Get Adobe Flash player

สัมนาการเรื่องการพัฒนาศักยภาพธุรกิจ โดยสมาคมทนายไทย-อเมริกัน โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

ตอนเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมาในวันที่ 2 ตุลาคม 2559 ผู้เขียนได้เข้าไปร่วมฟังบรรยายสัมนาเรื่องการพัฒนาศักยภาพธุรกิจ โดยสมาคมทนายไทย-อเมริกันที่ห้องประชุมโรงแรมลินคอน พลาซ่า พร้อมกับผู้ร่วมฟังบรรยายและนักข่าวจากหลายสำนัก  โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านทางเฟสบุค ไลฟ์ด้วย โดยมีวิทยากรที่ร่วมบรรยายได้แก่ คุณคิด ฉัตรประภาชัย ที่ปรึกษาอาวุโสด้านภาษีคุณรัชนิด ตรีคันธา ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจชุมชน ซึ่งเคยทำงานกับศูนย์ส่งเสริมชาวไทยและขณะนี้ทำงานกับรัฐบาลในด้านการตรวจสอบสถาบันการเงิน และคุณแอนเดรีย พาริส ทนายความด้านกฏหมายแรงงาน การสัมนาแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกมีการถามคำถามวิทยากรโดยคุณธัญญ่า เกียรติกุลไพบูลย์ นายกสมาคมทนายไทย-อเมริกัน (TABA) ซึ่งผู้ดำเนินรายการและถามคำถาม และในช่วงที่สองมีการเปิดให้ผู้เข้าร่วมฟังสัมนาถามคำถามกับวิทยากร ซึ่งก็มีคำถาม-คำตอบจำนวนมากที่ผู้เขียนคิดว่าเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน จึงอยากจะมาเล่าสู่กันฟังในแบบของไดอะลอคโต้ตอบระหว่างผู้ถามและผู้ตอบค่ะ

  1. ท่านวิทยากรชอบส่วนไหนของงานที่ทำอยู่มากที่สุด?

แอนเดรีย: ชอบส่วนที่ได้ให้คำปรึกษาและสามารถช่วยไกล่เกลี่ยปัญหาได้

คิด : ชอบส่วนที่ได้แชร์ประสบการณ์ในการทำงานทั้งกับรัฐบาลและในส่วนของตำรวจนครลอสแอนเจลิส รวมทั้งการที่ได้เขียนบทความลงหนังสือพิมพ์เสรีชัย ทำให้ทราบว่าชุมชนไทยไม่มีความพร้อม และไม่ค่อยหาแหล่งความรู้

รัชนิด: ประสบการณ์ใหม่ในการตรวจสถาบันการเงินทำให้ได้ผลพลอยได้คือได้เรียนรู้ถึงความคิดของผู้บริหารระดับสูงขององค์กรใหญ่เหล่านั้นด้วย ทำให้เห็นข้อแตกต่างกับงานที่เคยทำที่ศูนย์ส่งเสริมชาวไทยซึ่งตอนนั้นจะดูแลให้บริการผู้มารับบริการโดยตรง แต่งานที่รัฐบาลที่ทำอยู่ตอนนี้จะเป็นการให้บริการกับสังคมในภาพรวมโดยผ่านการตรวจสอบสภาพของสถาบันทางการเงินแทน

  1. ปัญหาที่พบได้อยู่ทั่วไปในธุรกิจของคนไทยมีอะไรบ้าง?

คิด: จากการที่ทำงานกับ state board of equalizer ทำให้ทราบว่าคนไทยกลัวโดนตรวจสอบบัญชีเกี่ยวกับภาษีมาก ทั้งที่จริงแล้วประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีระบบการตรวจสอบภาษีแบบตรงไปตรงมา แต่เนื่องจากธุรกิจชาวไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยเก็บเอกสาร หรือบางทีก็มีการหมุนเงินนอกระบบ ทำให้เกิดเงินที่ทางรัฐไม่สามารถระบุได้ว่ามาจากแหล่งใด ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดไม่ใช่ไปแก้ปัญหาเมื่อโดนเขามาตรวจแล้วโดนทำโทษ แต่ควรจะมีการป้องกันคือ คนไทยเราควรจะรู้หน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบในการทำธุรกรรมการเงิน ซึ่งการเก็บเอกสาร จดบันทึกไว้เป็นหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งที่เจ้าของทุกคนต้องทำ โดยทั่วไปแล้วเราควรจะต้องเก็บเอกสารบันทึกไว้ย้อนหลังอย่างน้อย 4 ปี

  1. ปัญหาที่เกิดขึ้นในธุรกิจของชาวไทยเหมือนหรือต่างกับปัญหาในธุรกิจของคนชาติอื่น?

