาเงินง่ายที่สุดคือ ขายตัว ส่วนเงินรายได้โดยเฉลี่ยของประชาชนคิวบา 350 เปโซ หรือ 15 เหรียญต่อเดือน ซื้อได้แค่ถั่วกับข้าวสารเท่านั้น

มีคลับประเภทเดียวกับทรอปิคานา อันดับสองและสาม อยู่ในเมืองฮาวาน่า แต่ทรอปิคานาเก่าแก่และดึงดูดลูกค้ามากที่สุด ในเดือนธันวาคมของทุกปี จะมีการคัดเลือกเด็กนักเรียนเพื่อเข้าเรียนเต้นระบำเป็นเวลา 1 ปี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น กฎเกณฑ์ที่พิจารณา ต้องเป็นเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 21 ปี สูงอย่างน้อย 5 ฟุต 4 นิ้ว ถ้าจะหวังได้เป็นดาวเด่นในวง ต้องสูง 5 ฟุต 8 นิ้ว มีลีลาท่าทางอาการกรีดกรายที่สวยงามเป็นพรสวรรค์ นวยนาดเข้ากับจังหวะดนตรี มีผู้หญิงสมัครแต่ละปีมากกว่า 300 คน ได้รับประกาศนียบัตรเพียงครึ่งหนึ่ง แต่คนที่ผ่านได้เป็นนักเต้นระบำบางปีมี 3-4 คนเท่านั้น

ผู้หญิงที่ได้รับเลือกเข้าเต้นในคลับ จะมีรายได้ขั้นต้น 350 เปโซ ต่อ 2 อาทิตย์ แต่ได้ผลประโยชน์มาก มีรถรับส่งไปยังสถานที่ที่ต้องไปแสดง อาหารฟรี ทุกเดือนได้เงินพิเศษ 10 เหรียญ สำหรับนักเต้นระบำมากด้วยประสบการณ์จะได้เงินพิเศษมากกว่า และพวกระดับดาราประจำวงมีความเป็นอยู่หรูหรา เดินทางท่องยุโรป สวมเสื้อผ้าทันสมัย ใช้โทรศัพท์มือถือ   

นั่นก็คือสาเหตุที่ทำให้บรรดาแม่ที่มีลูกสาวทั้งหลาย ปรารถนาให้ลูกได้รับคัดเลือกเข้าโรงเรียนกันทั้งนั้น ในวันคัดเลือก เด็กหญิงทุกคนต้องสวมชุดบิกินี่เข้าแถวรอตรวจสอบเรือนร่าง ครูคนหนึ่งคอยถามชื่อเสียงเรียงนาม อายุ อีกสองคนวัดส่วนสูง แล้วครูทุกคนก็ช่วยกันสำรวจตรวจตราให้แน่ใจว่าเรียวขาและโครงกระดูกเป็นเส้นตรง หยิกเนื้อส่วนเอวสำรวจไขมันหรือเนื้อหนังมากน้อยแค่ไหน จึงไม่มีใครที่จะซ่อนตำหนิทุกจุดในเรือนร่างให้รอดพ้นจากสายตาของคณะครูไปได้ บางคนใช้ได้แต่ถูกสั่งให้ไปลดน้ำหนัก 2-3 ปอนด์ แล้วให้กลับมาใหม่เพื่อทดสอบพรสวรรค์ในการเต้น

อีกสองอาทิตย์ต่อมาคนที่ได้รับคัดเลือกเข้ารอบ ต้องยืนต่อหน้าครูฝึก ทำตามคำสั่ง แยกขา ยกขาสูง ยกให้สูงขึ้นไปอีกระดับหู บางคนเตะขาสูงถึงหูได้ก็จริง แต่พอครูฝึกบอกให้ทำหลายครั้งเข้าก็อ่อนแรงและขวัญเสีย ที่ถูกดุว่าจะต้องทำได้สูงกว่านั้น แล้วทุกคนเต้นจังหวะช่าช่าช่า แมมโบ้ บางคนเต้นไม่เข้าจังหวะดนตรี ก็ถูกปรับตก ไม่ได้เข้ารอบต่อไป

