Get Adobe Flash player

โครงการพระราชดำริ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย โดย... วัลลภา ดิเรกวัฒนะ

Font Size:

หลังจากชมธรรมชาติ บนสันเขื่อนขุนด่านปราการชลเรียบร้อยแล้ว คณะออกเดินทางต่อไปยัง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ดินแดนแห่งนิยายรักในอดีต ช่วงหลังๆ ทุกครั้งที่ไปเมืองไทย ญาติผู้น้องชวนไปพักผ่อนทุกครั้ง บ่อยเสียจนความรู้สึกโรแมนติคเดิมๆ กับคำว่า หัวหินค่อยจางลงไปทุกที... 

เข้าที่พัก โรงแรมฮิลตัน กลางใจเมือง ทางเข้าเป็นซอยแคบๆ พอรถบัสเลี้ยวเข้าไปก็เกือบเต็มซอย มีรถสวนก็ต้องใช้กลยุทธ์ ท่ามกลางอาการเอาใจช่วยของเจ้าของร้านข้างทางกับพวกเราที่อยู่บนรถ ใช้เวลาอยู่พักหนึ่งกว่าจะหายใจอย่างโล่งอก บ่นพึมพำถึงความไม่สะดวก แต่พอก้าวเข้าไปในห้องพัก ตกตะลึงกับความงดงามของห้องพัก บวกกับทิวทัศน์ด้านนอกเมื่อออกไปยืนกินลมชมวิว สัมผัสกับความอบอุ่นของท้องทะเลงามยามเย็นที่ระเบียงกว้างขวาง มีเตียงสำหรับนอนอาบแดด สบายจนอยากจะหยุดโลกไว้ตรงนั้น รอจนหายเหนื่อยแล้วจึงจะอนุญาตให้หมุนต่อ   

ทราบว่าผู้ที่เลือกโรงแรมที่แสนวิจิตร เพียบพร้อมด้วยบรรยากาศอันโรแมนติค (ความรู้สึกนั้นกลับคืนมาอีกครั้ง) ก็คือ คุณชูวิทย์ เวชศิริกุล

เช้าวันรุ่งขึ้น ออกจากโรงแรมเวลาเก้าโมงเช้า ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงก็ถึง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ตำบลสามพระยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2526 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรพื้นที่ห้วยทราย เดิมพื้นที่แห่งนี้มีสภาพป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ แต่พอเวลาผ่านไปมีการบุกรุกถางป่าเพื่อทำไร่ ใช้สารเคมีที่เกินความจำเป็น ดินขาดการบำรุงรักษา ทำให้คุณภาพของดินเสื่อมโทรม

ทรงมีพระกระแสรับสั่งว่า “หากปล่อยทิ้งไว้จะกลายเป็นทะเลทรายในที่สุด” ได้พระราชทานพระราชดำริให้พัฒนาพื้นที่ส่วนหนึ่ง ให้เป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาด้านการเกษตรกรรม เน้นปลูกป่าให้อุดมสมบูรณ์ดังเดิม ทำการปลูกพืชชนิดต่างๆ ควบคู่ไปกับการปลูกป่าและเพาะปลูกพืช จัดระเบียบให้ราษฎรในพื้นที่ เข้าโครงการอยู่อาศัยและทำกินอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ สอดคล้องกับธรรมชาติ ทั้งให้ราษฎรเข้าร่วมดูแลรักษา อาศัยผลผลิตจากป่าและเพาะปลูกพืชชนิดต่างๆ จะได้ไม่บุกรุกทำลายป่าอีกต่อไป

จากการที่พระองค์ทรงต้องการจะแก้ปัญหาให้กับพสกนิกร จึงต้องปรับพื้นฐานของภูมิสังคม มีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าหาวิธีการภายใต้สภาพพื้นฐานปัญหาและภูมิสังคม ให้เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางแก้ไขปัญหาระหว่างคน 3 กลุ่ม นักวิชาการ เจ้าหน้าที่ทำหน้าที่พัฒนาและส่งเสริม  ส่วนประชาชนเป็นผู้รับประโยชน์

ทรงมีพระราชดำรัสว่า “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ เป็นศูนย์ที่รวบรวมกำลังทั้งหมดของเจ้าหน้าที่ทุกกรมกอง ทั้งในด้านเกษตรและด้านสังคม...ก็หมายความว่า ประชาชนซึ่งจะต้องใช้วิชาการทั้งหลายก็สามารถที่จะมาดู ส่วนเจ้าหน้าที่จะให้ความอนุเคราะห์แก่ประชาชนก็มาอยู่พร้อมกันในที่เดียวกันเหมือนกัน ซึ่งเป็นสองด้าน ก็หมายถึงว่าที่สำคัญปลายทางคือประชาชน จะได้รับประโยชน์และต้นทางของผู้เป็นเจ้าหน้าที่จะให้ประโยชน์...”

