Get Adobe Flash player

ท่องเที่ยวพิมานเมืองใต้(6) นคร ตรัง พัทลุง สงขลา โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ

Font Size:

 

หลังจากด้านวิชาการจบลง ก็เริ่มรายการบันเทิง เราเรียกเก็บกระดาษเขียนเพลงโปรดที่ทุกคนเต็มใจมายื่นให้  มีแต่คุณบุญเลี้ยง พัฒนะรพีเลิศหนุ่มโสดคนเดียวของคณะ กล่อมอย่างไรก็ไม่ยอมส่ง นั่งนิ่งหลับตา ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ที่เบาะหลังสุด บอกว่าขอเป็นผู้ฟังอย่างเดียว...

ส่วนคุณประเสริฐ กาญจนขวัญดี แรกๆ ก็ไม่ยอม สักพักก็ยอมยื่นชื่อเพลงให้ บอกว่า...ร้องก็ได้ ไม่อยากเอาเปรียบฟังอย่างเดียวมาหลายชั่วโมงแล้ว...คุณยุพดี กาญจนศักดา เอนหลังพิงเบาะทำท่าเหมือนกำลังหลับ พอเราถามอย่างไม่แน่ใจว่ารบกวนหรือเปล่า คุณเธอลืมตาขึ้นมาทันทีบอกว่า...ไม่ได้หลับ รอคิวร้องเพลงอยู่ เรียกเมื่อไรได้ทันที...พูดถึงคุณยุพดี ทำหน้าที่เหรัญญิกให้สมาคม 45 ปี คงไม่ต้องเดาว่าอายุอานามเท่าไร แต่หน้าตายังอยู่ในวัยใส พิสูจน์ได้จากคำบอกเล่าของกลุ่มแรกที่แวะเที่ยวญี่ปุ่น

คุณแจ๊ด วรลักษณ์ เล่าว่า เดินผ่านร้านน้ำชาซึ่งมีเกอิชาบริการ ชาวคณะตื่นเต้นไปยืนดู เห็นเกอิชาคนหนึ่งกำลังคุยกับชายหนุ่มชาวญี่ปุ่น พอหนุ่มคนนั้นหันมาเห็นชาวคณะ ก็เดินผ่านคนอื่นๆ ตรงไปยังคุณยุพดี พร้อมทั้งยกมือทั้งสองขึ้นจับสองแก้มบีบด้วยความเอ็นดู ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ส่วนคุณยุพดีพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ยืนงงแน่นิ่งไปพักใหญ่ คุณแจ๊ดบอกว่า นึกว่าเพื่อนเราจะได้แฟนญี่ปุ่นเสียแล้ว...     

...วันนี้ไม่ว่าเพลงอะไรขึ้นมา ทุกคนส่งเสียงแข่งกันระหว่างข้างบนกับข้างล่าง นักร้องที่เป็นตัวยืนก็มี พี่ชาญณรงค์ พี่สุนีย์ พี่ศิริพังงา พี่อิ๊ด พี่แป๊ว...คุณกนกวรรณคุณสุรพล หาญวิญญู ส่งเพลงพี่เบิร์ด นักร้องหญิงที่แจ้งเกิด พี่ตุ่ม รัชดา พี่นาฏลดา คุณวิภา...คุณต้อย พิมพรรณ ร้องเพลงลุ่มเจ้าพระยา บอกว่า จับไมค์ร้องเพลงเป็นครั้งแรกในชีวิตคุณมณเฑียร ส่งคุณชูจิตร คุณคำนวณ ส่งคุณอาภรณ์ ร้องแทน น้องอ้วน รัชนี น้องพร คุณสุวารี คุณสุดา กามินี และบางคนที่อยู่ข้างล่าง ไม่ยอมร้องเดี่ยว คลอได้ทุกเพลงส่วนคุณตุ๋ย อนุชาติ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของภรรยา

                เมื่อวานพี่พรรณีกับน้องเอี้ยง สดใส ปฏิเสธเสียงแข็งว่าถึงอย่างไรก็ไม่มีวันร้องเพลงเด็ดขาด แต่วันนี้ เสียง 2 คน ดังลั่นอยู่ข้างล่าง พอเราเอ่ยว่า เอ๊ะ เสียงพี่พรรณี มีเสียงตะโกนกลับมาว่า จำเสียงพี่ได้ด้วยหรือ...แหม อย่าว่าแต่เสียง เห็นเงาอยู่กลางแดดก็ยังจำได้...ส่วนน้องเอี้ยง พอเจอหน้ากัน บอกอายๆ ว่า ถ้าลูกรู้ว่าแม่ตะเบ็งเสียงทั้งร้องทั้งเต้น คงโดนลูกบ่นด้วยความอับอายแน่ๆ ...