มีนักเรียนคนหนึ่งอายุ 21 ปี ชื่อ โซเต้ พยายาม 3 ปี เพื่อให้ผ่านเป็นนักเต้นระบำ ครั้งแรกอายุน้อยเกินไป ครั้งที่สองเจ็บหลังก่อนจบหลักสูตร ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ทิ้งงานที่ได้เดือนละ 15 เหรียญ มาสมัครอีกด้วยความหวังว่าจะต้องคุ้มกับการเสี่ยง

นักเรียนส่วนใหญ่อยู่ที่เมืองฮาวานา ใกล้ๆ กับคลับ บางคนอยู่ชนบท ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง ฝึกเสร็จ 4 ทุ่ม ก็มีรถประจำทางคันเดียวที่วิ่งเวลานั้น พ่อบางคนสงสารลูก พยายามหางานทำเพิ่มจะได้มีเงินซื้อรถไปรับส่งลูกสาว

บางครอบครัวมุ่งหวังให้ลูกสาวได้เป็นคนหนึ่งในทรอปิคานา ก็ต้องเสียสละ แม่ตื่นแต่เช้ามืด ซักกางเกงรัดรูปสำหรับซ้อมเต้น พ่อตื่นแต่เช้าไปเป็นเพื่อนลูกวิ่งออกกำลัง ยิ่งพ่อแม่เป็นกำลังใจมากเท่าไร เด็กหญิงเหล่านั้นก็ยิ่งวิตกกังวลมากขึ้น จนบางคนเป็นจุดสีขาวบนใบหน้า หมอบอกว่าเกิดจากความเครียด แต่ถ้าว่าไปแล้วหากได้รับเลือกก็คุ้มกับความทุ่มเทของทุกคนในครอบครัว

ปีนั้นมีนักเรียน 60 คน ได้รับประกาศนียบัตร ซึ่งพวกเธออยากได้รับคัดเลือกเข้าเต้นที่ทรอปิคานา รอคำตัดสินของคณะกรรมการที่เลือกไว้ 16 คน ให้ไปเต้นโชว์ที่ทรอปิคานา โดยครูฝึกให้ทุกคนเอากล้องถ่ายรูปไปด้วย เผื่อว่าคนไหนไม่ผ่านก็จะเป็นหลักฐานว่าครั้งหนึ่งก็เคยเต้นที่ทรอปิคานาเหมือนกัน

เป็นความฝันสูงสุดของผู้หญิงทั้ง 16 คน ทรอปิคานาตั้งอยู่ในบรรยากาศของความเพ้อฝัน ท่ามกลางต้นยางและต้นปาล์มที่ใหญ่โตมโหฬาร บนเวทีประดับประดาด้วยแสงไฟระยิบระยับ แขกเป็นต่างชาติทั้งหมด มีเยอรมัน แคนาเดียน อิตาเลียน และญี่ปุ่น เพื่อเข้าฟังดนตรีชาวคิวบาซึ่งยังไม่พ้นสมัย และชมช่วงขาเรียวงามของนักเต้นระบำผสมผสานกับดนตรีอย่างเหมาะเจาะ

คืนนั้นเป็นการเต้นปนกันระหว่างนักเต้นอาชีพกับนักเรียน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเรียนที่ได้ออกโรงครั้งแรก มีสิทธิได้เริ่มชีวิตใหม่ หรือไม่ก็อาจเป็นการโชว์ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในชีวิต เริ่มเปิดฉากด้วยเสียงทัมเป็ต จากนั้นบนเวทีก็เต็มไปด้วยหมอกควัน นักเต้น 20 คน ปรากฏโฉมด้วยชุดที่ประดับด้วยโลหะ ส่องแสงแวววาววูบวาบ แบกมงกุฎประดับพลอยหนัก 12 ปอนด์บนศีรษะ