คิด: ปัญหาที่เกิดขึ้นคล้ายคลึงกัน เพียงแต่คนไทยไม่มีผู้นำชุมชนที่เข็มแข็งสามารถจะไปเรียกร้อง เจรจาต่อรองได้ ซึ่งปัญหาหนึ่งก็มาจากการที่เมื่อรัฐบาลเข้ามาทำสำรวจสัมโนประชากร (census) คนไทยก็ไม่ยอมแสดงตัวให้ความร่วมมือในการกรอกข้อมูล ทำให้เขาไม่รู้ว่าเรามีจำนวนเท่าไหร่แน่นอน ซึ่งการทำ census นี้มีประโยชน์มาก หากว่าเขาพบว่าชนกลุ่มใดมีประชากรมากกว่า 2 แสนห้าหมื่นรายขึ้นไป รัฐบาลก็จะให้งบประมาณในการจัดทำเอกสารหลายอย่างเป็นภาษาท้องถิ่นของชนกลุ่มนั้น

รัชนิด: การใช้สิทธิ์ของคนไทยยังน้อย รวมทั้งเรื่องของปัญหาทางด้านภาษา ส่งผลให้เกิดปัญหาในเรื่องของความเข้าใจและการสื่อสาร ข้อดีของคนไทยคือเจ้าของธุรกิจจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเจ้าของธุรกิจด้วยกัน แต่บางครั้งก็ต้องระวังข้อเสียที่ตามมาคือหากเจ้าของธุรกิจคนหนึ่งรู้อะไรแบบผิด ๆ เจ้าของอีกคนก็อาจจะได้รับข้อมูลที่ผิดได้

  1. ข้อถกเถียงที่เกิดจากการจ้างงานในพวกเชื้อชาติชนกลุ่มน้อยมีอะไรบ้าง?

แอนเดรีย: พวกคนอเมริกันผิวขาวจะมีระบบในการเก็บเอกสารที่ดีกว่าพวกชนกลุ่มน้อยซึ่งจะทำธุรกิจโดยอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นหลัก ทำให้บางครั้งมีการจ่ายเงินใต้โต๊ะ พอความสัมพันธ์ไม่ดีดังเดิม เกิดความแตกแยก ก็เกิดปัญหาทะเลาะกันขึ้นมา โดยเฉพาะเมื่อนายจ้างไม่มีเอกสารเพื่อปกป้องตัวเอง ก็จะทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาได้

  1. วิทยากรจะแนะนำแหล่งข้อมูลหรือให้ความรู้ให้กับผู้รับบริการได้อย่างไรบ้าง?

แอนเดรีย: โดยส่วนตัวได้ทำจดหมายข่าวเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางกฏหมายให้กับลูกความและคนที่รู้จัก รวมทั้งอยากจะแนะนำให้เข้าไปดูเวบไซด์ของ  California Labor Commissioner ได้ที่ www.dir.ca.gov ซึ่งจะมีข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจที่เป็นประโยชน์

รัชนิด: แนะนำให้เข้าไปดูที่เวบไซด์ของศูนย์ส่งเสริมชาวไทย www.thaicdc.org ซึ่งช่วยเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก

คิด: แนะนำเวบไซด์ www.boe.ca.gov ซึ่งเป็นเวบไซด์ของ board of equalizer (BOE) มีบทความทางกฏหมายเป็นภาษาไทย ซึ่งคนไทยควรจะหาข้อมูลว่าจะสามารถใช้บริการจาก BOE ได้อย่างไรบ้างและควรจะทราบว่าใครเป็นตัวแทนบอร์ด โดยบอร์ดนี้จะดูแลเรื่องการควบคุมเกี่ยวกับอัคคีภัย อาคาร สัตว์เลี้ยง เป็นต้น 

  1. ในเรื่องของการคุยกับลูกความ อยากทราบว่าขนาดของบริษัทมีผลกับวิธีการคุยกับลูกความหรือไม่?

