Get Adobe Flash player

งาน Chang Sensory Trails กับเชฟ เจ็ท ทิลา โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

สิบเอ็ดโมงเช้าของวันพฤหัสที่ 22 กันยายน บนชั้น 3 ของตึก Newsberry Loft ใจกลางดาวน์ทาวน์ของเมืองลอสแองเจลิส ได้ถูกจัดขึ้นเป็นครัวและโต๊ะอาหารสำหรับโชว์เมนูพิเศษของเชฟ เจ็ท ทิลา ให้กับผู้สื่อข่าวเป็นการ kick-off กิจกรรมของเบียร์ช้าง เซนเซอรี่ เทรลส์ (Chang Sensory Trails) ก่อนจะมีงานจริงที่ The Victorian ใน Santa Monica ในวันรุ่งขึ้น วันนี้มีนักข่าวและนักชิมชาวอเมริกันมากมาย รวมทั้งผู้เขียนและคุณแดงบุญญลักษณ์ จากหนังสือพิมพ์เสรีชัย ซึ่งเป็นสื่อรายเดียวของไทยที่ไปร่วมงานโต๊ะอาหารถูกจัดวางไว้อย่างสวยงาม ตกแต่งด้วยถาดของผักและเครื่องปรุงอาหารไทยที่มีสีสันสวยงาม ทางด้านข้างมีชั้นวางขวดเบียร์ช้าง เบียร์ช้างได้เปิดตัวขวดรูปทรงใหม่สีเขียวมรกตขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา รูปทรงของขวดที่มีด้านล่างคอดเปรียบเสมือนส่วนขาของช้าง ทำให้นักดื่มเบียร์สามารถจับขวดได้ถนัดมือมากขึ้น

 

ก่อนเริ่มงานผู้เขียนได้สัมภาษณ์เชฟ เจ็ท ทิลา ซึ่งได้ให้ความเป็นกันเองอย่างมาก เจ็ทเป็นพ่อครัวชื่อดัง ทายาทของตลาดบางกอก ตลาดไทยแห่งแรกในลอสแอนเจลิส ซึ่งเขาได้รับการแต่งตั้งจากสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ให้เป็น “ทูตอาหารไทย” เขาเป็นลูกครึ่งไทย-จีน คุณแม่เป็นคนลำปาง ทำให้เจ็ทเกิดแรงบันดาลใจอยากจะนำเอาอาหารไทยภาคเหนือที่ได้รับประทานในครัวเรือนมาทำให้พวกเราทานกันในวันนี้ เจ็ทกำลังจะเปิดร้านอาหารอีก 3 แห่งในย่านเมืองดัลลัส มลรัฐเท็กซัส โดยจะเป็นอาหารไทยแท้รสชาติเหมือนที่เราได้ทานในครัวเรือน แต่จะมีการนำเสนอในรูปแบบใหม่เข้ากับยุคมิลลิเนียมเขาบอกว่าอาหารไทยจะต้องมีครบ 5 รส คือ เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ดและรสอร่อยกลมกล่อม (Umami)

 

เจ็ทเล่าว่ากิจกรรม "ช้าง เซนซอรี่ เทรลส์" นี้เป็นการนำเอาอาหารไทยมาเป็นสื่อเพื่อพาให้คนทั่วโลกกลับไปเที่ยวเมืองไทย เพราะอาหารไทยมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยเชฟเจ็ทได้รับแต่งตั้งให้เป็นทูตอาหารไทยของงาน (Thai Culinary Ambassador) ซึ่งเขาจะนำเอาประสบการณ์ความทรงจำที่เขาได้ถูกหัดให้ทำอาหารไทยตั้งแต่วัยเยาว์มาถ่ายทอดเป็นเมนูหลากหลายให้กับคนทั่วโลกได้ลิ้มรส เมนูอาหารไทยดั้งเดิมจะถูกผสมผสานกับการนำเสนอในรูปแบบใหม่ งานกิจกรรมนี้มีจัดขึ้นทั้งหมดใน 3 ประเทศ เริ่มต้นที่ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศแรกไปเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ซึ่งเจ็ทเล่าว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงมีผู้มาเข้าร่วมงานทั้งแขกระดับวีไอพีและแขกทั่วไปเป็นจำนวนมาก โดยพรุ่งนี้จะมีการจัดขึ้นที่ The Victorian ในเมือง Santa Monica และจะปิดท้ายที่เมืองลอนดอนในประเทศอังกฤษในเดือนตุลาคม