                ...หลังจากร้องกันครบถ้วนแล้ว รถบัสก็นำพวกเราไปถึง วังเทพทาโร หมู่ที่ 5 ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ณ สถานที่แห่งนี้ นายจรูญ แก้วละเอียด ครูวิชาภาษาอังกฤษ โรงเรียนห้วยยอด ศิลปินพื้นบ้านจังหวัดตรัง สาขานันทนาการ ประจำปี 2543 ใช้เงินที่ได้รับหลังการเกษียณ เนรมิตพื้นที่ 25 ไร่ ด้วยการกว้านซื้อรากไม้เทพทาโร 5 รถบรรทุก ประดิษฐ์คิดค้นเพียงคนเดียวประกอบขึ้นเป็นมังกรในท่าทางต่างๆ จำนวน 84 ตัว ใช้เวลา 2 ปี เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสเฉลิมพระชนมายุ 84 พรรษา เมื่อปี 2554

ความสำคัญของไม้เทพทาโร หรือ จวงหอม เป็นไม้หายากขึ้นในป่าลึก พบในพื้นที่ จ.ตรังและพังงา ทำให้เทพทาโรเป็นไม้เศรษฐกิจที่มีความพิเศษใช้ประโยชน์ได้จากหลายส่วนของต้น และเชื่อว่าไม้เทพทาโรเป็นไม้มงคล จึงได้ทำการเพาะต้นเทพทาโร แล้วปลูกเป็นสวนใหญ่ประมาณ 300 ต้น จัดบริเวณพื้นที่ด้วยการปลูกพืชหลายชนิด เรียกว่า "วังเทพทาโร"…

จุดที่ 2 ที่คณะแวะชมก็คือ สวนพฤกษศาสตร์สากลภาคใต้ เดิมชื่อ สวนรุกขชาติทุ่งค่าย ตั้งอยู่ในพื้นที่ 2,600 ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าทุ่งค่าย ตำบลทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดตรังประมาณ 13 กิโลเมตรจัดตั้งเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2529 โดยกรมป่าไม้ ตามนโยบายของนายชวน หลีกภัย (ขณะนั้นดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ) เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 เป็นสถานที่อนุรักษ์พันธุ์ไม้ - สัตว์ป่า และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับประชาชนทั่วไป

ภายในสวนพฤกษศาสตร์สากลภาคใต้ (ทุ่งค่าย) มี สะพานศึกษาเรือนยอดไม้ ยาว 175 เมตร สูง 10-18 เมตร มีหอคอย 6 หอ สร้างเสร็จเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2547...

...กำหนดการเดิมตั้งใจไว้ว่า จากตรังจะเดินทางไปยังจังหวัดพัทลุง เพื่อรับประทานอาหารเย็นเวลาหกโมงเย็น...แต่กว่าจะพร้อมกันที่รถก็ประมาณหกโมงครึ่ง แต่พอมาถึงทางขึ้นเขาพับผ้า รอยต่อระหว่างตรังกับพัทลุง ชาวคณะขอหยุดถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก ดังนั้นกว่าจะถึงบ้านพี่ดำ ที่ตำบลเขาเจียก ก็ได้เวลาสองทุ่มเศษญาติๆ ของพี่ดำจัดโต๊ะเรียงรายไว้กลางสนาม ผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาดเรียบร้อยและสวยงาม จุดเด่นคือต้อนรับด้วยผลไม้หลากหลายและกล้วยทอด จุดเทียนตั้งไว้กลางโต๊ะ สายตาเรายิ่งไม่ค่อยดีอยู่แล้ว เห็นอาหารเป็นขนม หยิบขนมใส่ปากนึกว่าอาหาร