แอนเดรีย: กฏหมายแรงงานหลายอย่างจะขึ้นกับจำนวนของลูกจ้างในบริษัท เช่น disability board จะคุ้มครองบริษัทที่มีลูกจ้าง 5 คนขึ้นไป บริษัทใหญ่จะมีแผนกดูแลพนักงานซึ่งจะดูแลเรื่องนี้โดยตรง ทำให้จะเข้าใจและทำตามกฏหมายแรงงานได้ถูกต้อง และทราบว่ากรณีไหนที่เหนือกว่าความสามารถและจะต้องส่งให้กับทนายไปจัดการ ซึ่งจะแตกต่างจากกิจการขนาดเล็กซึ่งเจ้าของมักจะเป็นผู้ที่ดูแลทั้งหมด ซึ่งเจ้าของก็จะไม่รู้ว่ากรณีไหนจำเป็นต้องปรึกษาทนายหรือไม่

  1. คู่มือพนักงานมีความสำคัญหรือไม่ อย่างไร?

แอนเดรีย: คู่มือพนักงานเป็นสิ่งที่ช่วยปกป้องธุรกิจทางกฏหมาย ทำให้ลูกจ้างทราบถึงความคาดหวังของนายจ้าง ทำให้ทำงานได้ดีขึ้น มีการสื่อสารที่ดีขึ้น และเวลามีปัญหาขึ้นมาทนายจะขอดูคู่มือพนักงานนี้เพื่อรับทราบข้อกฏกติกาที่ได้ตกลงกันไว้ ทำให้สามารถให้คำแนะนำได้อย่างถูกต้อง ดังนั้นจึงคิดว่ามีความสำคัญ เจ้าของธุรกิจทุกคนควรจะมีการจัดทำขึ้นในองค์กร

  1. มีข้อแนะนำสำหรับธุรกิจขนาดเล็กในการหาทุนเข้ามา หรือแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเงินทุนอย่างไร?

รัชนิด: การขอกู้เงินกับสถาบันทางการเงิน ควรคิดก่อนว่าถ้าหากเราเป็นสถาบันทางการเงิน เราจะอยากได้อะไร สถาบันเหล่านี้ไม่รู้จักเราเป็นการส่วนตัว แต่จะเห็นภาพของเราจากเอกสารที่เราส่งไป ดังนั้นควรจะมีเอกสารให้ครบ และเขียนระบุจำเพาะเจาะจงว่าจะเอาเงินที่กู้ยืมมาไปทำตามวัตถุประสงค์อะไร สถาบันทางการเงินส่วนใหญ่ไม่ชอบเวลามีคนมาขอกู้ยืมเพราะอยู่ในสภาพเดือดร้อน แต่จะชอบมากกว่าถ้าหากมากู้ยืมเพื่อขยายกิจการ โดยเขาจะดูเงินสดหมุนเวียน (cash flow) มากกว่าที่จะดูทรัพย์สินที่ถือครอง เพราะเขาไม่ได้ต้องการยึดทรัพย์สินของเรา เขาอยากได้เงินต้นคืนและดอกเบี้ยมากกว่า

  1. หากเจ้าของธุรกิจประสบความยากลำบากในธุรกิจทำให้ไม่สามารถจ่ายภาษีได้ ควรทำอย่างไร?

คิด: คำแนะนำที่จะให้คือ

-          อย่าหลีกเลี่ยงภาษี หากติดภาษีแล้วเขาส่งจดหมายมาเตือน ควรจะเปิดจดหมายแล้วติดต่อกลับ ซึ่งผู้ที่ติดภาษีสามารถยื่นเรื่องเจรจาขอผ่อนผันในการจ่ายภาษีได้

-          ต้องยื่นแบบแสดงภาษี (tax return) ทุกปี เพราะจะได้แสดงยอดภาษีจริง หากว่าเราไม่ยื่นแบบแสดงภาษี ทาง IRS อาจจะประเมินภาษีให้เราเอง ซึ่งก็อาจจะมากกว่าภาษีจริงก็ได้

-          หลายองค์กรจะมีกลุ่มคนที่เรียกว่า taxpayer right advocate ซึ่งจะช่วยประเมินว่าการประเมินภาษีของ IRS นั้นยุติธรรมหรือไม่ หากว่าไม่ยุติธรรมคนกลุ่มนี้สามารถไปช่วยเจรจาได้

  1. เจ้าของธุรกิจรายเล็กไม่มีเงินมากพอที่จะจ่ายค่าทนาย ควรจะทำอย่างไร?