การชิมอาหารในสไตล์ Chef’s Table ที่เจ็ทนำเสนอในวันนี้เป็นเมนูจากความจำของเขากับรสชาติของอาหารไทยที่มีครบทั้ง  5 รส เมนูคอร์สมีอาหารทั้งหมด 6 อย่างเริ่มต้นด้วย อาหารเรียกน้ำย่อยอย่าง เมี่ยงคำ ที่ถูกเสริฟมาอย่างสวยงามบนจานสีขาว รสทั้ง 5 รสที่จัดจ้านพอดีช่างกระตุ้นต่อมรับรสทั้ง 5 ของผู้เขียนให้พร้อมที่จะลิ้มลองเมนูต่อไป เจ็ทบอกว่านี่เป็นอาหารตัวแทนของคำว่า “ยำ” หรือ Yummy หรือ Umami ที่หมายความว่ารสชาติอร่อยกลมกล่อม เมนูที่สองเป็นน้ำพริกอ่องเสริฟมาพร้อมกับข้าวเหนียวและแคบหมู ความอร่อยไม่แพ้ความสวยงามของการนำเสนอบนจานเลยทีเดียว จานนี้เป็นเมนูที่แรกที่เจ็ทได้เรียนรู้มาจากคุณยายของเขาในช่วงเวลาที่เขาไปอยู่ที่ลำปาง เมนูที่สามเป็นยำส้มโอ จานนี้เจ็ทได้ทำข้าวพองกรอบใส่ลงไปด้วย เคี้ยวแล้วได้ความกรอบกรุบของข้าวพองไปพร้อมกับกุ้งแห้งทอดตัวจิ๋ว เขาเล่าจากชีวิตวัยเด็กที่คุณพ่อเป็นชาวจีน จึงมีการฉลองวันขึ้นปีใหม่ของจีนอยู่ทุกปี และส้มโอเป็นสัญลักษณ์ของความร่ำรวยที่ใช้ในพิธีการไหว้ ซึ่งหลังพิธีจะมีส้มโอเหลือมากมาย ครอบครัวเขาก็นำเอาส้มโอเหล่านั้นมายำส้มโอให้เขาทาน เมนูที่สี่คือข้าวซอยไก่ จากความทรงจำจากวัยเด็กที่จังหวัดลำปางรสชาติเหมือนได้ทานที่บ้านของผู้เขียนซึ่งก็เป็นคนภาคเหนือเช่นกัน มาถึงตรงนี้ท้องของผู้เขียนเริ่มอิ่ม แต่ก็ยังสู้ต่อ เพราะเมนูต่อไปคือ ข้าวคลุกกะปิ ที่มีกุนเชียงโรยหน้าอย่างสวยงามมาพร้อมกับมะม่วงดิบที่หั่นเป็นเครื่องเคียง  อีกจานแห่งความสมดุลของความกลมกล่อมของกะปิ น้ำปลา ถัดมาเป็นเมนูสุดท้ายที่เชฟเจ็ทบอกว่า เมนูนี้ได้มาตอนไปเที่ยวภาคอีสาน ได้พบกับผัดไทยที่ไม่เหมือนผัดไทยที่เคยทานมา คือผัดไทยขอนแก่น ซึ่งเป็นผัดไทยที่ไม่ใส่ไข่เหมือนผัดไทยที่เห็นทั่วไป อาหารกลางวันมือนี้ไม่ใช่แค่อร่อยลิ้นเท่านั้น แต่ยังอิ่มไปด้วยความรู้และความสนุกสนานที่เชฟ เจ็ท ทิลาได้ให้กับพวกเราทุกคนในระหว่างรับประทานอาหารอีกด้วย

 

เวลาหมุนไปอีก 24 ชั่วโมง งานอีเวนต์ของ “ช้าง เซนซอรี่ เทรลส์" ในวันศุกร์ที่ 23 กันยายน ก็ได้เริ่มต้นในวันแดดอ่อน ๆ เวลาบ่าย 3 โมง บรรยากาศสบายที่ The Victorian บนถนน Main ของเมือง Santa Monica ในงานมีร้านอาหารไทยชื่อดัง 6 ร้านที่นำเมนูดังของแต่ละร้านมานำเสนอ อาทิเช่น ขนมครก จากร้าน Tuk Tuk แกะย่างกระเทียมจากร้าน Gala Thai ซี่โครงหมูพะแนงจากร้าน Siamese Garden ข้าวซอยไก่จากร้าน Chadaka ไส้กรอกอีสานจากร้าน Chao Krung และแหนมสดข้าวทอดจากร้าน Same Same

ที่ลานหน้าตึกสไตล์วิคตอเรียนมีการแบ่งบริเวณเป็นบาร์เบียร์บริการให้กับผู้ที่ดื่มเบียร์ และบริเวณสำหรับครอบครัวซึ่งมีดีเจมาเปิดเพลงขับกล่อมทำให้บรรยากาศการกินอาหารและดื่มเบียร์ไทยยิ่งกลมกล่อมมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการแสดงโชว์เขียนภาพบนฝาผนังโดยศิลปินท้องถิ่น ส่วนทางด้านบนตึกก็มีกิจกรรมการรับประทานอาหารแบบเอ๊กซ์คลูซีฟกับเชฟ เจ็ท ทิลา  ซึ่งมีการเสริฟอาหารทั้ง 6 อย่างให้กับทั้งแขกวีไอพีและผู้ที่ชนะจากกิจกรรมออนไลน์เข้าร่วมรับประทานอาหารอีกด้วย ศุกร์นี้ช่างสุขใจมองไปรอบข้างทุกคนนั่งคุยกัน จิบเบียร์ กินอาหารไทย ฟังดนตรี ชมศิลปะ เพลินไปจนเวลาล่วงเลยไปจนถึงเวลางานปิด ได้เวลากลับบ้านแล้วค่ะ