...พัทลุง เมืองหนังโนรา อู่นาข้าว พราวน้ำตก แหล่งนกน้ำ ทะเลสาบงาม เขาอกทะลุ น้ำพุร้อน...เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว เราเป็นครูสอนหนังสือที่โรงเรียนมัธยมพัทลุงวิทยา เจ้าของคือ อาจารย์สุแกล้ว-อาจารย์พิมประภา แกล้วทนงค์เราสนิทสนมกับลูกชายและลูกสาวของท่านอาจารย์ทั้งสองแทบทุกคนมี อาจารย์ทแกล้ว อาจารย์พอพันธ์ อาจารย์จันทริกา ฯลฯ จนมีความรู้สึกเหมือนญาติสนิท ระลึกถึงเสมอแม้จากกันไปนานแสนนาน...วันนั้นอาจารย์ทั้ง 3 ทราบว่าจะไปพัทลุง ก็รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ วางแผนว่าถ้าถึงเร็วก็จะรับเราไปที่บ้าน ในเมื่อถึงค่ำก็อุตส่าห์ตามไปถึงบ้านพี่ดำ แลกของขวัญกันเสร็จก็ต้องจากกันอีก ไม่รู้อีกเมื่อไรจึงจะมีวาสนาได้พบได้พูดคุยกันอีกให้สมกับความคิดถึงที่มีต่อกันเสมอมา...

พออิ่มหนำสำราญเป็นที่เรียบร้อย รถบัสก็พาพวกเราเดินทางต่อไปยังอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เกือบห้าทุ่ม เข้าพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งรถบัสขึ้นไปส่งคนถึงหน้าโรงแรมไม่ได้ เพราะเป็นเนินสูง พอพวกเราลงจากรถก็เดินขึ้นไปด้วยอาการอ่อนเปลี้ยจากการเดินทางตั้งแต่เช้า อาจเป็นเพราะได้ราคาพิเศษ พนักงานก็เลยจัดให้ไปพักอีกด้านหนึ่งของโรงแรมกำลังปรับปรุงและคงยังไม่เสร็จเรียบร้อยดีเนื่องจากเปลี่ยนเจ้าของใหม่

ประมาณเที่ยงคืนคุณแจ๊ดและอีกหลายคนลงไปข้างล่าง ขอย้ายห้องด่วน เพราะในห้องมีกลิ่นอับทนไม่ได้ ห้องพี่ดำมีมดไต่ที่ข้างฝาเต็มไปหมด ห้องคุณไพสันต์ไม่มีฝักบัว แต่ด้วยความเหน็ดเหนื่อยต้องลงแช่ในอ่าง คุณต้อยใช้แก้วน้ำรองน้ำอาบ พี่ตุ่ม รัชดาบอกว่าผ้าห่ม ปลอกหมอนมีกลิ่นรุนแรงมาก สำหรับเราพักอยู่กับพี่อิ๊ดๆ ถามว่าจะเปลี่ยนห้องไหมเราเห็นว่ากำลังเตรียมงานค้างอยู่ พอเสร็จสรรพกว่าจะล้มตัวลงนอนก็ดึกมากแล้วได้กลิ่นเหม็นอับของหมอนและผ้าห่ม แต่ก็สายเกินไปที่จะขอเปลี่ยนห้อง ต้องใช้วิควาโปรับ โปะจมูกสูดดมกลบกลิ่นอื่น จนถึงรุ่งเช้าทุกคนก็ขอย้ายห้อง

วันแรก พนักงานไม่ให้ความสนใจพวกเรานัก จากการแต่งตัวแบบสบายสไตล์แอลเอ หรือคิดว่าเป็นคณะท่องเที่ยวมาจากต่างจังหวัด เราเดินไปถามว่ามีรถไปส่งที่สนามบินหรือเปล่า พนักงานตอบว่า มีครับ ราคา 100 บาท แล้วก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่า 100 บาทนะครับ

จนถึงเช้าวันที่ต้องไปมอบเครื่องคอมพิวเตอร์ พวกเราลงมากินอาหารเช้าอย่างพร้อมเพรียงด้วยเสื้อทีมสีน้ำเงิน ปักว่า สมาคมไทยปักษ์ใต้แห่งแคลิฟอร์เนีย ยูเอสเอ เท่านั้นเอง มีคนสนใจเข้ามาถามกันใหญ่ พนักงานชายเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางสุภาพ แล้วพูดขึ้นอย่างมั่นใจว่า “eat breakfast เชิญทางนี้ครับ”.

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

...................................

 

บรรยาย

รูปที่ 0001

สะพานศึกษาเรือนยอดไม้

 

รูปที่ 001

วังเทพทาโร

 

รูปที่ 01

ก่อนขึ้นเขาพับผ้า