แอนเดรีย: ในการทำธุรกิจควรจะมีการวางแผนงบค่าใช้จ่ายทางกฏหมายไว้ด้วย และควรจะวางแผนป้องกันก่อนจะมีปัญหาซึ่งจะเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าค่าทนายตอนที่เกิดปัญหาแล้วมาก ในรัฐแคลิฟอร์เนียถ้าหากว่าเกิดปัญหาเกี่ยวกับการจ้างงาน เจ้าของธุรกิจนอกจากจะต้องจ่ายเงินส่วนที่ติดค้างอยู่แล้ว ยังต้องจ่ายค่าทนายของทั้งตัวเองและทนายของอีกฝั่งด้วย รวมทั้งการหาทนายก็ควรจะสอบถามจากคนที่เชื่อถือได้ โดยในเวบไซด์ของสมาคมทนายไทย-อเมริกัน (TABA) มีลิสต์รายชื่อของทนายที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ รวมทั้งมีระบุว่าใครพูดภาษไทยได้บ้างด้วย

  1. การจัดเก็บข้อมูล ควรจะต้องเก็บข้อมูลอะไรบ้าง?

รัชนิด: ในการขอกู้ยืมเงิน เขาจะดูแบบแสดงรายการเสียภาษีเป็นหลักย้อนหลังไป 3-4 ปี

คิด: ในการทำธุรกิจควรจะมีการแสดงผลกำไรบ้าง ไม่ใช่แสดงว่าขาดทุนตลอด ซึ่งคนไทยหลายคนมีความเข้าใจผิด ๆ ว่าการทำธุรกิจ 3 ปีแรกจะต้องแสดงขาดทุน ซึ่งไม่เป็นผลดีเลย

แอนเดรีย: ข้อมูลแต่ละประเภทมีข้อบังคับในการจัดเก็บไว้ที่ต่างกัน ในเรื่องของแรงงานเขาจะดูย้อนหลังไป 4 ปี ดังนั้นจึงมักแนะนำให้เจ้าของธุรกิจเก็บข้อมูลไว้  6 ปีย้อนหลังนับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างออกไป

  1. ขอให้วิทยากรทุกท่านเล่าเรื่องแปลกที่เกิดขึ้นในระหว่างการทำงาน

แอนเดรีย: มีลูกความรายหนึ่งเป็นเจ้าของโกดัง ในโกดังมีการเก็บพริกซึ่งวันหนึ่งเกิดเน่าเสีย ทำให้มีแมลงเข้ามาอยู่ในโกดัง คนจึงเห็นว่าโกดังเป็นแหล่งแพร่พันธุ์ของแมลงจนทำการฟ้องร้อง ทางทนายต้องหาผู้เชี่ยวชาญทางด้านแมลงมาหาว่าเป็นแมลงชนิดไหน หาผู้เชี่ยวชาญด้านยากำจัดแมลงมา และหาคนมาตีราคาสินค้าที่เหลือด้วย ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความยุ่งยากและแปลกพอควร

คิด: เคยมีคนไทยมาถามว่าทำอย่างไรไม่ให้โดนตรวจ หรือทำอย่างไรไม่ให้โดนจับ ซึ่งก็ได้ตอบเขาไปว่า การตรวจคือการขอยืนยันข้อมูลที่เคยให้กับรัฐบาลไปโดยใช้เอกสารหลักฐานที่เราเก็บไว้ ถ้าไม่ทำก็ต้องไปหาทนาย แล้วทำไมทนายถึงต้องคิดราคาแพงเวลามีปัญหา ก็เหมือนกับคนที่เจ็บป่วยโคม่าแล้ว แน่นอนหมอก็ต้องคิดแพงกว่าค่าตรวจสุขภาพประจำปีแน่นอน ซึ่งการใช้ทนายช่วยเหลือจัดการวางแผนนั้น ค่าใช้จ่ายสามารถนำไปหักภาษีได้