นักเต้นรุ่นใหม่ทั้ง 16 คน ถูกวางตัวในตำแหน่งตามคะแนนการเรียนที่ได้ อันดับหนึ่งเป็นอดีตนักบาสเกตบอลอายุ 19 ปี โดดเด่นอยู่กลางวง พอดนตรีขึ้น คนกลางที่ถือว่าเป็นดาราเด่นในคืนนั้นก็ย่างก้าวตามจังหวะอย่างมั่นใจไม่แพ้มืออาชีพ แต่พอเธอยกแขนทั้งสองขึ้นสูง ใบหน้าตั้งตรง ปรากฏว่าตะขอเสื้อชั้นในเกิดหลุดจากกันอย่างกระทันหัน เธอยืนนิ่งชั่ววินาที เสื้อในหลุดออกไปจากตัว ปล่อยหน้าอกเปลือยเปล่า แต่ก็ยังคงเต้นต่อไปจนจบเพลง

ที่หลังเวที สีหน้าของดาวเด่นผสมด้วยความโกรธและอับอาย คิดว่าตัวเองคงไม่ได้รับคัดเลือก วันรุ่งขึ้นนักเรียน 16 คน รวมกันที่ลานหน้าโรงเรียน แลกกันดูภาพถ่ายจากเมื่อคืนและรอฟังคำชี้ขาด ครูฝึกซึ่งยืนอยู่ด้านในกล่าวว่า…ตลอดเวลาที่ผ่านมา โรงเรียนนี้ผลิตนักเต้น 200 คน ถ้าหากพวกเธอเลือกอนาคตที่สดใสก็ถือว่ามาถูกทางโดยพ่อแม่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่พวกเธอต้องจ่ายพวกเราด้วยผลงานที่ไปแสดง…พูดจบครูฝึกก็เข้าไปข้างในทันที

สักพักมีการประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับคัดเลือก และสั่งให้คนที่ผ่านกลับมาอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น 4 โมงเย็น เพื่อเตรียมตัวเต้นโชว์ ในจำนวน 16 คน ไม่ผ่านเพียงคนเดียวคือ โซเต้ ที่ต้องผิดหวังเป็นครั้งที่ 3 เธอนั่งนิ่งสักพักแล้วลุกขึ้นเดินกลับออกไปอย่างเดียวดาย   

 

ประกาศนียบัตรที่โซเต้ ได้รับจากโรงเรียนทรอปิคานา เปรียบเสมือนทางผ่านไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น ในเมื่อทรอปิคานาไม่จ้าง แต่คลับอื่นก็ยินดี แต่ทว่าหลังจากที่ได้ออกโชว์ 2 ครั้งก็ตกงาน ครั้งแรกถูกตำหนิว่าผอมเกินไป ครั้งที่สองก็ถูกติว่าสูงเกินไป

ขณะที่เพื่อนร่วมชั้นกำลังเตรียมตัวในการเต้นโชว์ โซเต้กลับต้องใช้ชีวิตแต่ละวันภายในอพาร์ตเมนท์เล็กๆ ที่อยู่กับแม่ หวังว่าคงจะถูกเรียกกลับให้ไปแสดงอีก เธอยังฝันอย่างแน่วแน่ต่อไปว่าคลับที่ฮาวานาจะต้องจ้าง และไม่มีวันที่เธอจะล้มเลิกความตั้งใจ

…หยาดเหงื่อทุกหยดที่เสียไปในสามปีจะแลกกับความสิ้นหวังไม่ได้ ถ้าเมินอาชีพนี้ก็เท่ากับเมินดอลลาร์ และจะต้องย้อนกลับไปหาอาชีพในอดีตเพื่อแลกกับเปโซที่มีค่าเพียงน้อยนิด แล้วครอบครัวของเธอจะลืมตาอ้าปากได้ในวันใด.