Get Adobe Flash player

สุวณีย์ เนื่องนิยม โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ

Font Size:

สุวณีย์ เนื่องนิยม หรือ “แดง” เป็นนักร้องดาวรุ่งรุ่นแรกๆ ของวงดนตรีสุนทราภรณ์ ที่โด่งดังมากๆ ในเพลง “แผ่นดินทอง”

นอกจากความหมายที่ยอดเยี่ยมของเพลงนี้แล้ว ทำนองยังไพเราะ เสียงร้องของเธอในยุคนั้นช่างหวานและมีพลังมหาศาล ฟังแล้วมีความสุข ทำให้เกิดความรักบ้านเกิดเมืองนอน

สุวณีย์ เนื่องนิยม เกิดเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2485 เป็นชาวจังหวัดธนบุรี (ชื่อเรียกในสมัยนั้น) ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น นครหลวงกรุงเทพธนบุรี และเป็นกรุงเทพมหานครในที่สุด

บ้านอยู่ริมคลองมอญ ย่านวัดชิโนรส หรือที่เรียกว่าโพธิ์สามต้น เป็นลูกสาวคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 10 คน มีน้องสาวคนหนึ่งชื่อ สดุดี (ติ๋ม) เนื่องนิยม เป็นนักกีฬาวิ่งเร็วของโรงเรียน เวลาไปร้องเพลง ก็จะพาน้องคนนี้ไปทำหน้าที่บอดี้การ์ด  โดยไม่มีใครรู้ว่าน้องก็เสียงดีไม่แพ้พี่ จนกระทั่งต่อมาน้องสาวก็ได้เป็นนักร้องเช่นกัน 

สุวณีย์ เริ่มการเป็นนักร้องด้วยการร้องเพลงไทยเดิม ของโรงเรียนสตรีวัดระฆัง ตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่  1 ครูเลือกตอนเรียนวิชาขับร้อง

มีครูชม ดุริยะประณีต เป็นผู้สอนและขณะเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 5 ได้ร่วมร้องเพลงกับวงดนตรี ของครูโกวิทย์ ขันธศิริ ครูอรวรรณ บรรจงศิลป

 เคยเข้าประกวดร้องเพลงไทยเดิมตามงานวัดต่างๆ และงานกาชาด ได้รับรางวัลหลายครั้ง หลังจากจบมัธยมปีที่ 6 เข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยครูธนบุรี ภาคค่ำ พร้อมกับเป็นครูสอนหนังสืออยู่ที่ โรงเรียนวุฒิศึกษาเป็นเวลา 1 ปี

ช่วงที่สุวณีย์เรียนชั้นมัธยม ช่วงเย็นขณะทำการบ้าน เธอเปิดวิทยุและร้องตามไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงของ รวงทอง ทองลั่นธม ความที่ชอบร้องเพลงและมีพื้นฐานจากดนตรีไทย พอเรียนจบจึงมุ่งที่จะสอบเข้ากรมประชาสัมพันธ์ เพื่อสมัครเป็นนักร้องดาวรุ่งสุนทราภรณ์

ทันทีที่มีการประกาศรับสมัครแม้จะเพียงตำแหน่งเดียว แต่สุวณีย์ก็กล้าที่จะเข้าไปสอบบรรจุ มีการสอบวิชาสามัญทั่วไป และสอบดนตรี ปรากฏว่าสอบได้ที่หนึ่ง ได้เป็นข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์สมความตั้งใจ

เริ่มต้นเข้าไปทำหน้าที่ต่างๆ รวมทั้งจัดบริการนักเรียนนายร้อยที่มาขอโน็กตเพลง  เป็นผู้ช่วยนักร้อง คุณศรีสุดา รัชตะวรรณ คุณวินัย จุลละบุษปะ มีหัวหน้าแผนกบันเทิง คือ ครูเอื้อ สุนทรสนาน คอยจดโน็ตเพลงให้ 

เธอบอกว่า ที่ได้รับเลือกเพราะเรามีประสบการณ์ด้านขับร้อง ตอนนั้นมีครูที่สอน คือ ครูธนิต ผลประเสริฐ ครูสิริ ยงยุทธ

 “คุณครูเอื้อ” ได้รับเข้าวงดนตรีเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2504 ซึ่งขณะนั้นมีดาวรุ่งอยู่แล้ว เช่น บุษยา รังสี มาริษา อมาตยกุล นพดฬ ชาวไร่เงิน ยรรยงค์ เสลานนท์

รุ่นที่สุวณีย์เข้าวงนั้น เรียกกันว่า “รุ่นดาวรุ่งสะพานเสี้ยว” หลังจากสุวณีย์ก็มี ดำรงค์ สุทธิพงศ์ อรณี กานต์โกศล ฯลฯ สุวณีย์ได้รับการสอนและถ่ายทอดวิธีการร้องเพลงจากคุณครูเอื้อ สุนทรสนาน และนักร้องรุ่นพี่ เวลาต่อเพลงก็จะมี ครูสริ ยุงยุทธ ครูสุดจิตต์ อัตถสุทธิ์ และยรรยงค์ เสลานนท์ เป็นผู้ต่อเพลงให้ มีผลงานบันทึกเสียงเช่น

เพลงแค้น  ทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนาน คำร้อง ธาตรี, เพลงแผ่นดินทอง, ทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนาน คำร้องชอุ่ม ปัญจพรรค์, เพลงนิมิตสวรรค์ ทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนาน คำร้อง ทวีปวร โดย สุวณีย์ ขับร้องในท่อนของ ดอกบัว, เพลงอย่าฝัน ทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนาน คำร้อง รังษีรัตน์ จังหวะ ชะชะช่า สุวณีย์ บอกว่า คุณครูเอื้ออยากให้ลองร้องเพลงในจังหวะเร็วๆ แบบคุณศรีสุดา ดูบ้าง