รัชนิด: สมัยที่เกิดภาวะปัญหาสถาบันการเงินเมื่อปี 2008-2009 มีหน้าที่ต้องไปปิดสถาบันทางการเงินที่มีปัญหาเพราะให้กู้ความเสี่ยงสูง มีเงินทุนค้ำประกันต่ำ วันหนึ่งจะต้องไปปิดสถาบันแห่งหนึ่งในตอนเย็น ซึ่งเจ้าหน้าที่รวมทั้งตัวเองก็แต่งสูทสีดำเหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมาย ทำให้คนก็รู้ว่าไปทำอะไร เหมือนไปไว้ทุกข์

13. หากจะต้องให้คำแนะนำ 1 อย่างกับผู้ฟังบรรยาย อยากจะแนะนำอะไร?

รัชนิด: เจ้าของธุรกิจควรจะหาจุดเด่น จุดแข็งในการแข่งขันหรือที่เรียกว่า competitive advantage ของธุรกิจ

คิด: การทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ควรจะมีแรงบันดาลใจ มีการวางแผนและทำงานอย่างเป็นระเบียบ รู้จักคู่แข่งเป็นอย่างดี มีความคิดสร้างสรรค์และอดทน รวมทั้งดูแลพนักงานเป็นอย่างดี เพราะเวลาเจ้าหน้าที่กรมแรงงาน (EDD) มาตรวจแล้วเจอสิ่งผิด เขาจะรายงานไปยังองค์กรอื่นทั้งหมด

แอนเดรีย: หาความช่วยเหลือจากทนาย โดยควรมีทนายที่ปรึกษาเพื่อจะได้วางแผนทำให้ธุรกิจทำอย่างถูกต้อง ปลอดจากปัญหาที่อาจะเกิดขึ้นในอนาคต ทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

14. คนที่ไม่มีความรู้ทางธุรกิจ เรียนจบสาขาอื่นมาแต่อยากจะมีธุรกิจของตัวเอง ควรทำอย่างไร?

รัชนิด: ทางศูนย์ส่งเสริมชาวไทยได้มีการจัดอบรมเกี่ยวกับการตั้งธุรกิจขึ้นปีละ 2 ครั้ง ในการจัดอบรมจะสอนถึงขั้นตอนการขอใบอนุญาต การเขียนแผนธุรกิจ รวมทั้งการทำการตลาดอีกด้วย จึงควรไปร่วมการอบรม

แอนเดรีย: หาความรู้ทางกฏหมายแรงงาน

15. คนรู้จักเปิดธุรกิจร้านอาหาร แต่ไม่ได้เสียภาษีตามที่ควรเสีย มีคนทำงานล่วงเวลาแต่ไม่ได้เงินค่าล่วงเวลา ขณะนี้ลูกจ้างจะกลับมาฟ้องร้อง ทางเจ้าของร้านควรทำอย่างไรดี?

แอนเดรีย: ร้านอาหารถ้าหากมีปัญหาในเรื่องการจ่ายเงินคนงาน ควรจะทำการตรวจสอบบัญชีภายใน (internal audit) โดยดูตารางเวลาการทำงาน ถ้าหากพบว่ามีการจ่ายให้ไม่พอ ควรจะจ่ายส่วนที่ค้างไปเลยก่อนที่จะโดนฟ้องร้องหรือเรื่องขึ้นศาล เพราะจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ คือนายจ้างจะต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้ตั้งใจจะโกงไม่จ่าย ส่วนสถานะของลูกจ้างนั้น ทางกฏหมายแรงงานไม่สนใจว่าจะมีสถานะพลเมืองถูกกฏหมายหรือไม่ ทุกคนที่เป็นลูกจ้างอยู่ภายใต้การคุ้มครองเดียวกัน

16. การทำ Payroll ในพวกที่ทำงานชั่วคราว (part time) จำเป็นหรือไม่?