ในด้านการฟื้นฟูสภาพดินที่แข็งเป็นดานไม่สามารถปลูกไม้ชนิดใดได้ ก็ให้ปลูกได้ โดยใช้หญ้าแฝกกำแพงธรรมชาติที่มีชีวิต เพราะหญ้าแฝกที่ขยายชิดติดกันเปรียบเสมือนแนวกำแพง กักเก็บหน้าดินและชะลอการไหลของน้ำ ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน ส่วนรากมีความแข็งแรงชอนไชลงไปในแนวดิ่ง จึงช่วยปรับโครงสร้างของดินแข็งเป็นดานให้แตกตัว รากที่ตายก็ย่อยสลายผุพังเกิดเป็นช่องว่าง ทำให้น้ำและอากาศสามารถหมุนเวียนลงไปได้ ให้ความชุ่มชื้น และรากของหญ้าแฝกมีคุณสมบัติในการดูดซับสารเคมีในแหล่งน้ำอีกด้วย

นอกจากนี้ได้ดำเนินการปลูกป่าสามอย่าง ประโยชน์สี่อย่าง คือปลูกต้นไม้ 3 ชนิดในพื้นที่   ไม้มีค่าหรือไม้ดั้งเดิม ไม้ใช้สอยโตเร็ว ไม้ผล ให้เกิดความหลากหลายทางธรรมชาติและเพื่อราษฎรในพื้นที่ใช้ประโยชน์ ประโยชน์ที่สี่ คือการอนุรักษ์ดินและน้ำ เมื่อต้นไม้เจริญเติบโตให้ร่มเงา ช่วยลดการระเหยของน้ำ ดินเกิดความชุ่มชื้น ส่วนใบที่ร่วงหล่นทับถมกันย่อยสลายกลายเป็นดินใหม่ที่สมบูรณ์ 

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มี 6 ศูนย์ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ  ที่ภาคเหนือ ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ภาคอีสาน ศึกษาการพัฒนาภูพาน สกลนคร ภาคใต้ ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง จ.นราธิวาส ภาคกลาง มี 3 ศูนย์ ด้านฝั่งตะวันออก ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา, ฝั่งทะเลฝั่งตะวันออก ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี

ภาคกลางฝั่งตะวันตก คือ ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย มีกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยหลักในการดำเนินการ เป็นศูนย์เดียวที่แตกต่างจากศูนย์อื่นๆ ตำรวจชายแดนสามารถทำการรบได้อย่างหน่วยทหารขนาดเล็ก, ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติที่รับมอบหมายได้อย่างข้าราชการตำรวจทั่วไป, ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนได้เช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือน ในด้านภัยพิบัติต่างๆ

ตำรวจตระเวนชายแดนทำหน้าที่ในการอำนวยการประสานงาน และสนับสนุนการดำเนินงานให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ ให้มีอาชีพ รายได้ มีความสุขยั่งยืนกับการดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งถ่ายทอดวิชาการและเทคโนโลยีให้เป็นทางเลือกในการพัฒนาอาชีพตามภูมิสังคม ทำให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ ประสบความสำเร็จในการบริหารแบบบูรณาการ จนได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2548 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตระหนักถึงภารกิจอันสำคัญยิ่งนี้ ได้อนุมัติให้จัดตั้ง ศูนย์อำนวยการโครงการพัฒนา กองบังคับการฝึกพิเศษกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ขึ้นมารับผิดชอบโดยตรง ทำหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ...        

...ในวันนั้น พ.ต.อ.นพพล ชาติวงศ์ ผู้กำกับการศูนย์อำนวยการโครงการพัฒนา กองบังคับการฝึกพิเศษกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ทำหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ กล่าวต้อนรับ และ พ.ต.ท.นพคุณ บำรุงพงศ์ รองผู้กำกับและรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ บรรยายสรุป

หลังจบจากการบรรยาย คณะเดินทางไปยังบ้านของ จ่าเอกเขียน สร้อยสม เกษตรกรดีเด่นระดับประเทศ ปี 2549 ด้านเศรษฐกิจพอเพียง

จากนั้นเดินทางกลับมาที่ศูนย์ฯ อีกครั้ง เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน นับจากวันแรกที่มีแต่รายการข้าวมาตลอด ชาวคณะฯ จึงขอความกรุณาจากท่านกงสุลใหญ่ฯ ให้มีก๋วยเตี๋ยวสักมื้อ และแล้วก็ได้ลิ้มรสก๋วยเตี๋ยวยอดอร่อยเป็นมื้อแรกตามที่ใจปรารถนา.