เพลงเดือนคล้อยคอยรัก ทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนาน คำร้อง พรพิรุณ

และได้ร่วมขับร้องเพลง เป็นลูกคู่ในเพลง ดอกไม้เหนือ ซึ่งคุณวรนุช อารีย์นำหมู่ และ ร่วมขับร้องเพลงหมู่ รำวงอีกมากมาย หลังจากที่ลาออกจากวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ ได้ออกไปร้องเพลงตามไนท์คลับทั่วไป และได้บันทึกแผ่นเสียงดังนี้

เพลงฉันจะไปตายที่บางแสน ทำนอง เพิ่ม คล้ายบรรเลง คำร้อง ศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ, เพลง วันแล้ววันเล่า ทำนอง เวส สุนทรจามร คำร้อง เอิบ ประไพเพลงผสม, เพลงไม่เห็นมีไม่เห็นมา ทำนอง เพิ่ม คล้ายบรรเลง คำร้อง ศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ, เพลงนางพญาในดวงใจ ทำนอง เวส สุนทรจามร คำร้อง ธาตรี ขับร้องคู่กับ สมบัติ เมทะนี ฯลฯ

ช่วงที่เป็นนักร้อง สุวณีย์ อายุ 19 ย่าง 20 ปี เป็นสาวใส เป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ แต่เด็กในยุคนั้นไม่ค่อยประสีประสามากนัก

กล่าวกันว่า ผู้หญิงในประวัติศาสตร์วงการเพลง ทำให้เกิดแรงบัลดาลใจในการประพันธ์เพลง ของนักแต่งเพลงหลายๆ คน อย่างเช่นในวงการเพลงลูกทุ่ง “แมน เนรมิตร” เล่าว่า “สมเศียร พานทอง” หรือ “ชาย เมืองสิงห์” ไปหลงรักลูกสาวเจ้าของร้านขายดอกไม้แห่งหนึ่งในตลาดบางยี่เรือ จนทำให้เกิดเพลงอมตะที่ชื่อ “มาลัยดอกรัก” และต่อมาสาวคนนั้นกลายมาเป็น “ดวงใจ เมืองสิงห์”

เช่นเดียวกับ สุรชัย ดิลกวิลาศ พูดถึงเพลง “กิ่งฟ้า” ของ จิระ โหระบุตร ก็ได้มาจากสาวที่ชื่อ “กิ่ง”

เพลงค่ำแล้วในฤดูหนาว ของ ล้วน ควันธรรม มีข้อความตอนหนึ่งว่า “นภาสะอาด ดูงามสดใส ฉันรักจับใจ สะอาดนะนั่น”  ได้แรงบัลดาลใจ ที่ลุงล้วน (ฉายา ล้วน ฟันดำ คู่กับ เติบ ฟันงาม) ไปแอบรักคุณป้าสะอาด

สุวณีย์ ก็เช่นกัน มีหนุ่มใหญ่นักแต่งเพลงท่านหนึ่ง ที่มีอายุแก่กว่าถึง 21 ปี แอบมอง ทำให้เกิดแรงบันดาลใจมาเป็นเพลง “คลองมอญ” บ้านของสาว และเพลง “ฟ้าแดง” ที่นำชื่อเล่นมาใส่ในชื่อเพลง แต่ท้ายที่สุดเมื่อไม่สมหวัง หรือไม่ได้ผลก็มาจบที่เพลง “ฉันจะไปตายที่บางแสน”

สุวณีย์เป็นนักร้องได้ไม่นานนัก ก็มีปัญหาเกี่ยวกับ “ต่อมไทรอยด์” ที่ลำคอ แพทย์แนะนำให้เข้ารับการผ่าตัด

การผ่าตัดด้านหน้าของคอเป็นไปอย่างราบรื่น แต่เรื่องเศร้าก็เกิดขึ้น เพราะมีดหมอไปกระทบเอาเส้นเสียง ทำให้เสียงแห้งร้องเพลงไม่ได้ 2 ปี  

จากชีวิตที่ผกผัน ทำให้สุวณีย์มีความระทมทุกข์อย่างแสนสาหัสจนคิดจะฆ่าตัวตาย ยังโชคดีที่แม่ซึ่งบวชชี คอยปลอบใจว่าให้อดทนเดี๋ยวก็หาย

แม่พาไปพบหลวงพ่อพุ่ม ท่านแนะนำให้เลือกปฏิบัติธรรมเป็นทางออก ต้องใช้เวลาในการเยียวยา จนทำให้จิตใจสงบลง

วันเวลาผ่านไป เธอสามารถร้องเพลงได้ รวมทั้งต้องลดคีย์เพลงลง แล้วกลับมาร้องเพลงอีกครั้ง

สุวณีย์ สมรสกับหนุ่มธนาคาร มีลูกสาว 1 คน ต่อมาก็แยกทางกัน

หลังจากใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยมานาน เมื่อปี พ.ศ. 2548 เธอได้อำลาแฟนเพลงชาวไทยมายังสหรัฐอเมริกา อยู่กับลูกสาวซึ่งมาเรียนหนังสือที่นี่ก่อนหน้านั้นแล้วอย่างมีความสุข

มีโอกาสได้รับเชิญไปร้องเพลงในงานสำคัญของชุมชนไทยบ้าง แม้เสียงจะไม่เหมือนเดิม แต่ความเป็น “สุวณีย์ เนื่องนิยม” นักร้องในตำนาน ด้วยตัวจริงและเสียงจริง ยังคงได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น

โดยส่วนตัว เธอยังเป็น “พี่แดง” ที่ใจดีของน้องๆ ทุกคน.