แอนเดรีย: โดยทั่วไปคนจะมาทำงานแม้เพียง 1 ชั่วโมงก็ต้องจ่ายเงิน ซึ่งแนะนำว่านายจ้างควรจะจ่ายลูกจ้างเป็น W2 ไปเลยทุกคน ยกเว้นคนที่สามารถแสดงตนว่าเข้าข่ายสถานะเป็นพวกรับจ้างอิสระหรือ 1099 ได้ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับว่าจะมาทำงานด้วยกันเป็นระยะสั้นหรือยาว

17. การทำธุรกิจมักมีความเสี่ยง ควรจะทำอย่างไรดี?

รัชนิด: การทำธุรกิจควรจะมีการเตรียมตัว มีการเขียนแผนธุรกิจ โดยบอกจำนวนเงินที่ต้องใช้ มีแผนสำหรับการเลิกกิจการวางไว้ โดยคำนวณส่วนที่ต้องจ่ายรัฐบาลให้เรียบร้อย หรืออาจจะได้ความรู้วิธีการทำธุรกิจนั้น ๆ หากเป็นธุรกิจเฟรนไชส์ การที่จะไปยื่นเรื่องขอเป็นบุคคลล้มละลาย (bankruptcy) นั้นเป็นเรื่องที่แย่มากไม่ควรทำหากว่ายังมีทางเลือกอื่น ธุรกิจสามารถไปจดทะเบียนเป็นรูปบริษัททำให้หนี้สินหรือความรับผิดชอบมีจำกัดอยู่ที่ระดับของธุรกิจเท่านั้น

18. คนไทยบางกลุ่มคิดว่าถ้ามีการจ่ายเงินตามระบบจะทำให้อยู่ไม่ได้ ควรจะทำอย่างไรดี?

คิด: การทำธุรกิจทุกคนควรอยู่ใต้ระบบภาษีเดียวกันเพราะเป็นเรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคม

แอนเดรีย : ในการทำแผนธุรกิจควรจะมีการคำนวณภาษีที่ต้องเสีย ต้องหักเอาไว้ด้วย

19. มีลูกน้องที่มาสายตลอด ถ้าจะให้ออกจะต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่?

แอนเดรีย: รัฐแคลิฟอร์เนียเป็นรัฐที่ใช้กฏหมายที่เรียกว่า at-will คือสามารถให้ออกได้โดยไม่ต้องแจ้งเหตุผล แต่ถ้าหากมีคู่มือพนักงาน จะปกป้องตัวเจ้าของธุรกิจชัดเจน เพราะในนั้นจะมีขั้นตอนและกฏ กติกาในบริษัทอย่างชัดเจน ทำให้เห็นถึงการปฏิบัติกับพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

หลังจากได้ถาม-ตอบคำถามกันพอหอมปากหอมคอกันแล้ว การสัมนาก็เสร็จสิ้นลงเมื่อเวลาใกล้เที่ยงวัน ซึ่งโดยส่วนตัวของผู้เขียน เห็นว่าสิ่งที่ท้าทายอย่างหนึ่งของธุรกิจของคนไทยก็คือ วัฒนธรรมของคนไทยที่ไม่ชอบตกลงกันเป็นรายลักษณ์อักษร เพราะใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวนำเป็นหลัก สมัยก่อนเมื่อมีเรื่องแตกแยกกันก็ไม่มีการฟ้องร้อง แต่สมัยนี้จะเห็นว่าคนไทยฟ้องกันเองมากขึ้นเวลาที่ตกลงกันไม่ได้ ดังนั้นจึงเป็นการที่ดีที่ในการทำธุรกิจใด ๆ ควรจะมีการตกลงทุกอย่างชัดเจนเป็นรายลักษณ์อักษร อย่างน้อยก็ทำให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง พร้อมทั้งเป็นบรรทัดฐานสำหรับการปฏิบัติต่อไปในอนาคตไม่ว่าธุรกิจจะดีหรือเลิก หากใครสนใจอยากจะดูวีดีคลิปฉายย้อนสำหรับการสัมนานี้สามารถเข้าไปดูได้ที่เฟสบุคเพจของ TABA คือ https://www.facebook.com/TABALawyers/?fref=ts จะมีวิดีโอคลิปให้ท่านได้ย้อนชมอีกครั้งค่ะ